คณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นอนุมัติให้เพิ่มความเข้มงวดของกฎระเบียบการใช้โดรนในวันนี้ (24 มี.ค.) โดยให้ขยายเขตห้ามบินโดรนรอบสถานที่สำคัญ จากเดิมราว 300 เมตร เป็นประมาณ 1,000 เมตร ซึ่งเป็นเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการต่อต้านการก่อการร้าย
การแก้ไขกฎหมายโดรน (Drone Act) ซึ่งจะยื่นให้ที่ประชุมรัฐสภาพิจารณานั้น มีเป้าหมายเพื่อตอบสนองต่อความเสี่ยงจากการก่อการร้ายที่เพิ่มขึ้น อันเนื่องมาจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของอากาศยานไร้คนขับ
แม้ว่ายังไม่มีการระบุอย่างเจาะจงว่าเขตห้ามบินครอบคลุมถึงพื้นที่ใด แต่คาดว่าสถานที่หลายแห่งในเขตชิโยดะและมินาโตะในกรุงโตเกียวจะอยู่ในเขตห้ามบินด้วย เช่น พระราชวังอิมพีเรียล สำนักงานนายกรัฐมนตรี และสถานทูตสหรัฐฯ
ภายใต้กฎระเบียบใหม่นี้ สถานที่บางแห่งจะถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่ควบคุมชั่วคราว เมื่อมีการจัดพิธีหรือกิจกรรมที่นายกรัฐมนตรี สมเด็จพระจักรพรรดิ หรือผู้นำต่างประเทศเข้าร่วม
ทั้งนี้ กฎระเบียบใหม่ยังระบุว่า การบินโดรนใน "โซนสีเหลือง" หรือเขตห้ามบิน จะมีโทษจำคุกสูงสุด 6 เดือน หรือปรับสูงสุด 500,000 เยน (ประมาณ 103,000 บาท)
ปัจจุบัน เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการทันทีได้เฉพาะเมื่อโดรนบินอยู่เหนือสถานที่สำคัญที่กำหนด ซึ่งเรียกว่า "โซนสีแดง" เท่านั้น
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ข้อมูลจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติญี่ปุ่นที่เผยแพร่ในเดือนธ.ค. 2568 ระบุว่า ปัจจุบันโดรนบางรุ่นสามารถบินได้เร็วถึง 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพิ่มขึ้นจากราว 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเมื่อปี 2559 ซึ่งเป็นปีที่บังคับใช้กฎหมายโดรน
ส่วนระยะทางที่โดรนสามารถส่งภาพวิดีโอได้ก็เพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 10 กิโลเมตร เทียบกับก่อนหน้านี้ที่ 200-300 เมตร ขณะที่ความสามารถในการบรรทุกก็เพิ่มขึ้นจาก 80 กรัม - 5 กิโลกรัม เป็นสูงสุดถึง 30 กิโลกรัม