สเตฟาน ดูจาร์ริก โฆษกองค์การสหประชาชาติ (UN) เปิดเผยในวันพฤหัสบดี (18 มิ.ย.) ว่า ทอม เฟลตเชอร์ รองเลขาธิการสหประชาชาติฝ่ายกิจการมนุษยธรรมและผู้ประสานงานด้านการบรรเทาทุกข์ฉุกเฉิน ได้จัดสรรงบประมาณจำนวน 4 ล้านดอลลาร์จากกองทุนเพื่อการตอบโต้เหตุฉุกเฉินส่วนกลางของ UN (CERF) เพื่อสนับสนุนรัฐบาลยูกันดาในการรับมือการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลา
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ดูจาร์ริกเปิดเผยในการแถลงข่าวประจำวันว่า เงินทุนที่เพิ่งเปิดตัวนี้เป็นส่วนหนึ่งของการจัดสรรงบประมาณจากกองทุน CERF มูลค่าสูงสุด 60 ล้านดอลลาร์ ซึ่งได้ประกาศออกมาเมื่อปลายเดือนพ.ค. เพื่อส่งเสริมศักยภาพในการรับมือ โดยเงินทุนดังกล่าวจะนำไปสนับสนุนการดำเนินงานของ UN ใน 29 เขตของยูกันดา รวมถึงพื้นที่รองรับผู้ลี้ภัย ผ่านการให้ความช่วยเหลือด้านสาธารณสุขและโลจิสติกส์
ดูจาร์ริกระบุว่า ทีมงานของ UN ยังคงสนับสนุนการตอบสนองต่อการระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลาของยูกันดาในหลายด้าน โดยองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (IOM) และโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) กำลังร่วมกันยกระดับความเข้มงวดในการตรวจคัดกรอง การเฝ้าระวัง และการบริหารจัดการการเคลื่อนย้ายประชากร ณ จุดเข้าเมืองที่สำคัญ ขณะที่ทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (UNICEF) กำลังสนับสนุนด้านการมีส่วนร่วมของชุมชน การสื่อสารความเสี่ยง และการรักษาความต่อเนื่องของบริการที่จำเป็น
นอกจากนี้ โครงการอาหารโลก (WFP) ยังได้จัดส่งอาหารมากกว่า 6,000 มื้อให้แก่ผู้ป่วย ผู้สัมผัสเชื้อที่อยู่ระหว่างการแยกกักตัว และบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้า พร้อมทั้งรับประกันการจัดส่งเวชภัณฑ์และสิ่งของบรรเทาทุกข์ที่จำเป็น
ขณะเดียวกัน ดูจาร์ริกกล่าวเพิ่มเติมว่า UN และพันธมิตรได้จัดส่งเวชภัณฑ์มากกว่า 16 ตันไปยังคองโกในสัปดาห์นี้ ทั้งยังได้จัดตั้งสิ่งอำนวยความสะดวกในการตรวจคัดกรองสุขภาพแห่งใหม่ที่ท่าอากาศยานนานาชาติในกรุงคินชาซา เพื่อยกระดับการเฝ้าระวังให้เข้มงวดขึ้นอีกด้วย