สหรัฐชี้จีน-อิหร่านต้องการให้"ทรัมป์"แพ้เลือกตั้ง ขณะรัสเซียสกัด"ไบเดน"

ข่าวต่างประเทศ Saturday August 8, 2020 11:31 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

สหรัฐชี้จีน-อิหร่านต้องการให้

นายวิลเลียม อิวานินา ผู้อำนวยการศูนย์รักษาความมั่นคงและต่อต้านการจารกรรมข้อมูลแห่งชาติสหรัฐ (NCSC) เปิดเผยแถลงการณ์ในวันศุกร์ (7 ส.ค.) เตือนว่า รัสเซีย, จีน และอิหร่าน จะพยายามแทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐในปีนี้

นายอิวานินากล่าวว่า ประเทศดังกล่าวใช้การบิดเบือนข้อมูลออนไลน์ และวิธีการอื่นๆ เพื่อพยายามจะมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของชาวอเมริกันที่มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง, สร้างความปั่นป่วน และทำลายความเชื่อมั่นของชาวอเมริกันในกระบวนการประชาธิปไตย

"เราประเมินว่า จีนไม่ต้องการให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้งเป็นสมัยที่ 2 โดยจีนมองว่า ปธน.ทรัมป์เป็นบุคคลที่ไม่สามารถคาดเดาได้ จีนได้เพิ่มความพยายามที่จะสร้างอิทธิพลก่อนการเลือกตั้งของสหรัฐในเดือนพ.ย. 2563 เพื่อหวังกำหนดทิศทางของนโยบายในสหรัฐ, กดดันนักการเมืองสหรัฐที่จีนมองว่าขัดขวางผลประโยชน์ของจีน รวมถึงเบี่ยงเบน และตอบโต้การวิพากษ์วิจารณ์จีน" นายอิวานินาระบุ

นายอิวานินาได้กล่าวถึงการที่จีนวิพากษ์วิจารณ์ปธน.ทรัมป์ในการรับมือกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19, การสั่งปิดสถานกงสุลจีนในเมืองฮิวสตัน และท่าทีของรัฐบาลสหรัฐเกี่ยวกับการดำเนินการของจีนในฮ่องกง และในทะเลจีนใต้

"จีนตระหนักดีว่า ความพยายามทั้งหมดเหล่านี้ อาจจะกระทบการแข่งขันเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ" นายอิวานินาระบุ

ต่างชาติอาจจะแทรกแซงระบบการเลือกตั้งของสหรัฐโดยพยายามก่อวินาศกรรมกระบวนการลงคะแนน, ขโมยข้อมูลการเลือกตั้ง หรือตั้งคำถามถึงความถูกต้องของผลการเลือกตั้ง

"เป็นเรื่องยากสำหรับฝ่ายตรงข้ามของเราที่จะแทรกแซง หรือปรับเปลี่ยนผลการลงคะแนนในวงกว้าง" นายอิวานินายืนยัน

นายอิวานินายังได้เตือนเมื่อวันศุกร์ว่า รัสเซียกำลังพยายามที่จะขัดขวางนายโจ ไบเดน อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งรัสเซียถือว่าเขาเป็นตัวตั้งตัวตีของสหรัฐในการต่อต้านรัสเซีย โดยนักการเมืองของยูเครนที่สนับสนุนรัสเซียได้กล่าวหานายไบเดนเกี่ยวกับการคอร์รัปชันในยูเครน โดยหวังที่จะทำลายการหาเสียงของนายไบเดนและพรรคเดโมแครต ในขณะที่นักแสดงหลายคนของรัสเซียกลับพยายามที่จะสนับสนุนปธน.ทรัมป์ผ่านทางโซเชียลมีเดียและทางโทรทัศน์ของรัสเซีย

นอกจากนี้ นายอิวานินายังระบุถึงอิหร่านว่า มีแนวโน้มจะใช้กลยุทธ์ทางออนไลน์ อาทิ การเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงเพื่อบ่อนทำลายความน่าเชื่อถือของสถาบันต่างๆ ของสหรัฐและปธน.ทรัมป์ รวมไปถึงการปลุกปั่นเพื่อให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในสหรัฐเกิดความไม่พอใจในเรื่องต่างๆ


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ