ธนาคารเอชเอสบีซี แบงก์ ออสเตรเลีย (HSBC Bank Australia) กำลังเผชิญบทลงโทษมูลค่า 35 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (24.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) หลังยอมรับว่ามีข้อบกพร่องร้ายแรงในการป้องกันลูกค้าจากการถูกหลอกลวงทางการเงิน (Scam)
คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และการลงทุนของออสเตรเลีย (ASIC) เปิดเผยในวันนี้ (18 มิ.ย.) ว่า จะร่วมกับ HSBC ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐบาลกลางออสเตรเลียเพื่อขออนุมัติบทลงโทษดังกล่าว ซึ่งนับเป็นหนึ่งในคดีแรก ๆ ของโลกที่มุ่งตรวจสอบความบกพร่องของธนาคารในการป้องกันการหลอกลวงทางการเงิน
ตามข้อมูลของ ASIC พบว่า HSBC ได้รับรายงานธุรกรรมที่ไม่ได้รับอนุญาตมากกว่า 1,000 กรณี คิดเป็นมูลค่ารวม 34.6 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลียในช่วงระหว่างเดือนม.ค. 2563 ถึงส.ค. 2567 โดยจำนวนรายงานเพิ่มขึ้นราว 380% ในช่วงปี 2566-2567 ซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงแบบสวมรอย (Impersonation Scam)
ASIC ระบุว่า HSBC ยอมรับว่าในช่วงเดือนพ.ค. 2566 ถึงพ.ค. 2567 ธนาคารไม่มีมาตรการควบคุมระบบโอนเงินภายในที่เพียงพอ ส่งผลให้ลูกค้าเผชิญความเสี่ยงต่อการทำธุรกรรมที่ไม่ได้รับอนุญาตมากขึ้น
นอกจากนี้ HSBC ยังยอมรับว่าได้รับทราบถึงความเสี่ยงจากการหลอกลวงแบบสวมรอย ซึ่งมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ของ HSBC มาตั้งแต่ปี 2564 แต่ปัญหาดังกล่าวยังคงทวีความรุนแรงขึ้นในเวลาต่อมา
ASIC ยังกล่าวหาว่า HSBC ละเมิดเงื่อนไขใบอนุญาตประกอบธุรกิจ เนื่องจากใช้เวลานานในการตรวจสอบข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการหลอกลวง โดยใช้เวลาเฉลี่ยถึง 144 วันในการดำเนินการแต่ละกรณีให้แล้วเสร็จ อีกทั้งยังไม่มีระบบรองรับที่เพียงพอสำหรับลูกค้าที่ถูกระงับการเข้าถึงบัญชี
ทั้งนี้ HSBC ได้จัดตั้งโครงการเยียวยาลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ และได้จ่ายเงินชดเชยแล้วประมาณ 21.5 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย รวมทั้งสามารถติดตามและนำเงินกลับคืนให้ลูกค้าได้เพิ่มเติมอีก 6.5 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย
อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงยอมความระหว่าง ASIC กับ HSBC ยังต้องได้รับการอนุมัติจากศาลรัฐบาลกลางออสเตรเลียก่อนมีผลบังคับใช้