เปิดประวัติ "ฟูมิโอะ คิชิดะ" ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของญี่ปุ่น

ข่าวต่างประเทศ Wednesday September 29, 2021 15:00 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายฟูมิโอะ คิชิดะ อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศของญี่ปุ่นได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ในวันนี้ ซึ่งจะปูทางให้นายคิชิดะก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของญี่ปุ่น หลังจากที่นายโยชิฮิเดะ ซูงะ ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

นายคิชิดะได้รับคะแนนโหวต 257 คะแนน เฉือนเอาชนะนายทาโร โคโนะ ผู้ท้าชิงซึ่งได้ 170 คะแนน

ทั้งนี้ เนื่องจากรัฐบาลผสมภายใต้การนำของพรรค LDP ครองเสียงข้างมากทั้งสองสภาในญี่ปุ่น จึงทำให้นายคิชิดะจะได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีทันทีที่สภาไดเอทเริ่มการประชุมสมัยวิสามัญในวันจันทร์ที่จะถึงนี้

นายคิชิดะ อดีตรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศ วัย 64 ปี เคยลงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค LDP และนายกรัฐมนตรีในเดือนก.ย. 2563 หลังจากที่นายชินโซ อาเบะ ลาออกจากตำแหน่งด้วยเหตุผลด้านสุขภาพ แต่ในครั้งนั้น นายคิชิดะไม่สามารถเอาชนะนายโยชิฮิเดะ ซูงะ ซึ่งเป็นหัวหน้าเลขาธิการคณะรัฐมนตรีและโฆษกรัฐบาลของนายอาเบะในเวลานั้น โดยนักวิเคราะห์มองว่าการที่นายคิชิดะพลาดตำแหน่งในครั้งนั้น เพราะถูกวิจารณ์ว่าตอบสนองต่อสถานการณ์โควิด-19 ได้ไม่ดีพอแม้ว่านั่งอยู่ในตำแหน่งประธานสภาวิจัยนโยบายของพรรค LDP นอกจากนี้ นายคิชิดะยังขาดเสน่ห์ทางการเมืองและไม่ค่อยทำตัวเป็นข่าวมากนัก

อย่างไรก็ดี นายคิชิดะเริ่มพัฒนาการมีปฏิสัมพันธ์ด้วยการพบปะพูดคุยกับประชาชนมากขึ้นทั้งในเวทีสาธารณะ และทางโซเชียลมีเดีย เพื่อพยายามลบภาพที่เคยถูกสื่อมวลชนมองว่าเป็นทางเลือกที่ไม่น่าสนใจในฐานะนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น

ในวันที่ 26 ส.ค. 2564 นายคิชิดะได้ประกาศลงสมัครชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค LDP อีกครั้ง ซึ่งการลงชิงตำแหน่งในครั้งนี้ นายคิชิดะชูนโยบายการลดความไม่เท่าเทียมกันในด้านความร่ำรวย ด้วยการเพิ่มรายได้ให้กับชนชั้นกลาง และให้คำมั่นสัญญาว่าจะสนับสนุนกลุ่มประชาชนที่มีความเปราะบางต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ เช่น พนักงานชั่วคราว และครอบครัวที่มีเด็กเล็ก

นายคิชิดะกล่าวว่า หากเขาได้รับเลือกให้เป็นหัวหน้าพรรค LDP เขาจะจำกัดวาระการดำรงตำแหน่งของเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารของพรรคไม่เกิน 3 ปี ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับบรรดานักการเมืองรุ่นเก่า รวมถึงนายโทชิฮิโร่ะ นิไก ซึ่งดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรค LDP มาเป็นเวลานาน

ในสมัยของรัฐบาลนายอาเบะนั้น นายคิชิดะเป็นประธานสภาวิจัยด้านนโยบายเป็นเวลานานถึง 3 ปี หลังจากที่เคยทำหน้าที่รัฐมนตรีต่างประเทศเป็นเวลา 4 ปีและ 8 เดือน

เมื่อครั้งที่นายคิชิดะเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ เขามีส่วนช่วยให้นายบารัค โอบามา อดีตประธานาธิบดีสหรัฐเดินทางเยือนเมืองฮิโรชิมาเมื่อปี 2559 ซึ่งนับเป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนแรกที่เดินทางไปยังเมืองดังกล่าวที่ถูกทิ้งระเบิดปรมาณูในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 นอกจากนี้ นายคิชิดะยังมีส่วนช่วยให้ญี่ปุ่นสามารถบรรลุข้อตกลงกับเกาหลีใต้ในปี 2558 เพื่อคลี่คลายประเด็นหญิงที่ถูกบังคับให้เป็นนางบำเรอในช่วงสงครามโลก

สำหรับชีวิตส่วนตัวนั้น นายคิชิดะพักอาศัยอยู่กับภรรยาและบุตรชาย 2 คนในกรุงโตเกียว โดยเขาช่วยครอบครัวทำงานบ้านด้วยการล้างจานและทำความสะอาดห้องน้ำในบ้านด้วยตนเอง นอกจากนี้ นายคิชิดะยังได้ชื่อว่าเป็นนักดื่ม และเป็นแฟนตัวยงของทีมบาสเก็ตบอล Hiroshima Carp


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ