Media Talk: สำนักข่าวเวียดนามร่วมแชร์ประสบการณ์รับมือข่าวปลอมยุคโควิด-19 ชี้เป็นยุคทองของสื่อในการครองใจประชาชน

ข่าวต่างประเทศ Thursday April 9, 2020 17:07 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

Media Talk: สำนักข่าวเวียดนามร่วมแชร์ประสบการณ์รับมือข่าวปลอมยุคโควิด-19 ชี้เป็นยุคทองของสื่อในการครองใจประชาชน

ปัจจุบัน การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ได้ก่อให้เกิดกระแสข่าวปลอมมากมายทั้งในไทยและต่างประเทศ สำหรับประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนามก็เผชิญกับปัญหานี้ด้วยเช่นกัน ทางพีอาร์นิวส์ไวร์ จึงได้เชิญคุณ LE QUOC MINH รองประธานสำนักข่าวเวียดนาม หรือ Vietnam News Agency มาร่วมแชร์ประสบการณ์ในการจัดการกับข่าวปลอมในยุคโควิด-19

คุณ LE QUOC MINH เปิดเผยว่า ข่าวปลอมเป็นปัญหาที่กระทบต่อคนทุกเพศทุกวัย และเป็นปัญหาที่มีมานานแล้ว แต่ได้กลับมาระบาดอย่างหนักในเวียดนามอีกครั้ง เมื่อเวียดนามเริ่มพบผู้ติดเชื้อรายใหม่จำนวนมากจากยุโรป หลังจากที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อในประเทศทรงตัวอยู่ที่ 16 รายเป็นเวลานาน

ผู้บริหารสำนักข่าวเวียดนามยอมรับว่า ข่าวปลอมที่พรั่งพรูเข้ามานี้มากเกินที่ทางทีมงานจะรับไหว จึงจำเป็นต้องเลือกตรวจสอบความถูกต้องและแก้ไขข่าวที่ได้รับความนิยมและถูกพูดถึงมากที่สุด ซึ่งตามกำลังที่มีขณะนี้สามารถตรวจสอบได้เพียงวันละ 10-15 ชิ้นเท่านั้น โดยทางสำนักข่าวจะให้นักข่าวคอยโทรเช็คข้อเท็จจริงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และหากประเด็นนั้นต้องอาศัยความรู้ทางเทคนิคก็ต้องคอยเช็คกับผู้เชี่ยวชาญ และหากเป็นข่าวปลอมก็จะแก้ไขให้ถูกต้อง

แต่ถึงอย่างนั้น ข่าวปลอมที่ถูกอ่านไปแล้ว แม้จะมีการแก้ไขให้ถูกต้อง แต่น้อยคนนักที่จะอ่านข่าวที่ถูกแก้ไข ทางสำนักข่าวเวียดนามจึงได้ผุดโครงการที่น่าสนใจเพื่อให้ผู้คนตระหนักว่าข่าวชิ้นใดเป็นข่าวปลอมตั้งแต่ต้น

*เล่าข่าวปลอมผ่านเพลงแร็ป หวังเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่

สำนักข่าวเวียดนามได้นำโครงการที่ทำต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2013 อย่าง Rap News กลับมาปัดฝุ่นอีกครั้ง เพื่อบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับข่าวปลอมผ่านเพลงแร็ป โครงการดังกล่าวเริ่มแรกนั้นเป็นการใช้เพลงแร็ปเล่าข่าวที่น่าสนใจทั่วไป ทั้งข่าวในประเทศและต่างประเทศ แต่เมื่อกระแสข่าวปลอมมาแรงมากในขณะนี้ Rap News จึงได้เน้นร้องเพลงแร็ปเพื่อวิจารณ์ข่าวปลอมแทน

เพลงแร็ปเหล่านี้มีเป้าหมายอยู่ที่คนรุ่นใหม่ และเผยแพร่หลายช่องทางด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นทีวี เว็บไซต์ Youtube และ Tiktok ทั้งยังทำซับไตเติลอีกถึง 15 ภาษา รวมถึงภาษาไทย

*เปิดเทรนเยาวชนให้รู้เท่าทันข่าวปลอม หวังคนรุ่นใหม่นำความรู้เผยแพร่ต่อให้คนรุ่นเก่า

คุณ LE QUOC MINH เปิดเผยว่า ผู้สูงอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไปมีความเสี่ยงว่าจะเชื่อข่าวปลอมมากกว่าคนรุ่นอื่น และยังขาดผู้ที่จะมาคอยแก้ไขข่าวปลอมเหล่านี้เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้อง สำนักข่าวเวียดนามจึงได้เปิดโครงการฝึกอบรมนักข่าวเยาวชนรุ่นใหม่ โดยมีเป้าหมายให้รู้เท่าทันข่าวปลอม และนำความรู้ที่ได้ไปเผยแพร่ต่อในวงกว้าง เพื่อให้คนอื่น ๆ รู้เท่าทันข่าวปลอมด้วยเช่นกัน

โครงการนี้เปิดฝึกอบรมเยาวชนตั้งแต่ระดับประถมถึงมัธยม และมีนักข่าวเยาวชนจากโครงการนี้แล้วถึงหนึ่งพันราย

*ยุคทองของสำนักข่าว แต่ต้องเป็นสำนักข่าวที่มีคุณภาพ

แม้ข่าวปลอมดูจะสร้างปัญหาให้สำนักข่าวมากมาย แต่ในขณะเดียวกัน ข่าวปลอมก็ได้เปิดโอกาสอันดีให้สำนักข่าวในการกอบกู้ความไว้ใจจากประชาชน เพราะทุกวันนี้ ข่าวปลอมหลั่งไหลเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางโซเชียลมีเดีย ทำให้ผู้อ่านข่าวรู้สึกสับสน ไม่รู้ว่าควรจะอ่านข่าวชิ้นไหนดี

ทางออกของผู้อ่านก็คือการกลับไปพึ่งพาสำนักข่าวที่ "เชื่อถือได้" นั่นเอง โดยคุณ LE QUOC MINH เปิดเผยว่า ช่วงเวลานี้ถือเป็นยุคทองของสำนักข่าวในการกอบกู้ความเชื่อมั่นจากประชาชน โดยสำนักข่าวจะครองใจผู้อ่านได้เมื่อทำหน้าที่นักข่าวได้อย่างมีความเป็นมืออาชีพ ไม่ได้รีบรายงานข่าวให้เร็วที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีความน่าเชื่อถือด้วย

คุณ LE QUOC MINH ยอมรับว่า สำนักข่าวเวียดนามไม่อาจสู้ "นักข่าวโซเชียล" ที่มีเพียงโทรศัพท์มือถือก็รายงานข่าวได้ เพราะอาจรายงานข่าวได้ไม่เร็วเท่า แต่สิ่งที่สำนักข่าวเวียดนามมีคือความเป็นมืออาชีพ จากการรายงานข่าวสารจากหลายแง่มุม มีการตรวจสอบความถูกต้อง และรายงานข่าวในเชิงลึกกว่า เพื่อให้ข่าวชิ้นนั้นยังคงถูกหยิบยกไปใช้ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าใด

*ธุรกิจพีอาร์และสื่อควรร่วมมือและมีทัศนคติที่ดีต่อกัน เพื่อประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย

การที่ผู้อ่านกลับมาพึ่งพาสำนักข่าวที่เชื่อถือได้มากขึ้นในการอ่านข่าวสารเกี่ยวกับโควิด-19 นั้น ส่งผลกระทบถึงข่าวประชาสัมพันธ์จากแบรนด์ต่าง ๆ ด้วย โดยแม้ทุกวันนี้ แบรนด์ต่าง ๆ มีช่องทางเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายด้วยตนเอง ไม่ต้องง้อสื่อแล้ว แต่คุณ LE QUOC MINH มองว่า ตอนนี้ผู้อ่านไว้วางใจข่าวประชาสัมพันธ์ที่โพสต์ลงบนเว็บไซต์สื่อที่ตนเองเชื่อใจ มากกว่าข่าวประชาสัมพันธ์จากแบรนด์โดยตรง

ดังนั้นแบรนด์และสื่อควรหันมาร่วมมือและมีทัศนคติที่ดีต่อกัน ในการปล่อยให้นักข่าวได้นำเสนอข่าวประชาสัมพันธ์ที่แบรนด์ส่งมาในสไตล์ของนักข่าวเอง เพราะการรายงานข่าวคุณภาพสูงโดยไม่รู้สึกว่าถูกแบรนด์ยัดเยียดนั้นจะทำให้ได้รับความไว้วางใจมากขึ้นจากผู้อ่าน โดยในกรณีของสำนักข่าวเวียดนามนั้น ทางทีมงานจะลงข่าวประชาสัมพันธ์ให้หากข่าวนั้นมีประโยชน์ต่อผู้อ่าน และอาจมีการตรวจสอบข้อมูลและสัมภาษณ์ความคิดเห็นเพิ่มเติม เพื่อให้ข่าวที่ออกมานั้นน่าอ่านมากยิ่งขึ้น

สุดท้ายนี้ รองประธานสำนักข่าวเวียดนามได้แจ้งข่าวดีว่า ขณะนี้ทางสำนักข่าวกำลังมีโครงการชื่อ Vietnam Company โดยเป็นเว็บไซต์ให้บริษัทต่าง ๆ ส่งข่าวประชาสัมพันธ์ได้อัตโนมัติ ซึ่งหน้าตาของเว็บไซต์นี้จะเป็นอย่างไรก็เป็นเรื่องที่ต้องจับตาดูกันต่อไป


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ