กระทรวงความมั่นคงสาธารณะของจีน เปิดเผยในวันนี้ (12 มิ.ย.) ว่า จำนวนคดีฉ้อโกงทางโทรคมนาคมในจีน ลดลงต่อเนื่องเป็นเวลา 8 เดือนติดต่อกัน นับตั้งแต่เดือนต.ค. 2568 เมื่อเทียบรายปี
เจ้าหน้าที่กระทรวงฯ ระบุว่า อาชญากรรมฉ้อโกงทางโทรคมนาคมและออนไลน์ ซึ่งเป็นอาชญากรรมข้ามชาติรูปแบบหนึ่ง ได้กลายเป็นภัยคุกคามสำคัญในหลายประเทศ และเป็นความท้าทายด้านการกำกับดูแลในระดับโลก
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า นับตั้งแต่ปี 2568 เป็นต้นมา ทางการจีนได้ยกระดับมาตรการปราบปรามอย่างต่อเนื่อง ทั้งการบังคับใช้กฎหมาย มาตรการกำกับดูแลเฉพาะภาคส่วน การใช้เทคโนโลยีสนับสนุนการสกัดกั้น การรณรงค์สร้างความตระหนักรู้ของประชาชน และความร่วมมือระหว่างประเทศ ส่งผลให้การปราบปรามมีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากนี้ จีนยังเพิ่มความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายกับประเทศที่เกี่ยวข้อง โดยสามารถทลายฐานปฏิบัติการขนาดใหญ่ของแก๊งพนันและหลอกลวงในพื้นที่ตอนเหนือของเมียนมา รวมถึงเมืองเมียวดี และในกัมพูชา
จากปฏิบัติการดังกล่าว เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยระดับแกนนำของขบวนการฉ้อโกงข้ามชาติหลายราย รวมถึง เฉิน จื้อ และ เฉอ จื้อเจียง
กระทรวงฯ เสริมว่า จีนได้บังคับใช้กฎหมายป้องกันการฉ้อโกงทางโทรคมนาคมและออนไลน์อย่างเข้มงวดตั้งแต่ปี 2568 โดยบูรณาการมาตรการทั้งในและต่างประเทศ ครอบคลุมทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์
ด้านความร่วมมือระหว่างประเทศ ทางการจีนได้รับผู้ต้องสงสัยคดีฉ้อโกงกลับประเทศรวมแล้ว 58,000 ราย ขณะที่ภายในประเทศ หน่วยงานตำรวจสามารถคลี่คลายคดีได้ 258,000 คดีในปี 2568 พร้อมทั้งร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศ สั่งห้ามติดตั้งแอปพลิเคชันที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงกว่า 64,000 แอป
ขณะเดียวกัน ทางการจีนได้ปล่อยแคมเปญรณรงค์ต่อต้านการฉ้อโกงทั่วประเทศเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (10 มิ.ย.) เพื่อยกระดับความตระหนักรู้และความสามารถของประชาชนในการป้องกันตนเองจากการถูกหลอกลวง
ภายใต้แคมเปญดังกล่าว หน่วยงานท้องถิ่นจะบูรณาการการให้ความรู้ด้านการป้องกันการฉ้อโกงเข้าสู่ระบบบริหารระดับชุมชน ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะผลักดันให้สถาบันการเงิน ผู้ให้บริการโทรคมนาคม และผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต จัดกิจกรรมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ทั้งพนักงานและผู้ใช้บริการอย่างต่อเนื่อง