สำนักงานอุตุนิยมวิทยาของอังกฤษ (Met Office) ประกาศยกระดับการเตือนภัยลมกระโชกแรงในเขตคอร์นวอลล์และหมู่เกาะซิลลีย์สู่ระดับสีแดง ซึ่งเป็นระดับสูงสุดที่เกิดขึ้นได้ยาก เมื่อวานนี้ (8 ม.ค.) หลังพายุ "โกเร็ตติ" (Goretti) ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นปรากฏการณ์ "ระเบิดสภาพอากาศ" (weather bomb) เหนือมหาสมุทรแอตแลนติก โดยเตือนว่าพายุลูกนี้อาจมีความรุนแรงที่สุดในรอบหลายปี และเป็นภัยพิบัติหลายรูปแบบที่อันตรายถึงชีวิต
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า อิทธิพลของพายุโกเร็ตติส่งผลให้ความเร็วลมกระโชกอาจสูงถึง 100 ไมล์ต่อชั่วโมง และมีโอกาสเกิดหิมะตกหนักถึง 30 เซนติเมตรในบางพื้นที่ของสหราชอาณาจักร
ด้านสนามบินเซนต์แมรีส์บนหมู่เกาะซิลลีวัดความเร็วลมได้ถึง 99 ไมล์ต่อชั่วโมง ซึ่งถือเป็นสถิติใหม่ของพื้นที่ ขณะที่บริเวณหมู่เกาะแชนเนลและตอนเหนือของฝรั่งเศสคาดว่าจะเผชิญกับกระแสลมที่รุนแรงยิ่งกว่าจากการเคลื่อนตัวของพายุโกเร็ตติ ซึ่งตั้งชื่อโดยสำนักงานอุตุนิยมวิทยาฝรั่งเศส
สำหรับสถานการณ์ล่าสุด เว็บไซต์ National Grid รายงานว่า บ้านเรือนในพื้นที่ตะวันตกเฉียงใต้ของอังกฤษไม่มีไฟฟ้าใช้แล้วกว่า 44,000 หลัง ส่วนในเวลส์ได้รับผลกระทบกว่า 2,500 หลัง และในมิดแลนด์ตะวันตกอีกกว่า 6,000 หลัง ขณะที่ทางการได้ส่งข้อความแจ้งเตือนฉุกเฉินไปยังประชาชนราว 500,000 คนในพื้นที่เสี่ยง เพื่อเตรียมรับมือกับเศษซากวัตถุปลิวว่อน คลื่นยักษ์ริมชายฝั่ง รวมถึงภาวะหยุดชะงักอย่างหนักจากการปิดถนนและเส้นทางรถไฟ
นอกจากนี้ สำนักงานความมั่นคงด้านสุขภาพแห่งสหราชอาณาจักร (UKHSA) ได้ออกประกาศเตือนภัยด้านสุขภาพจากความหนาวเย็นระดับสีส้ม ครอบคลุมทุกภูมิภาคของอังกฤษไปจนถึงวันที่ 11 ม.ค. นี้ ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบสาธารณสุขและสวัสดิการสังคม
ขณะเดียวกัน หน่วยงานทางหลวงแห่งชาติได้แจ้งเตือนสภาพการขับขี่ที่ยากลำบากอย่างยิ่งจากหิมะตกหนัก โดยเฉพาะในเมืองเบอร์มิงแฮม เลสเตอร์ และนอตทิงแฮม พร้อมแนะนำให้ผู้โดยสารรถไฟตรวจสอบเส้นทางก่อนออกเดินทางเนื่องจากบริการได้รับผลกระทบทั่วประเทศ
ความรุนแรงของสภาพอากาศยังส่งผลให้สนามบินในเจอร์ซีย์ เกิร์นซีย์ และอัลเดอร์นีย์ ต้องประกาศปิดทำการชั่วคราวในช่วงเย็น เช่นเดียวกับโรงเรียนหลายสิบแห่งที่ตัดสินใจปิดการเรียนการสอนก่อนเวลา
นีล อาร์มสตรอง หัวหน้านักพยากรณ์อากาศประจำ Met Office ระบุว่า "ภัยพิบัติที่รุนแรงในหลายรูปแบบครั้งนี้จะสร้างความปั่นป่วนและส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นวงกว้าง เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่สภาพอากาศเลวร้ายมีความซับซ้อนอย่างมาก ผมจึงขอแนะนำให้ประชาชนในพื้นที่เฝ้าระวังคอยติดตามรายงานพยากรณ์อากาศและประกาศจากทางการท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด"
ทั้งนี้ พายุโกเร็ตติถือเป็นพายุลูกแรกของปี 2569 โดยนักอุตุนิยมวิทยาเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า "ระเบิดสภาพอากาศ" ซึ่งเกิดจากการที่กระแสลมกรด (jet stream) ในชั้นบรรยากาศระดับสูงเร่งตัวอย่างรวดเร็ว จนดึงมวลอากาศออกจากศูนย์กลางพายุ ส่งผลให้ความกดอากาศที่ระดับน้ำทะเลลดต่ำลงอย่างกะทันหันและพายุทวีกำลังแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนเป็นที่มาของคำประกาศเตือนภัยระดับสีแดงในครั้งนี้