In Focus2 เหตุกราดยิงใน 3 วัน โศกนาฏกรรมซ้ำซากของสหรัฐอเมริกา

ข่าวต่างประเทศ Wednesday January 25, 2023 12:44 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ณ จุดนี้ คำว่า "กราดยิง" แทบจะเป็นวัฒนธรรมอย่างหนึ่งของสหรัฐ เป็นโศกนาฏกรรมครั้งแล้วครั้งเล่า น่าแปลกที่มันเหมือนจะเกิดขึ้นบ่อยครั้งแค่ในประเทศมหาอำนาจแห่งนี้

เพียงแค่ช่วง 3 วันที่ผ่านมา มีเหตุกราดยิงไปแล้ว 2 ครั้ง คดีแรกเป็นเหตุกราดยิง 11 ศพคืนวันเสาร์ (21 ม.ค.) ในฮอลล์เต้นรำย่านลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ที่มักมีลูกค้าประจำเป็นคนเอเชียวัยชรา และคนร้ายได้ยิงตัวตายในภายหลัง

จากนั้นเพียง 2 วันให้หลัง เกิดเหตุกราดยิงอีก 1 คดีเมื่อวันจันทร์ (23 ม.ค.) ในเมืองฮาล์ฟ มูน เบย์ รัฐเดียวกัน ผู้เสียชีวิตทั้ง 7 รายเป็นคนงานในฟาร์ม ส่วนใหญ่เป็นผู้อพยพเชื้อสายฮิสแปนิกและชาวเอเชีย โดยคนร้ายได้ถูกจับกุมแล้ว

In Focus สัปดาห์นี้จึงขอพาทุกท่านมาอ่านเรื่องเหตุกราดยิงในสหรัฐกันอีกครั้ง และคาดว่านี่จะยังไม่ใช่ครั้งสุดท้าย กับประเทศที่มองว่าการพกปืนคือสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน

*เหตุกราดยิงแรก: เอเชียฆ่าเอเชียด้วยกัน ในรัฐแคลิฟอร์เนีย*

เหตุสังหารหมู่สะเทือนขวัญสหรัฐทั้ง 2 คดีนี้ดูจะไม่มีความเกี่ยวข้องกันแต่กลับคล้ายกันอย่างน่าประหลาด ผู้ต้องสงสัยทั้ง 2 คดีต่างก็เป็นชายชาวเอเชียวัยเกษียณ ซึ่งแก่กว่าผู้ก่อเหตุกราดยิงโดยทั่ว ๆ ไปมากนัก

ในคดีแรก นายหู ก๋าน ตรั่น วัย 72 ปี ใช้ปืนพกกึ่งอัตโนมัติกราดยิงประชาชนที่กำลังฉลองเทศกาลตรุษจีนในห้องบอลรูมแห่งหนึ่งในเมืองมอนเทรีย์ พาร์ค รัฐแคลิฟอร์เนีย นายตรั่นพยายามบุกกราดยิงฮอลล์เต้นรำแห่งที่สองในคืนวันเดียวกัน แต่ถูกเจ้าของคลับแย่งปืนไว้ได้

เช้าวันต่อมา (22 ม.ค.) นายหูใช้ปืนยิงตัวเองเสียชีวิตในรถตู้ที่ใช้หลบหนี โดยเขาตัดสินใจปลิดชีพตัวเองในขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจปิดล้อมหลังจากเขาพยายามก่อเหตุกราดยิงครั้งที่สอง

ก่อนที่เจ้าหน้าที่ชันสูตรพลิกศพจะเปิดเผยรายชื่อเหยื่อเหตุกราดยิงในมอนเทรีย์ พาร์คเมื่อวานนี้ ครอบครัวและมิตรสหายของผู้เสียชีวิตก็ได้แห่มาทำพิธีไว้อาลัยกันอย่างไม่ขาดสาย โดยเหยื่อหลายรายเป็นลูกค้าประจำของฮอลล์เต้นรำดังกล่าว ซึ่งเป็นที่พบปะสังสรรค์ของคนในพื้นที่

เหยื่อทั้ง 11 รายในคดีกราดยิงแรกเป็นชาวประมงจากไต้หวัน 2 ราย ตามข้อมูลของสถานกงสุลไต้หวันในลอสแอนเจลิส และอีกหลายรายเป็นคนจีน ตามข้อมูลจากสถานกงสุลจีน

นางฮิลดา โซลิส สมาชิกของคณะกรรมการกำกับดูแลประจำเคาน์ตีลอสแอนเจลิสเปิดเผยว่า คดีดังกล่าวนับเป็นเหตุกราดยิงครั้งร้ายแรงที่สุดที่เคยเกิดขึ้นในเคาน์ตีแห่งนี้

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา นายโรเบิร์ต ลูนา นายอำเภอประจำเคาน์ตีลอสแอนเจลิสเปิดเผยต่อผู้สื่อข่าวว่า ฝ่ายสืบสวนพบปลอกกระสุน 42 ปลอก และซองที่บรรจุกระสุนปืนได้มากในที่เกิดเหตุที่สตาร์บอลรูม

นายลูนากล่าวว่า เมื่อเข้าค้นหาในบ้านเคลื่อนที่ของผู้ต้องสงสัยในเมืองเฮเมต ห่างออกไปทางตะวันออกของลอสแอนเจลิส 80 ไมล์ ก็พบปืนไรเฟิล อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และหลักฐานอื่น ๆ ที่บ่งชี้ว่านายตรั่นประกอบที่เก็บเสียงปืนด้วยตัวเอง ส่วนตำรวจยึดกระสุนได้หลายร้อยนัดจากบ้านดังกล่าว ตลอดจนปืนพกในรถของคนร้าย

ด้านนายสกอตต์ วีส หัวหน้าตำรวจเมืองมอนเทรีย์ พาร์คกล่าวว่า ทีมสืบสวนกำลังตรวจสอบรายงานที่ยังไม่ได้รับการยืนยันว่า เหตุกราดยิงที่ฮอลล์เต้นรำอาจเกิดจากความหึงหวงหรือปัญหาด้านความสัมพันธ์

นายอดัม ฮูด เจ้าของบ้านเช่าของนายตรั่นในเขตลอสแอนเจลิสเปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า นายตรั่นบ่นว่าลูกค้าที่ฮอลล์เต้นรำพูดจาไม่ดีลับหลังเขา

"เขาไม่ไว้ใจคนที่สตูดิโอนั้น ทั้งโกรธทั้งไม่ไว้ใจ ผมว่าเขาคงหมดความอดทนแล้ว"

*เหตุกราดยิงที่สอง ฆ่าเพื่อนร่วมงานในฟาร์มเพาะเห็ด*

คดีที่สองเกิดขึ้นเพียง 2 วันให้หลัง โดยนายชุนลี จ้าว เกษตรกรชาวจีนวัย 67 ปี สาดกระสุนใส่คนงานในฟาร์มเพาะเห็ด 2 แห่งในเมืองฮาล์ฟ มูน เบย์ ทางตอนเหนือของรัฐแคลิฟอร์เนีย

นายจ้าวถูกจับกุมตัวได้ในเวลา 16.40 น. ตามเวลาท้องถิ่น หลังจากเจ้าหน้าที่พบเขาในรถส่วนตัวซึ่งจอดอยู่ที่ลานจอดรถนอกสถานีนายอำเภอ ทางเจ้าหน้าที่เชื่อว่าคนร้ายตั้งใจเข้ามอบตัว

ทางการระบุว่ายังไม่ทราบมูลเหตุจูงใจของเหตุสะเทือนขวัญครั้งนี้ แต่ดูเหมือนว่าอาจจะเกิดจากปัญหาความไม่พอใจในที่ทำงาน

นางคริสตินา คอร์ปัส นายอำเภอประจำเคาน์ตีซาน มาเทโอแถลงข่าวเมื่อวานนี้ (24 ม.ค.) ว่า "หลักฐานทั้งหมดที่เรามีชี้ว่านี่เป็นเหตุความรุนแรงในที่ทำงาน" โดยระบุว่านายจ้าวเป็นลูกจ้างที่ฟาร์มเพาะเห็ดเมาเทนมัชรูมฟาร์ม ซึ่งเป็นหนึ่งในที่เกิดเหตุ ส่วนอีกที่หนึ่งคือฟาร์มคอนคอร์ด ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 1 ไมล์

ข้อสันนิษฐานดังกล่าวดูจะสอดคล้องกับที่หนังสือพิมพ์ซานฟรานซิสโกครอนิเคิลรายงานเมื่อวานนี้ว่า เพื่อนร่วมงานที่ร้านอาหารขอให้ศาลออกหมายสั่งห้ามมิให้นายจ้าวเข้าใกล้ หลังจากที่กล่าวหาว่านายจ้าวบุกเข้าทำร้ายและขู่ฆ่า ทั้งนี้ คำสั่งศาลดังกล่าวไม่มีผลอีกต่อไป

ส่วนบันทึกการควบคุมผู้ต้องหาในเคาน์ตีซาน มาเทโอระบุว่า นายจ้าวถูกบันทึกในข้อหาฆาตกรรมโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ข้อหาพยายามฆ่า และข้อหาการใช้อาวุธปืน ทั้งนี้คาดว่านายจ้าวจะถูกตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการในวันนี้ โดยมีกำหนดการนำตัวขึ้นศาลครั้งแรกในเมืองเรดวูดซิตี

*กรรมของคนเอเชีย*

ข้อเท็จจริงที่ว่าผู้ก่อเหตุเป็นคนในชุมชนเดียวกัน ประกอบกับกระแสความเกลียดชังคนอเมริกันเชื้อสายเอเชีย หลังนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐในขณะนั้น กล่าวโทษว่าประเทศจีนเป็นต้นเหตุของโรคระบาดโควิด-19 ก็ทำให้เกิดบรรยากาศความกลัวในหมู่ผู้อพยพชาวเอเชีย

ข้อมูลจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแอนเจลิส (UCLA) ระบุว่า 32% ของผู้อพยพเชื้อสายเอเชีย และ 23% ของผู้อพยพเชื้อสายลาตินกล่าวว่าตน "กังวลอย่างยิ่ง" ว่าจะตกเป็นเหยื่อของเหตุรุนแรงจากปืน ซึ่งเป็นระดับความกังวลมากกว่าคนที่เกิดในสหรัฐถึง 3 เท่า

อีกหนึ่งผลการศึกษาจากมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า คนอเมริกันเชื้อสายเอเชียเป็นเจ้าของปืนกันมากขึ้นหลังเกิดโควิด-19 ในจำนวนนี้ มีถึง 1 ใน 3 ที่บอกว่าพกปืนบ่อยขึ้นหลังเกิดเหตุทำร้ายคนเอเชีย และมีปืนบรรจุกระสุนหรือปืนที่ปลดระบบเซฟตี้เก็บไว้ที่บ้าน

นอกจากนี้ นายเวสลีย์ ชาน พนักงานร้านขายปืนยูโรอาร์มส์ในเมืองอัลฮัมบรา ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุที่มอนเทรีย์ พาร์ค ไปประมาณ 3 ไมล์ กล่าวว่า ปืนขายดีขึ้นนับตั้งแต่ที่เริ่มมีโควิด-19 รวมถึงในหมู่คนอเมริกันเชื้อสายเอเชียด้วย

"ทุกคนต่างก็กลัวและต้องการปกป้องตัวเอง" นายชานกล่าว

ด้านประธานาธิบดีโจ ไบเดนแถลงเมื่อวานนี้ โดยเรียกร้องให้สภาคองเกรสรื้อฟื้นการแบนอาวุธจู่โจมขึ้นมาอีกครั้ง

"แม้ขณะที่เรารอรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุกราดยิงเหล่านี้ เราก็รู้ว่าความรุนแรงของการใช้ปืนอันเป็นหายนะที่ระบาดไปทั่วอเมริกานั้นต้องมีมาตรการที่เข้มงวดกว่านี้" ปธน.ไบเดนกล่าว

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ