พระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 381) พ.ศ.2544

ข่าวกฏหมายและประกาศ Tuesday July 3, 2001 08:48 —ประมวลรัษฎากร

                                        พระราชกฤษฎีกา
ออกตามความในประมวลรัษฎากร
ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 381)
พ.ศ.2544
___________________________
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ.2544
เป็นปีที่ 56 ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรยกเว้นภาษีมูลค่เพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ให้แก่บริษัทบริหารสินทรัพย์ตาม
กฎหมายว่าด้วยบริษัทบริหารสินทรัพย์บางกรณี
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 221 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา 3(1) แห่งประมวล
รัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 10) พ.ศ.2496 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า
ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา 1 พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า "พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร
(ฉบับที่ 381) พ.ศ.2544"
มาตรา 2 พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป
มาตรา 3 ให้ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามหมวด 4 ภาษีธุรกิจเฉพาะตามหมวด 5 และอากรแสตมป์ตามหมวด 6
ในลักษณะ 2 แห่งประมวลรัษฎากร ให้แก่บริษัทบริหารสินทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทบริหารสินทรัพย์ สำหรับเงินได้ที่ได้รับและสำหรับ
การกระทำตราสารอันเนื่องมาจากการโอนทรัพย์สินที่ได้ทำการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามหลักเกณฑ์การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ของสถาบัน
การเงินที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนดแล้วกลับคืนให้แก่สถาบันการเงินผู้โอนทรัพย์สินนั้นแก่บริษัทบริหารสินทรัพย์ เฉพาะกรณีที่
(1) สถาบันการเงินผู้โอนเป็นสถาบันการเงินที่ถือหุ้นในบริษัทบริหารสินทรัพย์เกินกว่าร้อยละ 50 ของหุ้นทั้งหมดที่มีสิทธิ
ออกเสียงหรือในกรณีที่สถาบันการเงินผู้โอนนั้นถือหุ้นในบริษัทบริหารสินทรัพย์ไม่เกินกว่าร้อยละ 50 ของหุ้นทั้งหมดที่มีสิทธิออกเสียงจะต้องมี
นิติบุคคลรายหนึ่งถือหุ้นในบริษัทบริหารสินทรัพย์และสถาบันการเงินผู้โอนนั้นเกินกว่าร้อยละ 50 ของหุ้นทั้งหมดที่มีสิทธิออกเสียง
(2) ทรัพย์สินที่โอนกลับคืนให้แก่สถาบันการเงินผู้โอนต้องเป็นสินทรัพย์จัดชั้นปกติหรือสินทรัพย์จัดชั้นควรระวังเป็นพิเศษ
ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด
(3) เป็นการโอนทรัพย์สินกลับคืนให้แก่สถาบันการเงินผู้โอนในราคาตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด
และ
(4) เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมสรรพากรประกาศกำหนด
ทั้งนี้ เฉพาะการโอนทรัพย์สินและสำหรับการกระทำตราสารที่ได้กระทำในระหว่างวันที่พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้มีผลใช้บังคับ
จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ.2544
มาตรา 4 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ: เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชกำหนดบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ. 2541 ได้กำหนด
ให้มีการจัดตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์ เพื่อดำเนินการรับซื้อหรือรับโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพของสถาบันการเงินรวมตลอดจนหลักประกัน
ของสินทรัพย์นั้น เพื่อนำมาบริหารหรือจำหน่ายจ่ายโอนต่อไป แต่เนื่องจากการจัดตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์ยังไม่เป็นที่แพร่หลาย ดังนั้น
เพื่อเป็นการสนับสนุนการจัดตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์สมควรยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ให้แก่บริษัทบริหาร
สินทรัพย์สำหรับเงินได้ที่ได้รับและสำหรับการกระทำตราสารอันเนื่องมาจากการโอนทรัพย์สินกลับคืนให้แก่สถาบันการเงินผู้โอนทรัพย์สิน
นั้นแก่บริษัทบริหารสินทรัพย์ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ