Spotlight: รัฐสภาอังกฤษปิดโอกาสการลงประชามติรอบสอง หลังหนุนเลื่อนกำหนดเส้นตาย Brexit

ข่าวการเมือง 15 มีนาคม พ.ศ. 2562 14:20 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

อังกฤษจะเรียกร้องให้สหภาพยุโรป (EU) เลื่อนกำหนดเส้นตายการถอนตัวของอังกฤษออกจาก EU (Brexit) ออกไปจนถึงอย่างน้อยที่สุดวันที่ 30 มิ.ย. 2562 หลังจากเมื่อวานนี้ รัฐสภาอังกฤษลงมติด้วยคะแนนเสียง 412-202 เสียง เรียกร้องให้ EU ขยายกำหนดเส้นตาย Brexit ออกไปอีก 3 เดือนจากเดิมที่กำหนดไว้ในวันที่ 29 มี.ค.นี้ ซึ่งก็เท่ากับเป็นการปฏิเสธเสียงเรียกร้องให้อังกฤษจัดการลงประชามติเรื่อง Brexit เป็นครั้งที่ 2 รัฐบาลอังกฤษต้องการเลื่อนกำหนดเส้นตาย Brexit ออกไปอีก 3 เดือน เพื่อเปิดโอกาสให้รัฐสภาอังกฤษทำการลงมติข้อตกลง Brexit ของนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษเป็นครั้งที่ 3 ในวันที่ 20 มี.ค.นี้ หลังจากรัฐสภาไม่อนุมัติข้อตกลงดังกล่าว 2 ครั้งแล้ว -- วันที่ยาวนานอีกวันหนึ่งในรัฐสภาอังกฤษ -- วันที่ดีสำหรับนายกรัฐมนตรีอังกฤษ -- จะเกิดอะไรขึ้น หากข้อตกลงของนางเมย์ไม่ผ่านการอนุมัติจากรัฐสภาอีกครั้ง

หากข้อตกลงของนางเมย์ถูกรัฐสภาปฏิเสธอีกครั้ง ก็อาจจะทำให้อังกฤษยังคงต้องอยู่ใน EU ต่อไปเกินจากสิ้นเดือนมิ.ย. และอังกฤษก็จะต้องเข้าร่วมในการเลือกตั้งรัฐสภายุโรปซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนพ.ค.ด้วย

รัฐสภาอังกฤษได้ทำการลงมติในหลายญัตติเมื่อวานนี้ โดยนางซาราห์ วอลลาสตัน เสนอให้รัฐบาลอังกฤษจัดการลงประชามติรอบ 2 เกี่ยวกับ Brexit ซึ่งรัฐสภาได้ทำการพิจารณาญัตติดังกล่าว และลงมติ 334 ต่อ 85 เสียง ในการปฏิเสธญัตติดังกล่าว

ด้านนางฮิลารี เบนน์ สมาชิกสภาพรรคแรงงานได้เสนอญัตติให้สำรองเวลาในสัปดาห์หน้า เพื่อให้สมาชิกสภาสามารถอภิปรายถึงทางเลือกเกี่ยวกับ Brexit เพื่อจะดูว่า มีฉันทามติเกี่ยวกับทางเลือกอื่นสำหรับแผน Brexit ของนางเมย์หรือไม่ หลังจากที่แผนของนางเมย์ไม่ผ่านการอนุมัติจากรัฐสภา 2 ครั้งแล้ว โดยรัฐสภาอังกฤษได้ลงมติคว่ำญัตตินี้ของนางเบนน์ด้วยคะแนนเสียง 314 ต่อ 312 เสียง

ด้านนายเจเรมี คอร์บิน ผู้นำพรรคแรงงานได้เสนอญัตติที่จะปฏิเสธข้อตกลงของนางเมย์ ปฏิเสธทางเลือกของการออกจาก EU แบบไม่มีข้อตกลง และเลื่อนกำหนดเส้นตาย Brexit ออกไปเพื่อให้สามารถจัดทำข้อตกลงทางเลือกขึ้น โดยรัฐสภาอังกฤษก็ได้ปฏิเสธญัตติของนายคอร์บินด้วยคะแนนเสียง 318 ต่อ 302 เสียง

ทั้งนี้ ทุกญัตติดังกล่าวข้างต้นได้พ่ายแพ้ต่อญัตติสำคัญของรัฐบาลอังกฤษที่จะขอเลื่อนกำหนดเส้นตาย Brexit ไปจนถึงวันที่ 30 มิ.ย. 2562 ซึ่งญัตตินี้ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาด้วยคะแนนเสียง 412 ต่อ 202 เสียง

นางเมย์และที่ปรึกษาของเธอต้องถอนใจด้วยความโล่งอก หลังจากที่รัฐสภาอังกฤษอนุมัติการเลื่อนกำหนดเส้นตาย Brexit แต่ภารกิจของนางเมย์ก็ยังไม่จบสิ้น เพราะเธอต้องพยายามอีกครั้งให้รัฐสภาสนับสนุนข้อตกลง Brexit ของเธอในการลงมติวันที่ 20 มี.ค.นี้

หากข้อตกลงของเธอได้รับการอนุมัติในสัปดาห์หน้า อังกฤษก็จะออกจาก EU ในวันที่ 30 มิ.ย. แต่ก็ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้นำประเทศสมาชิก EU ทั้ง 27 ชาติด้วย แต่พวกเขาก็ไม่มีแนวโน้มที่จะปฏิเสธคำขอนี้ หากจุดประสงค์ของการเลื่อนเวลา ก็เพื่อทำให้กระบวนการทางกฏหมายทั้งหมดเสร็จสมบูรณ์

ทั้งนี้ นางเมย์ได้พ่ายแพ้ด้วยคะแนนเสียงถึง 230 และ 150 เสียงในการลงมติข้อตกลงของเธอ 2 ครั้งที่ผ่านมา ดังนั้น ขณะที่เหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่วันก่อนการลงมติ นางเมย์จะสามารถเอาชนะในการลงมติครั้งที่ 3 ในสัปดาห์หน้าได้หรือไม่

สื่อรายงานว่า นายสตีเฟน บาร์เคลย์ รมว.ด้าน Brexit ของอังกฤษ และนายเจฟฟรีย์ ค็อกซ์ อัยการสูงสุดของอังกฤษได้จัดการประชุมร่วมกับพรรคสหภาพประชาธิปไตยแห่งไอร์แลนด์เหนือ (DUP) ซึ่งคัดค้านข้อตกลงของนางเมย์ และ สมาชิกพรรคอนุรักษ์นิยมกลุ่ม European Research Group (ERG) ซึ่งสนับสนุน Brexit

หากบรรดานักการเมืองเหล่านั้นเชื่อว่า อังกฤษจะต้องไม่ติดอยู่กับกฏเกณฑ์ของ EU อย่างถาวร นั่นก็อาจจะช่วยเพิ่มแรงหนุนต่อข้อตกลง Brexit ของนางเมย์

บรรดาคนใกล้ชิดและที่ปรึกษาของนางเมย์ต่างก็หวังพึ่งสมาชิกสภาจากฝ่ายการเมืองต่างๆ โดยตระหนักว่า หากข้อตกลงของนางเมย์ไม่ผ่านความเห็นชอบ ทางเลือกที่เป็นไปได้มากที่สุดก็คือ อังกฤษจะออกจาก EU โดยไม่มีข้อตกลง หรือยังคงต้องอยู่ใน EU ต่อไปอีกหลายปี และอาจจะตลอดไปด้วย

ในมุมมองของสมาชิกรัฐสภาหลายคนคิดว่า นั่นคือการทรยศในสายตาของประชาชนอังกฤษ

ชาวอังกฤษได้รับการเสนอโอกาสครั้งหนึ่งในชีวิตให้ตัดสินใจว่าจะอยู่ หรือ จะออกจาก EU ก่อนที่นายเดวิด คาเมรอน นายกรัฐมนตรีอังกฤษในขณะนั้น จะสั่งให้จัดการลงประชามติขึ้นในเดือนมิ.ย. 2559

ชาวอังกฤษได้ลงมติ 53 ต่อ 48 เสียง สนับสนุนการถอนตัวออกจาก EU ซึ่งเป็นผลการลงประชามติที่ออกมาผิดความคาดหมาย

แม้แต่สมาชิกสภาที่สนับสนุนการอยู่ใน EU ก็ยังระบุว่า จะต้องเคารพเจตนารมย์ของประชาชน โดยสมาชิกสภา 2 ใน 3 สนับสนุนการยังคงอยู่ใน EU ในการลงประชามติดังกล่าว แต่ก็ต้องยอมรับว่า ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการออกจาก EU

บรรดานักวิจารณ์กล่าวหาสมาชิกสภาจำนวนมากว่าใช้กลยุทธ์ทุกวิถีทางที่จะให้อังกฤษอยู่ใน EU ต่อไป ขณะที่ชาวอังกฤษอีกจำนวนมากก็กังวลว่า ในที่สุดแล้ว อังกฤษอาจจะยังคงต้องอยู่ใน EU ต่อไปอย่างไม่มีกำหนด แม้พวกเขาจะคัดค้านอย่างรุนแรง และไม่พอใจกับข้อตกลงของนางเมย์ก็ตาม


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ