ญี่ปุ่นจัดพิธีรำลึกครบรอบ 15 ปี เหตุการณ์มหาภัยพิบัติแผ่นดินไหวและสึนามิในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ซึ่งก่อให้เกิดวิกฤตนิวเคลียร์ครั้งเลวร้ายที่สุดในโลกนับตั้งแต่เหตุการณ์เชอร์โนบิลในปี 2529
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า รัฐบาลกลางได้หยุดจัดพิธีรำลึกในกรุงโตเกียวตั้งแต่ปี 2565 อย่างไรก็ดี นายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ มีกำหนดเข้าร่วมพิธีรำลึกที่จัดโดยจังหวัดฟุกุชิมะ
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2554 ญี่ปุ่นเผชิญสามภัยพิบัติใหญ่พร้อมกัน ได้แก่ แผ่นดินไหวขนาด 9.0 แมกนิจูด คลื่นยักษ์สึนามิที่เกิดขึ้นตามมา และการหลอมละลายของเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟุกุชิมะไดอิจิ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวมทั้งหมดมากกว่า 22,000 คน และจนถึงปัจจุบัน ผู้ประกอบการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ยังคงพยายามอย่างหนักเพื่อรื้อถอนสิ่งก่อสร้างที่เสียหายให้แล้วเสร็จภายในปี 2594 หรือ 25 ปีข้างหน้า
ตัวเลขล่าสุดจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติระบุว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากภัยพิบัติครั้งนี้อยู่ที่ 15,901 คน ขณะที่ยังมีผู้สูญหายอีก 2,519 คน ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ ส่วนใหญ่มาจากจังหวัดมิยากิ ฟุกุชิมะ และอิวาเตะ
เจ้าหน้าที่ตำรวจและกลุ่มอื่น ๆ ยังคงพยายามค้นหาและระบุตัวตนของร่างผู้เสียชีวิต แต่การเปลี่ยนแปลงของภูมิประเทศและกาลเวลาเป็นอุปสรรคสำคัญ ร่างของผู้เสียชีวิตจำนวนมากที่พบในสถานที่ห่างไกลไม่สามารถระบุตัวตนได้ ส่งผลให้สมาชิกในครอบครัวของผู้สูญหายตกเป็นเหยื่อของภัยพิบัตินี้ด้วยเช่นกัน
ข้อมูลจากหน่วยงานฟื้นฟูระบุว่า ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 มีผู้เสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับภัยพิบัติ เช่น จากโรคภัยไข้เจ็บหรือการฆ่าตัวตายเนื่องจากความเครียด จำนวน 3,810 คน ขณะเดียวกัน ณ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ มีประชาชนราว 26,000 คนที่ยังคงพลัดถิ่นเนื่องจากภัยพิบัติดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่มีการยกเลิกคำสั่งอพยพสำหรับบางเทศบาลในจังหวัดฟุกุชิมะ ประชาชนจำนวน 3,799 คน จาก 2,700 ครอบครัว ได้ย้ายเข้ามาอยู่ในพื้นที่ แม้ยังมีปัญหาการขาดแคลนที่อยู่อาศัยก็ตาม
ด้านบริษัท โตเกียว อิเล็กทริก พาวเวอร์ หรือ เทปโก (TEPCO) ยังคงเผชิญกับความท้าทายในการพยายามปลดระวางโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่เสียหายภายในปี 2594 โดยแผนการเก็บกู้กากเชื้อเพลิงที่หลอมละลายอย่างเต็มรูปแบบถูกเลื่อนออกไปจากประมาณปี 2573 เป็นปี 2580 หรือหลังจากนั้น
จนถึงขณะนี้ TEPCO ได้เก็บตัวอย่างกากเชื้อเพลิงจากเครื่องปฏิกรณ์หมายเลข 2 น้ำหนักรวมไม่ถึง 1 กรัม และบริษัทวางแผนว่าจะทดลองใช้แขนหุ่นยนต์สำหรับการเก็บกู้ครั้งที่สามในฤดูใบไม้ร่วงนี้ ทั้งนี้ คาดว่ายังมีกากเชื้อเพลิงเหลืออยู่ประมาณ 880 ตันในเครื่องปฏิกรณ์หมายเลข 1 ถึง 3 ที่ประสบเหตุแกนหลอมเหลวในช่วงวิกฤตนิวเคลียร์