ข่าวอินโฟเควสท์
20:05 จีนปฏิเสธข่าวแบนนำเข้าถ่านหินออสเตรเลีย เผยศุลกากรกวดขันขั้นตอนเช็คสินค้า   นายเกิง ชวง โฆษกกระทรวงต่างประเทศของจีน เปิดเผยในวันนี้ว่า ท่าเรือท…
19:43 เกิดเหตุแผ่นดินไหว 7.5 แมกนิจูดที่เอกวาดอร์ ยังไม่มีรายงานความเสียหาย   สถาบันธรณีฟิสิกส์แห่งเอกวาดอร์ เปิดเผยว่า เกิดเหตุแผ่นดินไหว 7.5 แมกนิจ…
19:30 ราคาทองฟิวเจอร์ลดลง นลท.ขายสินทรัพย์ปลอดภัยหลังเจรจาการค้าคืบหน้า   ราคาทองฟิวเจอร์ปรับตัวลดลงในวันนี้ เนื่องจากนักลงทุนลดการถือครองทองคำในฐานะ…
19:08 ดอลล์อ่อนเทียบยูโร-เยน หลังสหรัฐเผยข้อมูลเศรษฐกิจอ่อนแอ   สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินยูโรและเยน หลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมู…
18:49 SUN ปันผลอัตรา 0.05 บ./หุ้น XD 29 เม.ย.   เรื่อง : จ่ายปันผลเป็นเงินสด วันที่คณะกรรมการมีมติ : 22 ก.พ. 2562 ชนิดการปันผล : จ่ายปันผลเป็นเงินสด …

นายกฯอังกฤษเผยผู้นำสหรัฐแนะให้ฟ้องร้องอียูแทนเจรจาเบร็กซิท

ข่าวการเมือง สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- อาทิตย์ที่ 15 กรกฎาคม 2561 17:26:34 น.

นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีของอังกฤษให้สัมภาษณ์ระบุว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีของสหรัฐแนะให้ตนดำเนินการฟ้องร้องสหภาพยุโรปหรืออียู มากกว่าที่จะเข้าร่วมกระบวนการเจรจาเบร็กซิท หลังจากที่ผู้นำสหรัฐปฎิบัติภารกิจเดินทางเยือนสหราชอาณาจักรก่อนหน้านี้

คำกล่าวของปธน.ทรัมป์มีขึ้นระหว่างจัดแถลงร่วมกับนางเมย์ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยผู้นำสหรัฐระบุว่า ตนได้มอบคำแนะนำบางประการให้กับผู้นำอังกฤษ แต่นางเมย์เปิดเผยกับสำนักข่าวบีบีซีว่า เป็นข้อเสนอที่ค่อนข้างรุนแรงเกินไป

นอกจากนี้ผู้นำอังกฤษยังปกป้องแผนการข้อเสนอสำหรับกระบวนการถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (เบร็กซิท) และเรียกร้องให้บรรดานักวิจารณ์ร่วมสนับสนุนแผนดังกล่าว โดยระบุว่า นโยบายเหล่านี้จะช่วยให้สหราชอาณาจักรสามารถทำข้อตกลงการค้ากับประเทศอื่นๆ รวมถึงยุติการเคลื่อนย้ายอย่างเสรีของผู้คน และพ้นจากขอบเขตอำนาจของศาลยุติธรรมยุโรปด้วย

สำหรับสมุดปกขาวหรือรายงานสรุปเกี่ยวกับเบร็กซิทที่เผยแพร่ออกมาเมื่อวันพฤหัสบดี ระบุถึงรายละเอียดของข้อตกลงที่ผ่านการเห็นพ้องจากคณะรัฐมนตรีแล้ว มีเนื้อหาเกี่ยวกับกระบวนการทางการค้าหลังแยกตัวออกจากอียูว่าจะเป็นไปในทิศทางใด

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้าที่รัฐบาลอังกฤษจะเผยแพร่เอกสารดังกล่าว นายเดวิด เดวิส รัฐมนตรีฝ่ายกิจการเบร็กซิท และนายบอริส จอห์นสัน รัฐมนตรีต่างประเทศได้ลาออกจากตำแหน่งโดยให้เหตุผลว่าแผนดังกล่าวไม่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนที่ออกเสียงประชามติให้แยกตัวออกจากอียู ในปีพ.ศ. 2559 ด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง