ทางการสิงคโปร์สั่งแยกกักตัวชาวสิงคโปร์ 2 รายในวันพฤหัสบดี (7 พ.ค.) หลังพบประวัติเดินทางด้วยเรือสำราญที่มีการระบาดของไวรัสฮันตา (Hantavirus) เพื่อเร่งตรวจหาเชื้อและเฝ้าระวังไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดภายในประเทศ
สำนักงานควบคุมโรคติดต่อแห่งสิงคโปร์ (CDA) เปิดเผยว่า ผู้ที่ถูกกักตัวเป็นชายอายุ 65 และ 67 ปี โดยทั้งคู่ร่วมเดินทางไปกับเรือสำราญ MV Hondius ซึ่งออกเดินทางจากประเทศอาร์เจนตินาในวันที่ 1 เม.ย. สำหรับอาการเบื้องต้น CDA ระบุว่า "รายหนึ่งมีอาการน้ำมูกไหลแต่โดยรวมยังแข็งแรงดี ส่วนอีกรายไม่มีอาการใด ๆ" ซึ่งขณะนี้ทั้งคู่ยังคงรอผลตรวจหาเชื้ออย่างเป็นทางการ
สำหรับขั้นตอนต่อจากนี้ หากผลตรวจออกมาเป็นลบ ทั้งสองรายจะต้องกักตัวต่ออีก 30 วัน นับจากวันที่สัมผัสเชื้อครั้งสุดท้าย แต่หากผลเป็นบวก จะต้องนอนโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาและเฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดทันที เนื่องจากโรคนี้มีความรุนแรงและอาจทำให้อาการทรุดหนักได้
นอกจากนี้ยังพบข้อมูลว่า ชายทั้งสองราย (ซึ่งประกอบด้วยพลเมืองสิงคโปร์และผู้มีถิ่นพำนักถาวร) ได้นั่งเครื่องบินลำเดียวกับผู้ป่วยที่ยืนยันว่าติดเชื้อไวรัสฮันตา ในเที่ยวบินจากเกาะเซนต์เฮเลนาไปยังเมืองโจฮันเนสเบิร์ก เมื่อวันที่ 25 เม.ย. หลังลงจากเรือสำราญ อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยรายดังกล่าวไม่ได้เดินทางเข้าสิงคโปร์และเสียชีวิตในเวลาต่อมาที่ประเทศแอฟริกาใต้
สำหรับไวรัสฮันตานั้น โดยปกติจะแพร่เชื้อจากสัตว์ฟันแทะสู่คน แต่สายพันธุ์ "แอนดีส" (Andes) ที่พบในอเมริกาใต้มีความน่ากลัวกว่าปกติ เพราะสามารถแพร่เชื้อจากคนสู่คนได้ในวงจำกัด ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบว่าไวรัสแพร่ระบาดบนเรือสำราญลำดังกล่าวได้อย่างไร
เบื้องต้นมีรายงานผู้โดยสารบนเรือเสียชีวิตแล้ว 3 ราย ติดเชื้อ 6 ราย และมีผู้สงสัยติดเชื้ออีก 2 ราย ขณะที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ประเมินว่าความเสี่ยงต่อประชากรโลกโดยรวมยังคงอยู่ในระดับต่ำ