Spotlight: วิกฤตตอ.กลางส่อเค้าลุกลาม หลังซาอุฯตัดสัมพันธ์การทูตอิหร่าน

ข่าวการเมือง Tuesday January 5, 2016 14:10 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติได้ออกมาประณามอย่างรุนแรงต่อเหตุการณ์โจมตีสถานทูตซาอุดิอาระเบียประจำกรุงเตหะราน และสถานกงสุลใหญ่ของซาอุดิอาระเบียในเมืองมัชฮัดของอิหร่าน โดยเหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นการล่วงล้ำพื้นที่ของสถานทูตและสถานกงสุล ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายรุนแรง

คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติออกมาแสดงความวิตกต่อการโจมตีดังกล่าว หลังจากนายอาเดล อัล-จูเบียร์ รมว.ต่างประเทศซาอุดิอาระเบีย เปิดเผยว่า ซาอุดิอาระเบียตัดสินใจเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านที่จะตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิหร่าน หลังผู้ชุมนุมชาวอิหร่านเข้าโจมตีสถานทูตซาอุดิอาระเบีย ในกรุงเตหะราน ซึ่งส่งผลให้เกิดความกังวลต่อความตึงเครียดในภูมิภาคเพิ่มมากขึ้น

ขณะเดียวกัน รมว.ต่างประเทศซาอุดิอาระเบีย ได้ขอให้บรรดานักการทูตของอิหร่านทั้งหมดเดินทางออกนอกประเทศภายใน 48 ชั่วโมง พร้อมระบุว่า เขาได้แจ้งคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เกี่ยวกับเหตุการณ์โจมตีสถานทูตซาอุดิอาระเบียในอิหร่านในวันเสาร์ที่ผ่านมาแล้ว และรายงานว่า นักการทูตของซาอุดิอาระเบียได้เดินทางถึงนครดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์อย่างปลอดภัย

นอกจากนี้ นายอาเดลได้กล่าวหาทางการอิหร่านที่ไม่ดำเนินมาตรการใดๆ เพื่อป้องกันการโจมตีสถานทูตซาอุดิอาระเบียในกรุงเตหะรานและเมืองมัชฮัด

ช่วงบ่ายวันเสาร์ที่ผ่านมา กลุ่มผู้ชุมนุมชาวอิหร่านเข้าโจมตีและจุดไฟเผาสถานทูตซาอุดิอาระเบียในกรุงเตหะราน เพื่อตอบโต้การที่ซาอุดิอาระเบียประหารชีวิต นายนิมร์ อัล-นิมร์ นักการศาสนา นิกายชีอะห์ ซึ่งการเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่กระทรวงมหาดไทยซาอุดิอาระเบียประกาศว่า นักการศาสนานิกายชีอะห์และนักโทษอีก 46 ราย ถูกประหารชีวิตในข้อหาก่อการร้าย

นักโทษจำนวนดังกล่าว ส่วนใหญ่เป็นชาวซาอุดิอาระเบียที่มีส่วนพัวพันกับเหตุการณ์ก่อการร้ายหลายครั้ง โดยกลุ่มอัลกออิดะห์ ตั้งแต่ปี 2546-2549 โดยนายนิมร์ อัล-นิมร์ เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการประท้วงต่อต้านรัฐบาลซาอุดิอาระเบีย ในปี 2554

สำนักข่าว ISNA รายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจอิหร่านได้ขับไล่ผู้ชุมนุมบางส่วนออกจากสถานทูต หลังบรรดาผู้ชุมนุมได้บุกรุกเข้าไปในบริเวณดังกล่าว

สำนักข่าว Tasnim เปิดเผยว่า นายซาร์ดาร์ ซาเจดิเนีย ผู้บัญชาการตำรวจกรุงเตหะราน กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมผู้ประท้วงบางส่วนที่เข้าโจมตีสถานทูตซาอุดิอาระเบียอย่างผิดกฎหมาย แต่โชคร้ายที่ผู้ชุมนุมบางคนได้ขว้างปาก้อนหินและระเบิดขวดเข้าไปในสถานทูตจนทำให้ไฟลุกลามไปทั่วอาคาร

นอกจากนี้ เว็บไซต์ข่าว Tabnak ยังระบุว่า ผู้ชุมนุมอีกกลุ่มหนึ่งได้จุดไฟเผาสถานกงสุลซาอุดิอาระเบียที่ตั้งอยู่ในเมืองมัชฮัด ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอิหร่าน ในช่วงเย็นของวันเดียวกัน โดยกลุ่มผู้ชุมนุมได้รวมตัวกันบริเวณด้านหน้าสถานกงสุลซาอุดิอาระเบียและตะโกนด่าทอเจ้าหน้าที่ของซาอุดิอาระเบีย

ขณะที่ นายอัล-จูเบียร์ กล่าวว่า การโจมตีดังกล่าวเป็นการละเมิดข้อตกลงระหว่างประเทศ พร้อมต่อว่าประเทศอิหร่านว่าปกป้องกลุ่มอัลกออิดะห์ผ่านการค้าอาวุธสงคราม

สำนักงานข่าว Labor เปิดเผยว่า นายอับบาส์ จาฟาริ โดลาตาบาดิ อัยการสูงสุดประจำกรุงเตหะรานกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมผู้ชุมนุม 40 คนที่โจมตีสถานทูตซาอุดิอาระเบีย นอกจากนี้ คณะตุลาการก็ได้ออกคำสั่งให้หาตัวและจับกุมผู้ชุมนุมคนอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับการโจมตีสถานทูตแล้ว

ทั้งนี้ สหรัฐได้ออกมาเรียกร้องให้บรรดาผู้นำประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางดำเนินมาตรการต่างๆเพื่อบรรเทาความตึงเครียด

นายจอห์น เคอร์บี โฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐกล่าวว่า "เราทราบข่าวว่า ซาอุดิอาระเบียได้ประกาศตัดความสัมพันธ์ด้านการทูตกับอิหร่านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่เรายังเชื่อมั่นว่าความสัมพันธ์ทางการทูตและการพูดคุยกันตรงๆยังสำคัญต่อการทำงานที่เต็มไปด้วยความแตกต่าง และเราจะเดินหน้าเรียกร้องให้บรรดาผู้นำประเทศในภูมิภาคออกมายืนยันว่าจะดำเนินมาตรการต่างๆเพื่อบรรเทาความตึงเครียด" สำนักข่าวซินหัวรายงาน


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ