ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุบ่อขยะถล่มในเมืองเซบูทางตอนกลางของฟิลิปปินส์ เพิ่มขึ้นเป็น 11 ราย ขณะที่ปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยยังคงดำเนินต่อไปในวันนี้ (13 ม.ค.) เพื่อเร่งตามหาผู้สูญหายอีก 25 ราย
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เมื่อวานนี้ (12 ม.ค.) เดฟ ตูมูลัก สมาชิกสภาเมืองเซบู ให้สัมภาษณ์ทางวิทยุว่า หลังเกิดเหตุบ่อขยะถล่มเมื่อช่วงบ่ายวันพฤหัสบดีที่แล้ว (8 ม.ค.) ความหวังที่จะพบผู้รอดชีวิตเริ่มริบหรี่ลง เนื่องจากปฏิบัติการกู้ภัยและกู้ร่างผู้เสียชีวิตเป็นไปอย่างล่าช้า โดยมีสาเหตุสำคัญมาจากความกังวลด้านความปลอดภัย และสภาพแวดล้อมที่เป็นอันตรายอย่างยิ่งในพื้นที่เกิดเหตุ
ทีมกู้ภัยต้องดำเนินการรื้อถอนซากปรักหักพังอย่างระมัดระวังโดยใช้เครื่องตัดแก๊สอะเซทิลีน รถแบ็คโฮ และเครนขนาด 50 ตัน ขณะเดียวกันก็ต้องรับมือกับอันตรายจากภูเขาขยะที่ไม่มั่นคง ซึ่งยังคงระบายก๊าซมีเทนและก๊าซคาร์บอนออกมาอย่างต่อเนื่อง
เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นแจ้งเตือนว่า การใช้เครื่องตัดแก๊สอะเซทิลีนตัดโลหะในสภาพแวดล้อมที่มีก๊าซมีเทนสะสมอยู่อย่างหนาแน่นนั้นอันตรายอย่างยิ่ง เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดเพลิงไหม้และการระเบิด เพราะก๊าซทั้งสองชนิดมีคุณสมบัติไวไฟสูงและสามารถติดไฟได้ง่าย
ตูมูลักเสริมว่า เหตุการณ์ถล่มในครั้งนี้ส่งผลให้ทางเมืองจำเป็นต้องระงับการดำเนินงานในพื้นที่ฝังกลบขยะดังกล่าว ซึ่งสร้างความกังวลเกี่ยวกับปริมาณขยะที่กำลังเพิ่มมากขึ้นในแต่ละวัน