ข่าวอินโฟเควสท์
14:27 ปธน.ศรีลังกาออกแถลงการณ์กรณีระเบิดถล่มโบสถ์ ขณะตัวเลขผู้เสียชีวิตแตะ 138 ราย   ประธานาธิบดีไมตรีพาลา สิริเสนา ของศรีลังกา ได้ออกแถลงการณ์ต่อเหต…
14:09 ยูเครนเปิดฉากเลือกตั้งรอบสองวันนี้ คาดปธน.คนปัจจุบันเสียตำแหน่ง   ยูเครนได้เปิดฉากการเลือกตั้งรอบสองวันนี้ หลังจากที่ชาวยูเครนได้ลงคะแนนเสียงรอ…
13:32 ศาลฎีกาเมียนมาเตรียมพิจารณาคำอุทธรณ์สองนักข่าวรอยเตอร์อังคารนี้   ศาลฎีกาเมียนมา เตรียมพิจารณาคำอุทธรณ์ผู้สื่อข่าวของสำนักข่าวรอยเตอร์ 2 คน ในว…
12:52 (เพิ่มเติม) เกิดเหตุระเบิดถล่มโบสถ์ที่ศรีลังกา เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 25 ราย   สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เกิดเหตุระเบิดถล่มโบสถ์ 2…
12:22 เกิดเหตุระเบิดถล่มโบสถ์ที่ศรีลังกา เบื้องต้นมีผู้บาดเจ็บหลายราย   สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เกิดเหตุระเบิดถล่มโบสถ์ 2 แห่งที่ประเทศศรีลังกาในวัน…

นายกฯอังกฤษเผยผู้นำสหรัฐแนะให้ฟ้องร้องอียูแทนเจรจาเบร็กซิท

ข่าวการเมือง สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- อาทิตย์ที่ 15 กรกฎาคม 2561 17:26:34 น.

นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีของอังกฤษให้สัมภาษณ์ระบุว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีของสหรัฐแนะให้ตนดำเนินการฟ้องร้องสหภาพยุโรปหรืออียู มากกว่าที่จะเข้าร่วมกระบวนการเจรจาเบร็กซิท หลังจากที่ผู้นำสหรัฐปฎิบัติภารกิจเดินทางเยือนสหราชอาณาจักรก่อนหน้านี้

คำกล่าวของปธน.ทรัมป์มีขึ้นระหว่างจัดแถลงร่วมกับนางเมย์ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยผู้นำสหรัฐระบุว่า ตนได้มอบคำแนะนำบางประการให้กับผู้นำอังกฤษ แต่นางเมย์เปิดเผยกับสำนักข่าวบีบีซีว่า เป็นข้อเสนอที่ค่อนข้างรุนแรงเกินไป

นอกจากนี้ผู้นำอังกฤษยังปกป้องแผนการข้อเสนอสำหรับกระบวนการถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (เบร็กซิท) และเรียกร้องให้บรรดานักวิจารณ์ร่วมสนับสนุนแผนดังกล่าว โดยระบุว่า นโยบายเหล่านี้จะช่วยให้สหราชอาณาจักรสามารถทำข้อตกลงการค้ากับประเทศอื่นๆ รวมถึงยุติการเคลื่อนย้ายอย่างเสรีของผู้คน และพ้นจากขอบเขตอำนาจของศาลยุติธรรมยุโรปด้วย

สำหรับสมุดปกขาวหรือรายงานสรุปเกี่ยวกับเบร็กซิทที่เผยแพร่ออกมาเมื่อวันพฤหัสบดี ระบุถึงรายละเอียดของข้อตกลงที่ผ่านการเห็นพ้องจากคณะรัฐมนตรีแล้ว มีเนื้อหาเกี่ยวกับกระบวนการทางการค้าหลังแยกตัวออกจากอียูว่าจะเป็นไปในทิศทางใด

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้าที่รัฐบาลอังกฤษจะเผยแพร่เอกสารดังกล่าว นายเดวิด เดวิส รัฐมนตรีฝ่ายกิจการเบร็กซิท และนายบอริส จอห์นสัน รัฐมนตรีต่างประเทศได้ลาออกจากตำแหน่งโดยให้เหตุผลว่าแผนดังกล่าวไม่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนที่ออกเสียงประชามติให้แยกตัวออกจากอียู ในปีพ.ศ. 2559 ด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง