ยุโรปเผชิญวิกฤตคลื่นความร้อนปกคลุมอย่างหนัก ส่งผลให้อุณหภูมิพุ่งสูงทำลายสถิติในหลายเมืองเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (22 มิ.ย.) ล่าสุดมีรายงานผู้เสียชีวิตในฝรั่งเศสแล้วอย่างน้อย 18 ราย ซึ่งรวมถึงเด็ก 2 รายที่ถูกทิ้งไว้ในรถยนต์ที่ร้อนจัด ขณะที่โรงเรียนหลายแห่งในฝรั่งเศสต้องประกาศปิดการเรียนการสอนหรือปรับเปลี่ยนเวลาเรียน
สำหรับสาเหตุของปรากฏการณ์ครั้งนี้ แคลร์ บาร์นส์ นักวิจัยด้านสภาพอากาศสุดขั้วและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจากอิมพีเรียลคอลเลจลอนดอน (Imperial College London) ระบุว่า เกิดจากการดึงมวลอากาศร้อนจากภูมิภาคแอฟริกาเหนือและทะเลทรายสะฮาราขึ้นมา มวลอากาศดังกล่าวเคลื่อนตัวช้ามาก ส่งผลให้ไม่มีลมหรือกระแสลมอ่อน ๆ ที่จะช่วยบรรเทาความร้อนจัดในครั้งนี้ได้เลย
สถานการณ์ในฝรั่งเศส อุณหภูมิในเมืองบอร์โด ทางตะวันตกของประเทศ พุ่งสูงถึง 41.9 องศาเซลเซียส ทำลายสถิติเดิมเมื่อเดือนส.ค. ปีที่แล้ว ส่วนเมืองปัวตีเย ทางตอนกลางของประเทศ อุณหภูมิแตะระดับ 41.2 องศาเซลเซียส ลบสถิติเดิมที่เคยทำไว้ในปี 2490 ขณะที่กรุงปารีสเตรียมบันทึกสถิติอุณหภูมิสูงสุดสำหรับเดือนมิ.ย. ที่ 38.4 องศาเซลเซียส
ทางด้านเมืองซานเซบาสเตียน ทางตอนเหนือของสเปนซึ่งปกติจะมีอากาศเย็น อุณหภูมิก็พุ่งทะลุ 40 องศาเซลเซียส ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตของวันที่ 22 มิ.ย. ถึงกว่าเท่าตัว โดยหน่วยงานอุตุนิยมวิทยาของสเปน (AEMET) เผยว่าอุณหภูมิขณะนี้สูงกว่าระดับปกติ 5-10 องศาเซลเซียส และในพื้นที่ทางตอนเหนือบางแห่งพุ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยถึงกว่า 10 องศาเซลเซียส
ขณะเดียวกัน สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติของอังกฤษ (Met Office) คาดการณ์ว่าคลื่นความร้อนที่ยาวนาน 4 วันนี้ อาจทำให้อุณหภูมิในบางพื้นที่พุ่งทะลุ 39 องศาเซลเซียส ซึ่งจะทำลายสถิติเดิมของเดือนมิ.ย. ที่ 35.6 องศาเซลเซียสในปี 2500 และ 2519 ลงอย่างราบคาบ
ส่วนในอิตาลี ทางการได้ประกาศเตือนภัยคลื่นความร้อนระดับสีแดง ใน 12 เมืองใหญ่ ล่าสุดผู้ให้บริการสาธารณูปโภคในเมืองตูริน ต้องเพิ่มกะการทำงานของพนักงานเป็นสองเท่าและเสริมเครื่องปั่นไฟ เพื่อรับมือกับปัญหาไฟฟ้าดับประปราย เนื่องจากโครงข่ายไฟฟ้าต้องรับภาระหนัก
ความร้อนจัดยังส่งผลให้เกิดโศกนาฏกรรม โดยอัยการในเมืองการ์ปองทราส ทางตะวันออกเฉียงใต้ของฝรั่งเศสระบุว่า เจ้าหน้าที่กู้ชีพไม่สามารถยื้อชีวิตเด็ก 2 ราย วัย 2 ขวบและ 4 ขวบ ที่ผู้เป็นแม่พบว่าหมดสติอยู่ในรถยนต์ของครอบครัวที่จอดอยู่หน้าบ้าน
ขณะเดียวกัน มีผู้สูงอายุ 3 ราย วัยระหว่าง 80-95 ปี เสียชีวิตในภูมิภาคบอร์โดเมื่อช่วงสุดสัปดาห์จากปัญหาสุขภาพที่เกิดจากคลื่นความร้อน
นอกจากนี้ หน่วยงานความปลอดภัยพลเรือนของฝรั่งเศส ยังได้ออกโรงเตือนให้ประชาชนลงเล่นน้ำในสถานที่ที่มีเจ้าหน้าที่ดูแลเท่านั้น หลังมีรายงานผู้จมน้ำเสียชีวิตถึง 13 รายตั้งแต่ช่วงวันอาทิตย์ (21 มิ.ย.) จนถึงวันจันทร์ โดยสถิติคนจมน้ำในฝรั่งเศสพุ่งสูงขึ้นถึง 172% เมื่อปีที่แล้วในช่วงที่เกิดคลื่นความร้อน เนื่องจากประชาชนพยายามลงเล่นน้ำเพื่อคลายร้อน