หนังสือพิมพ์กวนโด่ยเญินเซิน (Quan Doi Nhan Dan) สื่อของกองทัพเวียดนามรายงานเมื่อวันจันทร์ (10 ส.ค.) ว่า เวียดนามได้เริ่มกระบวนการต่อเรือฟริเกตปราบเรือดำน้ำขนาดใหญ่และทันสมัยที่สุดเท่าที่เคยผลิตเองในประเทศ ที่อู่ต่อเรือซงทู (Song Thu) ในเมืองดานัง เพื่อยกระดับกองทัพเรือให้พึ่งพาตนเองได้มากขึ้น และลดการนำเข้าอาวุธจากรัสเซีย ท่ามกลางความตึงเครียดจากข้อพิพาทดินแดนในทะเลจีนใต้
เรือรบลำนี้จะใช้อาวุธและอุปกรณ์ทางทหารที่พัฒนาหรือประกอบขึ้นเองภายในประเทศเป็นหลัก โดยมีเวียดเทล (Viettel) กลุ่มบริษัทโทรคมนาคมและเทคโนโลยีของกองทัพ ทำงานร่วมกับหน่วยวิจัยกลาโหมและกองทัพเรืออย่างใกล้ชิด ทั้งการต่อเรือไปจนถึงการพัฒนาและติดตั้งระบบอาวุธทั้งหมด
โครงการนี้นับเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์รัฐบาลเวียดนาม ที่ต้องการสร้างอุตสาหกรรมป้องกันประเทศให้เข้มแข็ง ทันสมัย พึ่งพาตนเองได้ และสามารถปรับใช้ได้ทั้งกิจการทหารและพลเรือน (Dual-use) เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพายุทโธปกรณ์จากต่างชาติ
ที่ผ่านมา กองทัพเรือเวียดนามพึ่งพาอาวุธจากรัสเซียเป็นหลัก โดยเคยสั่งซื้อเรือดำน้ำชั้นกิโล (Kilo-class) และเรือฟริเกตชั้นเกพาร์ด (Gepard-class) ควบคู่ไปกับการขยายกองเรือที่ต่อขึ้นเองในประเทศ เช่น เรือเร็วโจมตีอาวุธปล่อยนำวิถีและเรือลาดตระเวน
นอกจากนี้ เวียดนามเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดงานแสดงนวัตกรรมป้องกันประเทศนานาชาติ (Vietnam International Defence Expo) ครั้งที่ 3 ที่กรุงฮานอยในเดือนธ.ค. ปีนี้ เพื่อส่งเสริมการผลิตยุทโธปกรณ์ในประเทศ และกระจายแหล่งจัดซื้ออาวุธให้หลากหลายยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งพาประเทศใดประเทศหนึ่งเพียงอย่างเดียว
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/กัลยาณี ชีวะพานิช