คณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสารแห่งสหรัฐฯ (FCC) เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ (26 มิ.ย.) ว่า จะขยายคำสั่งห้ามนำเข้าอุปกรณ์จากผู้ผลิตจีนหลายราย โดยครอบคลุมอุปกรณ์รุ่นเก่าด้วย ถือเป็นมาตรการล่าสุดของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่เพิ่มความเข้มงวดต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ผลิตในจีน
มาตรการดังกล่าวต่อยอดจากคำสั่งที่ประกาศใช้ในปี 2565 ซึ่งห้ามนำเข้าอุปกรณ์โทรคมนาคมและอุปกรณ์เฝ้าระวังด้วยวิดีโอรุ่นใหม่ของบริษัทหัวเว่ย (Huawei), แซดทีอี (ZTE), ไฮเทรา (Hytera), ฮิกวิชัน (Hikvision) และต้าหัว (Dahua) โดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ
FCC ระบุว่า คำสั่งใหม่จะไม่จำกัดเฉพาะอุปกรณ์ที่ออกแบบหลังช่วงปลายปี 2565 แต่จะครอบคลุมอุปกรณ์รุ่นเก่าที่ใช้ในงานด้านความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงของสถานที่ราชการ การเฝ้าระวังโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ และภารกิจอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงแห่งชาติด้วย
คำสั่งดังกล่าวมีกำหนดมีผลบังคับใช้ในช่วงต้นเดือนก.ค. โดย FCC ระบุว่า มาตรการนี้มีความจำเป็นในการลดความเสี่ยงต่อภาคการสื่อสารของสหรัฐฯ และเสริมสร้างความมั่นคงของประเทศ
แม้จะขยายขอบเขตการห้ามนำเข้า แต่ FCC ยืนยันว่าชาวอเมริกันยังสามารถใช้อุปกรณ์ที่ครอบครองอยู่แล้วได้ต่อไป
ก่อนหน้านี้ FCC ได้ออกมาตรการหลายครั้งที่มุ่งเป้าไปยังเทคโนโลยีจากจีน โดยเมื่อเดือนธ.ค.ที่ผ่านมา ได้สั่งห้ามนำเข้าโดรนรุ่นใหม่จากจีนทั้งหมด และในเดือนมี.ค. ได้สั่งห้ามนำเข้าเราเตอร์สำหรับผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ผลิตในจีน อย่างไรก็ตาม คำสั่งล่าสุดไม่ได้ครอบคลุมการนำเข้าโดรนและเราเตอร์รุ่นเก่าที่มีอยู่ก่อนหน้า
นอกจากนี้ เมื่อเดือนต.ค.ที่ผ่านมา FCC ยังมีมติเป็นเอกฉันท์ 3-0 ให้ระงับการอนุมัติอุปกรณ์รุ่นใหม่ที่ใช้ชิ้นส่วนจากบริษัทในบัญชีของ FCC และให้อำนาจหน่วยงานเพิกถอนการอนุมัติอุปกรณ์ที่เคยได้รับอนุมัติแล้วในบางกรณี ก่อนที่บริษัทฮิกวิชันจะยื่นฟ้อง FCC ในเดือนธ.ค. โดยอ้างว่าหน่วยงานใช้อำนาจเกินขอบเขตและไม่มีเหตุผลรองรับเพียงพอ
ขณะเดียวกัน FCC ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาห้ามผู้ให้บริการโทรคมนาคมของสหรัฐฯ เชื่อมต่อโครงข่ายกับบริษัทโทรคมนาคมของจีน ซึ่งหากมีผลบังคับใช้ จะส่งผลให้บริษัทโทรคมนาคมของจีนไม่สามารถดำเนินงานศูนย์ข้อมูลในสหรัฐฯ ได้โดยพฤตินัย