จีนจับมือเอเชียกลาง พัฒนากลุ่มดาวเทียมรับมือภัยพิบัติข้ามพรมแดน

ข่าวต่างประเทศ Saturday June 27, 2026 16:02 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

จีนและหลายประเทศในเอเชียกลางลงนามความร่วมมือพัฒนากลุ่มดาวเทียม เพื่อแบ่งปันข้อมูลการสำรวจระยะไกล (remote sensing) และเสริมศักยภาพในการรับมือภัยคุกคามร่วมกัน เช่น แผ่นดินไหว ศัตรูพืชทางการเกษตร และน้ำท่วมจากการละลายของธารน้ำแข็ง

ข้อตกลงดังกล่าวได้รับการลงนามเมื่อวันพฤหัสบดี (25 มิ.ย.) ในงานมหกรรมจีน-ยูเรเซีย (China-Eurasia Expo) ครั้งที่ 9 ที่เมืองอุรุมชี เมืองเอกของเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ โดยนักวิทยาศาสตร์ผู้ร่วมโครงการเปิดเผยว่า กลุ่มดาวเทียมนี้ใช้ชื่อว่า "เทียนอู่ คอนสเตลเลชัน" (Tianwu Constellation) และในระยะแรกจะประกอบด้วยดาวเทียม 5 ดวง

นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า โครงการนี้ไม่ได้เป็นเพียงการส่งดาวเทียมขึ้นสู่อวกาศ แต่เป็นระบบบูรณาการระหว่างอากาศ อวกาศ และภาคพื้นดินที่ทำงานร่วมกันด้วยระบบอัจฉริยะ ข้อมูลจากดาวเทียมจะถูกส่งไปประมวลผลที่ศูนย์คอมพิวเตอร์ในซินเจียง เพื่อพัฒนาแบบจำลองปัญญาประดิษฐ์ (AI) สำหรับคาดการณ์ภัยพิบัติทางธรณีวิทยา ตรวจจับศัตรูพืชทางการเกษตร และติดตามการละลายของธารน้ำแข็ง

ถง ชิ่งซี ผู้เชี่ยวชาญด้านการสำรวจระยะไกลจากสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน (Chinese Academy of Sciences) กล่าวว่า ซินเจียงซึ่งมีพรมแดนติดกับหลายประเทศในเอเชียกลาง มีลักษณะภูมิประเทศและความเสี่ยงด้านธรณีวิทยาคล้ายคลึงกับประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งแผ่นดินไหว ดินถล่ม และน้ำท่วมจากการละลายของธารน้ำแข็ง จึงทำให้โครงการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การป้องกันและรับมือภัยพิบัติร่วมกันของทั้งภูมิภาค

ถงระบุเพิ่มเติมว่า โครงการดังกล่าวเป็นการนำความร่วมมือภายใต้โครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (Belt and Road Initiative) มาปฏิบัติจริง และเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันของมวลมนุษยชาติ

ด้านเฉิน ซี สมาชิกสถาบันวิทยาศาสตร์ยูเรเซียนานาชาติ (International Eurasian Academy of Sciences) กล่าวว่า ซินเจียงและประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียกลางเชื่อมต่อกันด้วยแนวเทือกเขาเดียวกัน และธารน้ำแข็งในพื้นที่ได้ละลายไปแล้ว 20-40% ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยการติดตามการเปลี่ยนแปลงของธารน้ำแข็งผ่านดาวเทียมอย่างต่อเนื่องและแม่นยำ จะช่วยสนับสนุนการจัดสรรทรัพยากรน้ำและเสริมความมั่นคงด้านน้ำของภูมิภาค

นักวิทยาศาสตร์จากคาซัคสถาน อุซเบกิสถาน และทาจิกิสถาน เข้าร่วมพิธีลงนามในครั้งนี้ พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่าโครงการจะก่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกัน

อาโคบีร์ มีร์โซราคิมโซดา รองประธานสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติทาจิกิสถาน กล่าวว่า การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เช่น ระบบเครือข่ายดาวเทียมและ AI จะช่วยให้สามารถติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมแบบเรียลไทม์ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการตัดสินใจอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมระบุว่าโครงการนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับงานวิทยาศาสตร์ ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ และกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศต่าง ๆ ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ