กองทัพสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ได้เปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อคลังเก็บขีปนาวุธ คลังเก็บโดรน และสถานีเรดาร์บริเวณชายฝั่งของอิหร่านในวันศุกร์ (26 มิ.ย.) เพื่อตอบโต้เหตุโจมตีเรือบรรทุกสินค้าพาณิชย์ที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซด้วยโดรนเมื่อวันพฤหัสบดี (25 มิ.ย.)
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เปิดเผยในวันเดียวกันว่า อิหร่านได้ส่งโดรนโจมตีแบบบินเที่ยวเดียว (One-way Attack Drone) อย่างน้อย 4 ลำ เข้าโจมตีเรือบรรทุกสินค้าลำดังกล่าว โดยโดรน 1 ลำพุ่งชนดาดฟ้าส่วนบนของเรือจนได้รับความเสียหาย แต่เรือยังสามารถเดินทางต่อได้ ขณะที่โดรนอีก 3 ลำถูกกองกำลังสหรัฐฯ ยิงสกัดไว้
กองบัญชาการกลางของสหรัฐฯ (CENTCOM) ระบุผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า การโจมตีเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซด้วยโดรนของอิหร่าน ถือเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างชัดเจน และบ่อนทำลายเสรีภาพในการเดินเรือ ในช่วงที่การค้าระหว่างประเทศกำลังกลับมาใช้เส้นทางขนส่งสำคัญแห่งนี้เพิ่มมากขึ้น
CENTCOM ยังยืนยันว่าจะเดินหน้าประสานงานและสนับสนุนการเดินเรืออย่างปลอดภัยให้แก่เรือพาณิชย์ที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมคงกำลังและเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าบันทึกความเข้าใจ (MoU) ว่าด้วยสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่เพิ่งลงนาม จะได้รับการปฏิบัติอย่างครบถ้วนและยังคงมีผลบังคับใช้
บันทึกความเข้าใจ (MoU) ดังกล่าวกำหนดให้มีการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญที่ก่อนเกิดสงครามรองรับการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ราว 20% ของโลก พร้อมกำหนดให้อิหร่านอนุญาตให้เรือพาณิชย์ผ่านช่องแคบได้โดยไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมเป็นเวลา 60 วัน
อย่างไรก็ตาม แม้ข้อมูลการเดินเรือล่าสุดบ่งชี้ว่า ปริมาณการสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซเริ่มฟื้นตัวบางส่วนหลังการลงนามในบันทึกความเข้าใจ แต่จำนวนเรือที่ใช้เส้นทางดังกล่าวยังคงต่ำกว่าระดับก่อนเกิดสงครามอย่างมาก