ชาวเยอรมนีเตรียมรับมือกับคลื่นความร้อนรุนแรงในวันนี้ (27 มิ.ย.) หลังอุณหภูมิในประเทศพุ่งทำสถิติใหม่ ขณะที่คลื่นความร้อนซึ่งเชื่อมโยงกับการเสียชีวิตหลายสิบรายในยุโรปตะวันตก กำลังเคลื่อนตัวไปทางตะวันออกสู่โปแลนด์
โฆษกสำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติเยอรมนีเปิดเผยว่า ในวันศุกร์ (26 มิ.ย.) มีการบันทึกอุณหภูมิสูงสุดเบื้องต้นที่ 41.3 องศาเซลเซียส บริเวณใกล้เมืองซาร์บรึคเคิน (Saarbruecken) ใกล้พรมแดนฝรั่งเศส ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดของประเทศ แม้ว่าตัวเลขดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ
สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ และเยอรมนี ต่างเผชิญอุณหภูมิสูงเป็นประวัติการณ์ในเดือนมิ.ย. และคาดว่าคลื่นความร้อนระลอกนี้อาจทำลายสถิติใหม่เพิ่มเติมระหว่างเคลื่อนตัวผ่านเยอรมนีไปยังโปแลนด์
เว็บไซต์พยากรณ์อากาศ Donnerwetter.de ระบุว่า คลื่นความร้อนจะรุนแรงที่สุดในช่วงสุดสัปดาห์ โดยบางพื้นที่ของเยอรมนีอาจมีอุณหภูมิสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส ก่อนที่สภาพอากาศจะเริ่มคลี่คลายในช่วงสุดสัปดาห์ พร้อมความเสี่ยงเกิดพายุฝนฟ้าคะนองรุนแรงในวันอาทิตย์ (28 มิ.ย.)
ในฝรั่งเศส คลื่นความร้อนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหลายสิบราย ทั้งในกลุ่มเด็กและผู้สูงอายุ อีกทั้งอุณหภูมิที่สูงกว่า 40 องศาเซลเซียส ยังส่งผลกระทบต่อการเดินรถไฟและการผลิตไฟฟ้า รวมถึงทำให้มีการสั่งห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ปิดโรงเรียนชั่วคราว และเลื่อนการจัดกิจกรรมกลางแจ้ง
ผลกระทบจากสภาพอากาศร้อนจัดยังลุกลามไปยังภาคคมนาคมของเยอรมนี โดยบริษัทดอยช์บาห์น (Deutsche Bahn) ผู้ให้บริการรถไฟแห่งชาติ อนุญาตให้ผู้โดยสารยกเลิกตั๋วรถไฟทางไกลจนถึงช่วงต้นสัปดาห์หน้าได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย พร้อมระบุว่า ระบบรางกำลังเผชิญแรงกดดันจากแสงแดด รวมถึงความเสี่ยงต่อระบบสัญญาณ รางรถไฟ และสายส่งไฟฟ้าเหนือศีรษะจากพายุฝนฟ้าคะนองและไฟป่า
ขณะเดียวกัน ผู้จัดการแข่งขันไตรกีฬาระยะไกลชิงแชมป์ยุโรป Ironman ที่เมืองแฟรงก์เฟิร์ต ได้ปรับลดระยะทางการแข่งขันในประเภทจักรยานและวิ่งลง เนื่องจากอากาศร้อนจัด ขณะที่ผู้ให้บริการสาธารณูปโภครายใหญ่บางแห่งได้ลดการให้บริการลง เพื่อป้องกันความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนนโก่งตัวและรางรถไฟขยายตัว
หลายพื้นที่ของเยอรมนี โดยเฉพาะทางตะวันตกเฉียงใต้ มีอุณหภูมิในเดือนมิ.ย.สูงกว่าค่าเฉลี่ยตามปกติอย่างมาก ขณะที่ข้อมูลจาก Reuters Climate Monitor ระบุว่า คลื่นความร้อนครั้งนี้ทำให้อุณหภูมิสูงกว่าค่าเฉลี่ยตามฤดูกาลถึง 18 องศาเซลเซียส อันเป็นผลจากปรากฏการณ์ Omega block ซึ่งทำให้มวลอากาศร้อนขนาดใหญ่ถูกกักอยู่เหนือพื้นที่เดิมเป็นเวลานาน และมีมวลอากาศเย็นล้อมรอบ
ทั่วทั้งยุโรป คลื่นความร้อนส่งผลให้แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมหลายแห่งต้องปิดทำการ ภาคเกษตรได้รับความเสียหาย และโรงพยาบาลบางแห่งต้องรองรับผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ความต้องการพัดลมไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศจากเอเชียมียอดขายในยุโรปพุ่งสูง เนื่องจากบ้านเรือนส่วนใหญ่ในยุโรปเหนือถูกออกแบบมาเพื่อกักเก็บความร้อนในฤดูหนาวมากกว่าระบายความร้อน
องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ระบุว่า คลื่นความร้อนระลอกนี้จะเริ่มเคลื่อนตัวในช่วงปลายเดือน และจะส่งผลกระทบต่อยุโรปตอนกลางและภูมิภาคบอลข่านต่อไป