"บิล เกตส์" รับ โง่เองที่คบหา "เอปสตีน" ปัดข่าวซุกกิ๊กสาวรัสเซียจนติดโรค-ลอบให้ยาเมีย

ข่าวต่างประเทศ Thursday February 5, 2026 14:58 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

บิล เกตส์ เจ้าพ่อไมโครซอฟท์ (Microsoft) ยอมรับ "ผมมันโง่เอง" และ "เสียใจทุกนาที" ที่เคยคบหา เจฟฟรีย์ เอปสตีน หลังกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) เปิดไฟล์ลับชุดใหม่ เผยร่างอีเมลที่เอปสตีนอ้างเรื่อง "สาวรัสเซีย-แอบส่งยาให้เมีย" ด้าน "เมลินดา" อดีตภรรยาระบุชีวิตสมรส 27 ปีมีแต่เรื่องหดหู่และความเน่าเฟะ ชี้ตัวบิล เกตส์ เองต้องเป็นคนตอบคำถามเรื่องนี้ต่อสังคม ไม่ใช่เธอ

บิล เกตส์ มหาเศรษฐีวัย 70 ปี ตัดสินใจให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ 9News ของออสเตรเลียเมื่อวันพุธ (4 ก.พ.) เพื่อโต้แย้งข้อครหาในเอกสารลับของ DOJ เกือบ 3 ล้านหน้าที่เพิ่งถูกเปิดเผย ซึ่งเกี่ยวข้องกับ เจฟฟรีย์ เอปสตีน นักการเงินผู้กระทำความผิดทางเพศต่อผู้เยาว์ และเขาเสียชีวิตในคุกเมื่อปี 2562

เกตส์กล่าวในเชิงยอมรับผิดถึงการเข้าไปพัวพันกับเอปสตีนในปี 2554 ซึ่งเป็นช่วงหลังจากที่เอปสตีนถูกตัดสินความผิดในคดีอาชญากรรมทางเพศมาแล้ว เกตส์ระบุว่าตนมีเจตนาเพียงเพื่อระดมทุนให้งานด้านสาธารณสุขโลกผ่านมูลนิธิเกตส์

"จุดประสงค์หลักคือเอปสตีนรู้จักคนรวยเยอะมาก และเอปสตีนก็บอกว่าเขาสามารถดึงคนเหล่านั้นให้มาบริจาคเงินสำหรับงานด้านสาธารณสุขได้ แต่เมื่อมองย้อนกลับไป มันเป็นการเสียเวลาเปล่า และผมก็พูดมาหลายครั้งแล้วว่า ผมมันโง่เองที่ไปเสียเวลากับเขา" เกตส์ระบุ พร้อมย้ำว่าเขาคือหนึ่งในอีกหลายคนที่ต้องมานั่งเสียใจที่เคยรู้จักผู้ชายคนนี้

"ความจริงก็คือ ผมไปร่วมทานมื้อค่ำหลายครั้ง ผมไม่เคยไปที่เกาะ (เกาะส่วนตัวของเอปสตีน) และไม่เคยมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงคนไหนเลย... ยิ่งมีการเปิดเผยข้อมูลออกมามากเท่าไร มันก็จะยิ่งชัดเจนว่า แม้ช่วงเวลานั้นจะเป็นความผิดพลาด แต่มันไม่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมประเภทนั้นเลย" เกตส์ยืนยัน

เกตส์ยังกล่าวต่ออีกว่า "ดูเหมือนเจฟฟรีย์จะเขียนอีเมลหาตัวเอง แต่อีเมลนั้นไม่เคยถูกส่งออกไป และมันเป็นเรื่องเท็จ ผมไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ เขาพยายามจะโจมตีผมหรือเปล่า ทุกนาทีที่ผมใช้เวลาร่วมกับเขา ผมเสียใจ และผมขอโทษที่ทำแบบนั้น ผมคือหนึ่งในอีกหลายคนที่เสียใจที่เคยรู้จักเขา"

ชนวนเหตุที่ทำให้บิล เกตส์ ต้องออกมาโต้ตอบครั้งนี้ มาจากร่างอีเมลปี 2556 ที่เอปสตีนเขียนถึงตัวเอง ซึ่งเต็มไปด้วยคำสะกดผิดและเนื้อหาสุดอื้อฉาว โดยเอปสตีนอ้างว่าเขาทำหน้าที่เป็น "มือขวา" ที่ยอมทำเรื่อง "ผิดศีลธรรมไปจนถึงก้ำกึ่งผิดกฎหมาย" เพื่อปรนเปรอบิล เกตส์ ทั้งการจัดหายากระตุ้นประสาท Adderall การอำนวยความสะดวกในการ "นัดพบอย่างลับ ๆ กับผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว" รวมถึงข้ออ้างที่ว่า บิล เกตส์ ลอบให้ยาปฏิชีวนะแก่เมลินดา เพราะกังวลเรื่องที่ตนติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์หลังจากไปมีอะไรกับสาวรัสเซีย

นอกจากนี้ ในร่างอีเมลที่ระบุวันที่ 18 ก.ค. 2556 เอปสตีนยังอ้างว่า เขาตัดสินใจลาออกจากบทบาทที่ทำร่วมกับมูลนิธิเกตส์และ bgC3 (สถาบันคลังสมองของเกตส์ ปัจจุบันใช้ชื่อว่า Gates Ventures) เพราะตนเองเข้าไปติดร่างแหในเหตุความขัดแย้งรุนแรงในชีวิตสมรสระหว่างบิลกับเมลินดา โดยเอปสตีนเขียนตบท้ายด้วยข้อความที่ดูเหมือนพยายามแสดงความสนิทสนมว่า "ผมยังคงเคารพเพื่อนรักที่คบกันมานาน 7 ปีคนนี้อย่างยิ่ง และขอให้ทั้งคู่โชคดี"

โฆษกของบิล เกตส์ ออกแถลงการณ์ตอบโต้ว่า "ข้ออ้างเหล่านี้ไร้สาระและเป็นเท็จโดยสิ้นเชิง สิ่งเดียวที่เอกสารเหล่านี้พิสูจน์ได้คือความคับแค้นใจของเอปสตีนที่ไม่มีความสัมพันธ์ที่ต่อเนื่องกับเกตส์ และแสดงให้เห็นว่าเขาพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อใส่ร้ายป้ายสี"

ในเวลาไล่เลี่ยกัน เมลินดา เฟรนช์ เกตส์ อดีตภรรยาที่หย่าร้างกันไปในปี 2564 ได้ให้สัมภาษณ์ในพอดแคสต์ "Wild Card" ของ NPR โดยเธอระบุว่าข้อมูลที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาใหม่นี้สะท้อนถึงช่วงเวลาที่ "เจ็บปวดอย่างยิ่ง" ในชีวิตสมรส

เมลินดาเปิดใจว่ารายละเอียดในไฟล์ลับนี้คือ "การสะสางความจริงที่สังคมต้องเผชิญ" พร้อมระบุว่า เธอรู้สึกเศร้าจนพูดไม่ออกเมื่อนึกถึงเหยื่อที่เป็นเด็กสาว

"ฉันจำความรู้สึกตอนอายุเท่าเด็กเหล่านั้นได้ดี รวมถึงตอนที่ลูกสาวของฉันอายุรุ่นราวคราวเดียวกับพวกเธอ" เมลินดากล่าว พร้อมย้ำว่าอดีตสามีต้องเป็นคนตอบคำถามเหล่านี้เอง "คำถามที่ยังค้างคาอยู่นั้น... เป็นเรื่องของคนเหล่านั้น และเป็นเรื่องของอดีตสามีของฉัน พวกเขาต้องตอบคำถามเหล่านั้นเอง ไม่ใช่ฉัน"

เธอยังกล่าวถึงความรู้สึกเมื่อทราบข่าวเรื่องข้ออ้างการแอบส่งยาปฏิชีวนะให้เธอว่า รู้สึกถึง "ความเศร้าสลดใจจนเหลือเชื่อ" และยืนยันว่าตอนนี้เธอได้ก้าวข้ามชีวิตคู่ที่ต้องหนีออกมาแล้ว "ฉันมีความสุขมากที่ได้เดินออกมาจากความเน่าเฟะทั้งหมดที่เคยอยู่ตรงนั้น"

ประเด็นนี้ลามไปถึงแวดวงการเมือง เมื่อแนนซี เมซ สส. หญิงพรรครีพับลิกัน ออกมาเคลื่อนไหวผ่านเอ็กซ์โดยระบุว่า เธอสนับสนุนจุดยืนของเมลินดา และได้เรียกร้องให้ เจมส์ โคเมอร์ ประธานคณะกรรมาธิการตรวจสอบของสภาผู้แทนราษฎร ออกหมายเรียก บิล เกตส์ มาเข้าชี้แจงเกี่ยวกับความสัมพันธ์กับเอปสตีน


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ