ไต้หวันเตรียมยกระดับไวรัสนิปาห์เป็นโรคติดต่อที่ต้องรายงาน

ข่าวต่างประเทศ Monday January 26, 2026 13:27 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ศูนย์ควบคุมโรคของไต้หวัน (CDC) เตรียมประกาศให้การติดเชื้อไวรัสนิปาห์ (Nipah virus) เป็นโรคติดต่อประเภทที่ 5 (Category 5) หรือโรคติดต่อที่ต้องรายงานเฝ้าระวังทางระบาดวิทยา หลังมีการยืนยันพบผู้ติดเชื้อในประเทศอินเดียเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

เจ้าหน้าที่ CDC เผยว่า ทางหน่วยงานได้เผยแพร่ร่างข้อเสนอการปรับเปลี่ยนมาตรการควบคุมโรคติดต่อเมื่อวันที่ 16 ม.ค. โดยมีสาระสำคัญคือการจัดให้ไวรัสนิปาห์อยู่ในกลุ่มโรคประเภทที่ 5 ซึ่งขณะนี้อยู่ในช่วงเปิดรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณชนเป็นเวลา 60 วัน ก่อนที่จะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ

ข้อมูลจาก CDC ระบุว่า ไต้หวันจัดให้ไวรัสนิปาห์อยู่ในกลุ่มโรคเฝ้าระวังลำดับต้น ๆ มาตั้งแต่ปี 2561 โดยสถิติทั่วโลกนับตั้งแต่มีการค้นพบเชื้อครั้งแรกในปี 2541 จนถึงปัจจุบัน มีรายงานผู้ติดเชื้อมากกว่า 750 ราย และมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 58%

ทั้งนี้ ตามระบบของไต้หวัน โรคติดต่อประเภทที่ 5 คือกลุ่มโรคอุบัติใหม่หรือโรคหายากที่ส่งผลกระทบต่อสาธารณสุขอย่างรุนแรง ซึ่งกำหนดให้ต้องมีการรายงานการพบผู้ติดเชื้อในทันทีและต้องใช้มาตรการควบคุมเป็นพิเศษ

หลินหมิงเฉิง รองผู้อำนวยการ CDC ไต้หวัน กล่าวว่า ทางการอินเดียกำลังดำเนินมาตรการเพื่อจำกัดวงการแพร่ระบาดในรัฐเบงกอลตะวันตก หลังมีการยืนยันพบผู้ติดเชื้อ 5 ราย เมื่อวันจันทร์ที่แล้ว (19 ม.ค.) อย่างไรก็ตาม รองผอ.CDC ระบุว่า แม้ทางหน่วยงานจะเตรียมยกระดับการเฝ้าระวังโรค แต่ไต้หวันยังคงระดับคำแนะนำการเดินทางไปยังรัฐเกรละในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของอินเดีย รวมถึงพื้นที่อื่น ๆ ไว้ที่ระดับ 2 "สีเหลือง" (Yellow Alert)

ภายใต้ระบบแนะนำการเดินทาง 4 ระดับของไต้หวัน ระดับ 2 "สีเหลือง" หมายถึงการแนะนำให้ผู้เดินทางใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษและปฏิบัติตามมาตรการป้องกันตนเอง แต่ยังไม่มีการจำกัดการเดินทางแต่อย่างใด

หลินกล่าวเสริมว่า คำแนะนำการเดินทางจะได้รับการอัปเดตตามสถานการณ์การแพร่ระบาด หากพบการแพร่เชื้อในชุมชนก็อาจมีการยกระดับคำเตือน แต่หากการติดเชื้อจำกัดอยู่เพียงในสถานพยาบาล จะแนะนำให้ผู้เดินทางหลีกเลี่ยงการไปโรงพยาบาลในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเท่านั้น

นอกจากนี้ รองผอ.CDC เตือนว่า ค้างคาวผลไม้ (Fruit bats) คือพาหะตามธรรมชาติของไวรัสนิปาห์ โดยมะพร้าวที่ปนเปื้อนน้ำลายหรือปัสสาวะของค้างคาวถือเป็นความเสี่ยงสูงในการติดเชื้อ จึงขอความร่วมมือผู้ที่จะเดินทางไปอินเดียให้หลีกเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มที่ดิบหรือไม่ผ่านความร้อน โดยเฉพาะน้ำมะพร้าวสดที่ควรหลีกเลี่ยงเป็นอย่างยิ่ง


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ