สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เมื่อวันเสาร์ (18 เม.ย.) เดอะ วอลล์ สตรีต เจอร์นัล (The Wall Street Journal) อ้างอิงข้อมูลจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รายงานว่ากองทัพสหรัฐฯ กำลังเตรียมปฏิบัติการขึ้นตรวจค้นเรือบรรทุกน้ำมันที่เชื่อมโยงกับอิหร่านในอีกไม่กี่วันข้างหน้า และยึดเรือพาณิชย์ในน่านน้ำสากล
แดน เคน ประธานคณะเสนาธิการร่วมกองทัพสหรัฐฯ เผยเมื่อวันพฤหัสบดี (16 เม.ย.) ว่า สหรัฐฯ จะไล่ติดตามเรือที่ชักธงอิหร่าน หรือเรือลำใดก็ตามที่พยายามให้การสนับสนุนด้านวัตถุแก่อิหร่าน และกองบัญชาการอินโด-แปซิฟิกของสหรัฐฯ จะรับหน้าที่บางส่วนในปฏิบัติการนี้
รายงานระบุว่า มาตรการดังกล่าวจะเปิดทางให้สหรัฐฯ สามารถเข้าควบคุมเรือที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านได้ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นเรือบรรทุกน้ำมันอิหร่านที่กำลังเดินเรืออยู่นอกอ่าวเปอร์เซียแล้ว หรือเรือขนส่งอาวุธซึ่งอาจถูกใช้สนับสนุนอิหร่าน
มาตรการดังกล่าวถือเป็นมาตรการกดดันอิหร่านระยะใหม่ของสหรัฐฯ ซึ่งรัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตั้งชื่อว่า "อีโคโนมิก ฟิวรี" (Economic Fury) มีเป้าหมายเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่ออิหร่านขั้นสูงสุด ท่ามกลางสถานการณ์หยุดยิงชั่วคราวระหว่างทั้งสองฝ่ายที่กำลังจะสิ้นสุดลงในสัปดาห์หน้า
ด้านแอนนา เคลลีย์ โฆษกทำเนียบขาว เผยว่า ทรัมป์มองว่าการปิดล้อมทางทะเล ควบคู่กับมาตรการภายใต้ "อีโคโนมิก ฟิวรี" จะช่วยเอื้อต่อการบรรลุข้อตกลงสันติภาพ