แกะรอย "ไวรัสฮันตา" ระบาดบนเรือสำราญ - WHO ยืนยันไม่ใช่โควิดระลอกใหม่ แม้พบผู้ป่วยเพิ่ม

ข่าวต่างประเทศ Thursday May 7, 2026 14:50 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ทั่วโลกจับตาสถานการณ์การแพร่ระบาดของ "ไวรัสฮันตา" (Hantavirus) สายพันธุ์หายากและอันตราย ซึ่งเกิดขึ้นบนเรือสำราญ MV Hondius ที่เดินทางจากอาร์เจนตินามุ่งหน้าสู่แอนตาร์กติกา ก่อนจะข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก โดยมีการแวะจอดตามเกาะห่างไกล ซึ่งในระหว่างนั้น เริ่มมีผู้โดยสารและลูกเรือทยอยล้มป่วย ตามรายงานจากผู้ประกอบการเรือ องค์การอนามัยโลก (WHO) และข้อมูลการเดินเรือ

ไทม์ไลน์เหตุการณ์ระบุว่า เวลาล่วงเลยไปเกือบหนึ่งเดือนนับตั้งชายชาวดัตช์สูงอายุล้มป่วยและเสียชีวิตกลางมหาสมุทรแอตแลนติกตอนใต้ กว่าที่ผลการทดสอบทางห้องปฏิบัติการในแอฟริกาใต้ ซึ่งอยู่ห่างออกไปกว่า 3,500 กิโลเมตร จะยืนยันว่าเป็นการติดเชื้อไวรัสฮันตา

ปัจจุบันยอดผู้ติดเชื้อที่ยืนยันผลและเข้าข่ายสงสัยเพิ่มขึ้นเป็น 7 ราย โดยมีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย หนึ่งรายกำลังรักษาตัวอยู่ในหอผู้ป่วยวิกฤต (ICU) ที่โรงพยาบาลในประเทศแอฟริกาใต้ ส่วนอีก 3 ราย เพิ่งได้รับการอพยพลงจากเรือเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (6 พ.ค.) และถูกเคลื่อนย้ายทางอากาศด้วยเครื่องบินพยาบาลเพื่อส่งตัวไปรักษาที่ประเทศเนเธอร์แลนด์

นอกจากนี้ยังมีชายอีกรายที่ลงจากเรือไปก่อนหน้านี้ ตรวจพบเชื้อในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งถือเป็นกรณีแรกที่พบอาการป่วยหลังจากขึ้นฝั่งและกลับถึงบ้านแล้ว โดยผู้ป่วยรายนี้กำลังเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลในเมืองซูริก

ขณะเดียวกัน ยังมีผู้โดยสารและลูกเรืออีกกว่า 140 ชีวิตบนเรือ MV Hondius ซึ่งกำลังเดินทางออกจากประเทศกาบูเวร์ดีในแอฟริกาตะวันตก มุ่งหน้าสู่หมู่เกาะคานารีของสเปน เพื่อรับการตรวจสอบโดยทีมระบาดวิทยาอย่างละเอียด โดยรัฐมนตรีสาธารณสุขสเปนระบุว่า เมื่อเรือเข้าเทียบท่าที่เตเนริเฟ ผู้โดยสารชาวสเปนและผู้ที่มีอาการป่วยจะถูกกักตัวที่ฐานทัพทหารในกรุงมาดริด ส่วนผู้โดยสารต่างชาติที่ไม่มีอาการจะได้รับอนุญาตให้เดินทางกลับประเทศตนเอง

ขณะเดียวกัน ท่ามกลางความกังวลของนานาชาติ องค์การอนามัยโลกได้ออกมาลดระดับความตื่นตระหนก โดยยืนยันว่าการระบาดครั้งนี้จำกัดวงอยู่ในพื้นที่เฉพาะ และไม่มีแนวโน้มจะกลายเป็นวิกฤตสาธารณสุขระดับโลกเหมือนโควิด-19

* ลำดับเหตุการณ์ระทึกบนเรือมรณะ

เรือ MV Hondius ดำเนินการโดยบริษัท Oceanwide Expeditions จากเนเธอร์แลนด์ ให้บริการเรือสำราญเพื่อการสำรวจเส้นทางแอนตาร์กติกาและเกาะห่างไกลในแอตแลนติกใต้ ค่าโดยสารอยู่ระหว่าง 6,000-25,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 194,000-808,000 บาท)

1 เมษายน: เรือเริ่มออกเดินทางจากตอนใต้ของอาร์เจนตินา

6 เมษายน: ชายชาวดัตช์วัย 70 ปี เริ่มมีอาการไข้ ปวดศีรษะ และท้องเสีย

11 เมษายน: ชายรายดังกล่าวเสียชีวิตบนเรือด้วยอาการหายใจลำบาก ขณะเรืออยู่ระหว่างเกาะเซาท์จอร์เจียกับเกาะเซนต์เฮเลนา โดยในขณะนั้นยังไม่สามารถระบุสาเหตุการตายได้

24 เมษายน: เรือเทียบท่าที่เกาะเซนต์เฮเลนาเพื่อนำร่างผู้เสียชีวิตลง และภรรยาวัย 69 ปีของเขาได้ลงจากเรือด้วย

25-26 เมษายน: ภรรยาของผู้เสียชีวิตที่มีอาการป่วยอยู่ก่อนแล้ว อาการทรุดหนักระหว่างเดินทางไปแอฟริกาใต้และเสียชีวิตที่โรงพยาบาลในวันที่ 26 เมษายน

27 เมษายน: ผู้โดยสารชายชาวอังกฤษล้มป่วยด้วยไข้สูงและปอดบวม ถูกส่งตัวจากเกาะอัสเซนชันไปยังแอฟริกาใต้ด้วยวิธีเร่งด่วน ขณะนี้ยังอยู่ในห้อง ICU

2 พฤษภาคม: หญิงชาวเยอรมันเสียชีวิตเป็นรายที่ 3 บนเรือด้วยอาการปอดบวม ขณะเรือกำลังมุ่งหน้าสู่กาบูเวร์ดี ศพของเธอยังคงอยู่บนเรือ

* ความล่าช้าในการตรวจพบเชื้อ

สาเหตุที่ตรวจพบล่าช้าเป็นเพราะไวรัสฮันตาเป็นโรคที่พบได้ยาก เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในแอฟริกาใต้รอจนผลตรวจโรคอื่น ๆ ออกมาเป็นลบทั้งหมดแล้ว จึงตัดสินใจตรวจหาเชื้อไวรัสฮันตา และผลตรวจยืนยันการติดเชื้อเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (2 พ.ค.) ซึ่งเป็นเวลาถึง 21 วันหลังจากผู้โดยสารรายแรกเสียชีวิต

เมื่อทราบผลดังกล่าว องค์การอนามัยโลกจึงประกาศสอบสวนการระบาด และนำไปสู่การตรวจสอบร่างหญิงชาวดัตช์ที่เสียชีวิตไปก่อนหน้า ซึ่งยืนยันผลเป็นบวกในวันจันทร์ (4 พ.ค.) ตามมาด้วยรายงานผู้ติดเชื้อในสวิตเซอร์แลนด์เมื่อวันพุธ

* สภาพความเป็นอยู่บนเรือ และมาตรการกักตัวแบบ Lockdown

ปัจจุบันยังมีผู้ติดค้างอยู่บนเรือเกือบ 150 คน จาก 23 ประเทศ ทุกคนถูกสั่งแยกกักตัวอยู่แต่ในห้องพักและต้องปฏิบัติตามมาตรการระยะห่างทางกายภาพอย่างเคร่งครัด คล้ายกับช่วงการระบาดของโควิด-19 โดยมีทีมแพทย์ พยาบาล และผู้เชี่ยวชาญสวมชุดป้องกันระดับสูง (PPE) คอยดูแลอยู่บนเรือ

ขณะที่หน่วยงานสาธารณสุขทั่วโลกกำลังเร่งทำ Contact Tracing หรือการติดตามตัวผู้ที่เคยขึ้น-ลงเรือลำนี้ในช่วงเวลาดังกล่าว เนื่องจากระยะฟักตัวของไวรัสอาจยาวนานได้ถึง 8 สัปดาห์

* ต้นตอการระบาด: ไม่พบหนูบนเรือ แต่เชื้อแพร่กระจายได้อย่างไร?

โดยปกติไวรัสฮันตาจะแพร่กระจายผ่านการสูดดมละอองจากปัสสาวะ อุจจาระ หรือน้ำลายของสัตว์ฟันแทะ เช่น หนู ที่ปนเปื้อน แต่สิ่งที่น่ากังวลคือ "สายพันธุ์แอนดีส" ที่พบในครั้งนี้สามารถแพร่จากคนสู่คนได้ผ่านการใกล้ชิดเป็นเวลานาน

สอดคล้องกับคำให้สัมภาษณ์ของผู้โดยสารที่ระบุว่า ในช่วงแรกบริษัทเรือสำราญไม่ได้แจ้งข่าวการเสียชีวิตของผู้ป่วยรายแรก ทำให้ผู้โดยสารกว่า 100 คนยังคงทำกิจกรรมร่วมกัน ทานอาหารข้างกัน และสังสรรค์กันตามปกติ จนกระทั่งมีการยืนยันการแพร่ระบาดในภายหลัง

สำหรับการสืบสวนหาต้นตอ รัฐบาลอาร์เจนตินาตั้งสมมติฐานเบื้องต้นว่า คู่สามี-ภรรยาชาวดัตช์ที่เสียชีวิตอาจได้รับเชื้อในระหว่างการไปส่องนกที่เมืองอูซัวยา ประเทศอาร์เจนตินา ก่อนที่จะขึ้นเรือ โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังคงอยู่ระหว่างการสืบสวนเชิงลึกต่อไป

* WHO แจงสายพันธุ์ "แอนดีส" อันตราย แต่ไม่ใช่โควิดระลอกใหม่

แม้ผลตรวจเชื้อจากผู้ป่วยในแอฟริกาใต้และสวิตเซอร์แลนด์ยืนยันว่า ไวรัสฮันตาที่แพร่ระบาดคือสายพันธุ์ที่พบในอเมริกาใต้ หรือที่รู้จักกันในชื่อ "ไวรัสแอนดีส" ซึ่งเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่อันตรายที่สุด โดยมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 40% แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบาดจาก WHO ยืนยันว่าความเสี่ยงต่อสาธารณชนวงกว้างยังอยู่ในระดับต่ำ เพราะแม้จะพบการแพร่เชื้อจากคนสู่คน แต่ก็เป็นกรณีที่เกิดขึ้นได้ยากมาก

"นี่ไม่ใช่โควิดระลอกใหม่ แต่มันคือโรคติดเชื้อที่รุนแรง ซึ่งคนส่วนใหญ่จะไม่มีโอกาสได้สัมผัสกับเชื้อตัวนี้" ดร. มาเรีย ฟาน เคอร์โคฟ ผู้อำนวยการฝ่ายเตรียมความพร้อมและป้องกันการระบาดใหญ่ของ WHO กล่าวยืนยันเพื่อลดความตื่นตระหนก

* อาการของโรคที่ต้องเฝ้าระวัง

ระยะแรก: มีไข้ ปวดกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย ปวดหัว หนาวสั่น และวิงเวียนศีรษะ

ระยะรุนแรง: แน่นหน้าอก ไอ หายใจหอบเหนื่อย เนื่องจากมีน้ำท่วมปอด (อัตราเสียชีวิตในระยะนี้สูงถึง 38%) หรืออาจมีอาการไตวายร่วมด้วย

การรักษา: ปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาเฉพาะทาง แพทย์จะใช้วิธีประคับประคองอาการ เช่น การให้ออกซิเจนเสริมหรือการฟอกไตในกรณีที่ไตวาย


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ