กระทรวงการคลังญี่ปุ่นเปิดเผยว่า รัฐบาลกลางมีหนี้แตะ 1,343.84 ล้านล้านเยน (ราว 276 ล้านล้านบาท) เมื่อนับถึงสิ้นเดือนมี.ค. 2569 สูงสุดต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 และเพิ่มขึ้น 20.13 ล้านล้านเยน (ราว 4.13 ล้านล้านบาท) เมื่อเทียบกับสิ้นปีงบประมาณก่อนหน้า
ยอดคงค้างพันธบัตรรัฐบาลอยู่ที่ 1,207.22 ล้านล้านเยน (ราว 248 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้น 24.33 ล้านล้านเยน (ราว 5 ล้านล้านบาท) ขณะที่ยอดเงินกู้ยืมของรัฐบาลอยู่ที่ 44.32 ล้านล้านเยน (ราว 9.11 ล้านล้านบาท) และตั๋วเงินคลังระยะสั้นอยู่ที่ 92.3 ล้านล้านเยน (ราว 18.9 ล้านล้านบาท)
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า รัฐบาลญี่ปุ่นยังคงพึ่งพาการออกหนี้อย่างมากเพื่อบริหารจัดการประเทศ ท่ามกลางภาวะราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงและอัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น ซึ่งส่งผลให้รายจ่ายด้านนโยบายเพิ่มตามไปด้วย
ขณะเดียวกัน นโยบายการคลังเชิงรุกอย่างมีความรับผิดชอบของนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ทำให้การดำเนินการต่าง ๆ ยิ่งมีส่วนเพิ่มภาระหนี้ของญี่ปุ่น เช่น การจัดทำงบประมาณเพิ่มเติม และการออกพันธบัตรรัฐบาลเพิ่มเพื่อรับมือเงินเฟ้อ
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ทัตสึอากิ ทากาโนะ ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยโตโยของญี่ปุ่น ระบุว่า ระบบการคลังของญี่ปุ่นกำลังเผชิญความท้าทายเชิงโครงสร้าง เนื่องจากแนวโน้มอัตราการเกิดต่ำและสังคมสูงวัยกำลังทำให้ภาระค่าใช้จ่ายด้านสวัสดิการสังคมของภาครัฐเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง