ข่าวอินโฟเควสท์
14:37 ประธาน ADB ประกาศลาออกจากตำแหน่ง มีผลต้นปีหน้า   นายทาเคฮิโกะ นากาโอะ ประธานธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (ADB) ประกาศลาออกจากตำแหน่ง โดยจะมีผล…
14:32 ตลาดหุ้นยุโรปเปิดตลาดแดนบวก ขานรับเจรจาการค้าสหรัฐ-จีน   ตลาดหุ้นยุโรปเปิดตลาดวันนี้ปรับตัวขึ้น ภายหลังจากที่สหรัฐเตรียมจัดการเจรจาการค้ากับจีน…
14:29 ภาวะตลาดหุ้นจีน: เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดร่วง 52.63 จุด เหตุวิตกจีนคุมเข้มการขายหุ้น IPO   ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดตลาดวันนี้ร่วงลง เนื…
14:26 จีนคุมเข้มตรวจสอบการยื่นขอทำ IPO หวังรับประกันคุณภาพบริษัทจดทะเบียน   หนังสือพิมพ์ซีเคียวริตีส์ เดลีรายงานว่า จีนได้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอ…
14:20 ครม.ตั้ง "ธีรภัทร ประยูรสิทธิ" ดำรงตำแหน่ง ปลัดประจำสำนักนายกรัฐมนตรี   น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุ…

"ทรัมป์"ถามชาวอเมริกัน ใครเป็นศัตรูที่ใหญ่กว่าของสหรัฐ "พาวเวล"หรือ"สี จิ้นผิง"?

ข่าวการเมือง สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- ศุกร์ที่ 23 สิงหาคม 2562 22:22:50 น.

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ทวีตข้อความในวันนี้ โดยโจมตีนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อีกครั้งหนึ่ง พร้อมกับถามชาวอเมริกันว่า ระหว่างนายพาวเวล และประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน ใครเป็นศัตรูที่ใหญ่กว่าของสหรัฐ

"เหมือนเช่นเคย เฟดยังคงไม่ได้ทำอะไร มันเป็นเรื่องเหลือเชื่อที่เฟดสามารถพูด โดยไม่รู้ หรือถามว่าผมจะทำอะไร ซึ่งผมจะประกาศในไม่ช้า เรามีดอลลาร์ที่แข็งค่าอย่างมาก และเฟดที่อ่อนแออย่างมาก ซึ่งผมก็จะทำงานอย่างดีร่วมกับทั้งสองนี้ และสหรัฐจะไปได้ดี" ข้อความในทวิตเตอร์ระบุ

"คำถามเดียวของผมคือว่า ใครเป็นศัตรูที่ใหญ่กว่าของเรา นายเจอโรม พาวเวล หรือท่านประธานสี จิ้นผิง" ปธน.ทรัมป์ถามในทวิตเตอร์

ปธน.ทรัมป์ทวีตข้อความดังกล่าว หลังจากที่นายพาวเวลกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมเศรษฐกิจประจำปีของเฟดที่เมืองแจ็กสัน โฮล รัฐไวโอมิ่ง ในวันนี้ โดยย้ำว่า เฟดจะดำเนินการเพื่อให้เศรษฐกิจสหรัฐมีการขยายตัวต่อไป ขณะที่ยอมรับว่า การทำสงครามการค้า และปัจจัยอื่นๆ กำลังทำให้เศรษฐกิจสหรัฐชะลอตัวลง

ทางด้านจีนได้ประกาศตอบโต้สหรัฐในวันนี้ ด้วยการเรียกเก็บภาษีสินค้า 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์ รวมทั้งรถยนต์สหรัฐ

ทั้งนี้ สภาแห่งรัฐของจีน ซึ่งเป็นคณะรัฐมนตรีจีน แถลงว่า จีนจะเรียกเก็บภาษี 5-10% ต่อสินค้านำเข้าจากสหรัฐวงเงิน 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ในการเก็บภาษี 2 รอบ โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ก.ย. และ 15 ธ.ค.

นอกจากนี้ จีนจะเรียกเก็บภาษี 25% ต่อรถยนต์นำเข้าจากสหรัฐ และเก็บภาษี 5% ต่อชิ้นส่วนรถยนต์สหรัฐ โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 15 ธ.ค.

มาตรการตอบโต้ดังกล่าว มีขึ้นหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ขู่ที่จะเรียกเก็บภาษี 10% ต่อสินค้านำเข้าจากจีน วงเงิน 3 แสนล้านดอลลาร์ โดยมีผลในวันที่ 1 ก.ย. แม้ว่าต่อมาปธน.ทรัมป์ตัดสินใจชะลอการขึ้นภาษีสินค้าจีนบางส่วนออกไปเป็นวันที่ 15 ธ.ค. เนื่องจากไม่ต้องการให้เกิดผลกระทบต่อการจับจ่ายใช้สอยของชาวสหรัฐในช่วงเทศกาลคริสต์มาส

ข่าวที่เกี่ยวข้อง