มหาวิทยาลัยในกรุงโตเกียวเปิดตัวห้องปฏิบัติการที่ใช้หุ่นยนต์ปฏิบัติการทดลองทางการแพทย์แทนนักวิจัยที่เป็นมนุษย์ โดยมีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนกระบวนการวิจัยเกือบทั้งหมดให้เป็นระบบอัตโนมัติในอนาคต
ศูนย์นวัตกรรมหุ่นยนต์ (Robotics Innovation Center) ตั้งอยู่ที่วิทยาเขตยูชิมะของสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งโตเกียว (Institute of Science Tokyo) ภายในศูนย์ประกอบด้วยหุ่นยนต์ 10 ตัว รวมถึงหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ชื่อ Maholo LabDroid โดยที่ห้องปฏิบัติการแห่งนี้จะไม่มีพนักงานที่เป็นมนุษย์ประจำการอยู่เลย
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ทางมหาวิทยาลัยมีแผนที่จะเพิ่มจำนวนหุ่นยนต์จำนวนมากในระยะยาว พร้อมทั้งบูรณาการระบบอัตโนมัติเข้ากับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)
หุ่นยนต์เหล่านี้สามารถใช้แขนทั้งสองข้างปฏิบัติงานที่ต้องอาศัยความละเอียด เช่น การตวงสารเคมีในปริมาณที่กำหนด การเปิด-ปิดประตูเครื่องควบคุมอุณหภูมิเพื่อวางหรือนำวัสดุทดลองออก นอกจากนี้ ยังสามารถดำเนินการเพาะเลี้ยงเซลล์ตามที่ได้โปรแกรมไว้ล่วงหน้าได้อย่างอัตโนมัติ
เป้าหมายใหญ่ของมหาวิทยาลัยคือการขยายจำนวนหุ่นยนต์ให้ถึงประมาณ 2,000 ตัวภายในปี 2583 เพื่อให้หุ่นยนต์สามารถรับผิดชอบงานวิจัยได้เกือบทุกขั้นตอน ตั้งแต่การตั้งสมมติฐานไปจนถึงการพิสูจน์ยืนยันผลการทดลอง
"เราต้องการทำให้วิทยาศาสตร์ของญี่ปุ่นดีที่สุดในโลก" เคอิจิ นากายามะ ผู้อำนวยการศูนย์ฯ กล่าวในพิธีเปิดเมื่อช่วงกลางเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยระบุว่า AI และหุ่นยนต์คือเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว ซึ่งในงานนี้ยังมีหุ่นยนต์เข้าร่วมพิธีตัดริบบิ้นด้วย
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่สถาบันวิจัยต่าง ๆ กำลังเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน ทั้งปัญหาการขาดแคลนแรงงาน และความต้องการลดความผิดพลาดที่เกิดจากมนุษย์ (human error) ในการทดลอง
สำหรับหุ่นยนต์รุ่น Maholo นั้น ปัจจุบันได้มีการนำไปใช้งานแล้วที่โรงพยาบาลในจังหวัดโกเบ ทางตะวันตกของญี่ปุ่น ซึ่งเน้นด้านจักษุวิทยา โดยใช้ในการวิจัยทางคลินิกเกี่ยวกับเซลล์ต้นกำเนิดชนิด iPS รวมถึงงานเพาะเลี้ยงเซลล์ ขณะที่ทีมนักวิจัยที่เคยดูแลการทำงานของ Maholo ที่โกเบก็ได้เข้าร่วมทำงานกับศูนย์นวัตกรรมแห่งใหม่ในโตเกียวนี้ด้วยเช่นกัน