กระทรวงการต่างประเทศสนับสนุนสมาคมกอรีแห่งประเทศไทยไปแข่งขันอ่านคัมภีร์อัลกุรอานระดับโลกที่มาเลเซีย

ข่าวต่างประเทศ Tuesday July 27, 2010 07:15 —กระทรวงการต่างประเทศ

เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2553 ที่กระทรวงการต่างประเทศ อิหม่ามสนิท เอี่ยมฤทธิ์ นายกสมาคมกอรีแห่งประเทศไทยในความอุปถัมภ์ของจุฬาราชมนตรี นำคณะเจ้าหน้าที่สมาคมฯ และนักกอรีทีมชาติไทยที่จะไปแข่งขันทีมาเลเซีย ประกอบด้วย นายสันติ ดาซา กรรมการผู้ตัดสินจากประเทศไทย นางซามีฮะห์ ตะโล๊ะดิง กอรีอะห์ (นักอ่านคัมภีร์หญิง) จากจังหวัดปัตตานี และนายอับดุลฮาหมีด เซ็งกะจารีย์ นักกอรี (นักอ่านคัมภีร์ชาย) จากจังหวัดยะลา เข้าเยี่ยมคารวะเอกอัครราชทูตสุรพงษ์ ชัยนาม ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ผู้แทนรัฐมนตรีว่าการฯ เพื่อแสดงความขอบคุณที่กระทรวงการต่างประเทศได้ให้การสนับสนุนงบประมาณแก่สมาคมฯ ในการส่งผู้แทนสมาคมเข้าร่วมการแข่งขันในต่างประเทศด้วยดีมานับตั้งแต่ปี 2549

ในโอกาสนี้ เอกอัครราชทูตสุรพงษ์ ชัยนาม ได้มอบเงินจำนวน 147,500 บาท ในนามนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการฯ ซึ่งติดราชการอยู่ที่ประเทศเวียดนาม แก่สมาคมกอรีฯ เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเดินทางของนายสมาน ก้อพิทักษ์ เลขาธิการสมาคมกอรีฯ และนายปราโมทย์ เผือกผ่อง ครูผู้ฝึกสอน ซึ่งจะเดินทางร่วมกับคณะนักกอรีตัวแทนประเทศไทยไปเข้าร่วมการทดสอบอ่านคัมภีร์อัลกุรอานระหว่างประเทศ ครั้งที่ 52 (The 52nd International Al-Quran Reciters’ Assembly) ณ Putra World Trade Center (PWTC) กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 27 กรกฎาคม — 3 สิงหาคม 2553 ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้กล่าวอวยพรให้คณะนักกอรีตัวแทนประเทศไทย ที่จะเข้าร่วมการแข่งขันฯ เดินทางโดยสวัสดิภาพ และขอเป็นกำลังใจให้การแข่งขันประสบผลสำเร็จลุล่วงด้วยดี สามารถคว้ารางวัลและนำชื่อเสียงมาสู่ประเทศไทยได้อีกครั้งหนึ่ง นอกจากนี้ นายกสมาคมกอรีฯ ได้มอบโล่เพื่อแสดงความขอบคุณในความสนับสนุนของกระทรวงการต่างประเทศ ให้แก่ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการฯ อีกด้วย

ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการฯ ให้ความเห็นว่า ความสำเร็จของนักกอรีไทยเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งประเทศ ไม่ว่าเชื้อชาติศาสนาใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่วงการกอรีไทยเป็นที่ยอมรับอย่างสูงในระดับนานาชาติเป็นสิ่งที่แสดงออกอย่างชัดเจนในตัวเองถึงสิทธิและเสรีภาพของชาวไทยมุสลิมในการประกอบศาสนกิจและศึกษาวิชาการที่เกี่ยวข้องกับศาสนาได้อย่างดี ในโอกาสที่ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการฯ ได้พบกับนักศึกษาไทยมุสลิมที่ได้รับทุนไปศึกษาต่อในประเทศโมรอกโก ก็ได้ทราบว่าชาวต่างประเทศยังคงมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนอยู่มากว่าชาวไทยมุสลิม โดยเฉพาะสตรีถูกกีดกันไม่ให้ได้รับสิทธิพลเมืองขั้นพื้นฐาน ซึ่งนักศึกษาไทยมุสลิมก็ได้อธิบายสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องว่า คนไทยทุกคนมีสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญเสมอภาคกัน พร้อมนี้ นายสมาน ก้อพิทักษ์ เลขาธิการสมาคมกอรีฯ กล่าวเสริมด้วยว่าทุกครั้งที่ทีมชาติไทยเข้าร่วมการแข่งขันในต่างประเทศ จะได้รับความสนใจเป็นอย่างมากที่แม้ประเทศไทยมิได้เป็นประเทศมุสลิม แต่ก็มีนักกอรีที่มีความสามารถ และในการแข่งขันครั้งล่าสุดที่ประเทศอิหร่านระหว่างวันที่ 8-18 กรกฎาคม 2553 ที่ผ่านมา (ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศก็ได้สนับสนุนการเดินทางไปแช่งขันเช่นกัน) นายปรัชญา ก้อพิทักษ์ นักกอรีตัวแทนประเทศไทย ก็ได้รับรางวัลลำดับที่ 9 จากผู้เข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 55 ประเทศด้วย

การแข่งขันอ่านคัมภีร์อัลกุรอานระหว่างประเทศที่ประเทศมาเลเซีย ถือเป็นการประกวดอ่านคัมภีร์อัลกุรอานระดับนานาชาติที่สำคัญเวทีหนึ่งในโลกมุสลิมที่เริ่มจัดมาตั้งแต่มาเลเซียได้รับเอกราช และสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งมาเลเซียทุกพระองค์ได้ทรงรับงานดังกล่าวไว้ภายใต้พระบรมราชูปถัมภ์ ประเทศไทยในฐานะมิตรประเทศเพื่อนบ้าน ได้ส่งนักกอรีทีมชาติไทยเข้าร่วมการแข่งขันดังกล่าวอย่างต่อเนื่องทุกปี นักกอรีไทยได้สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย โดยได้รับพระราชทานรางวัลชนะเลิศและรางวัลอื่นๆ จากสมเด็จพระราชาธิบดีมาเลเซียมาแล้วถึง 8 ครั้ง นอกจากการเชิญนักกอรีจากประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขันแล้ว องค์กรผู้จัดงานฝ่ายมาเลเซียยังได้เชิญกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิชาวไทยมุสลิมเข้าร่วมการตัดสินเป็นประจำทุกปี โดยในปีนี้นายสันติ ดาซา ได้รับเชิญเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิร่วมตัดสิน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการยอมรับอย่างกว้างขวางในความสามรถของนักกอรีไทยในโลกมุสลิม ทั้งนี้ สองนักกอรีทีมชาติไทยที่เข้าร่วมการแข่งขันที่มาเลเซียในปีนี้ ถือได้ว่าเป็นผู้ที่มากด้วยประสบการณ์ โดยนางซามีฮะห์ฯ เคยเข้าร่วมการแข่งขันรายการเดียวกันมาแล้ว 2 ครั้งในปี 2544 และ 2547 และนายอับดุลฮาหมีดฯ เคยเข้าร่วมการแข่งขันดังกล่าวเมื่อปี 2540 และ 2548 รวมถึงได้เป็นครูผู้ฝึกสอนให้แก่นักกอรีทีมชาติไทยในการแข่งขันที่มาเลเซียปี 2551 ด้วย

กระทรวงการต่างประเทศได้เข้ามามีบทบาทสนับสนุนกิจกรรมของสมาคมกอรีฯ อย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ปี 2549 โดยเห็นว่าสมาคมฯ เป็นองค์กรไทยมุสลิมที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างชื่อเสียงและภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศไทยในต่างแดน อีกทั้งทำให้ประชาคมโลกมุสลิมได้ทราบถึงมาตรฐานทางวิชาการของนักกอรีไทย ตลอดจนทราบถึงสภาพสังคมไทยที่เปิดกว้าง และเคารพเสรีภาพในการนับถือศาสนา ที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศได้จัดสรรงบประมาณสนับสนุนการส่งครูผู้ฝึกสอนของสมาคมฯ และเจ้าหน้าที่สมาคมฯ เดินทางร่วมไปกับคณะนักกอรีตัวแทนประเทศไทยในการเข้าแข่งขันและทดสอบการอ่านและท่องจำคัมภีร์อัลกุรอ่านระดับสากลที่จัดขึ้นในมาเลเซีย อินโดนีเซีย อิหร่าน อียิปต์ ซูดาน และประเทศอื่นๆ รวมทั้งได้ให้สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ไทยในประเทศที่เกี่ยวข้องพิจารณาไปดูแลอำนวยความสะดวก และประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ชาวไทยในประเทศที่จัดการแข่งขันไปร่วมให้กำลังใจคณะนักกอรีตัวแทนประเทศไทยด้วยทุกครั้ง

กองการสื่อมวลชน กรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ โทร. 643-5170 โทรสาร. 643-5169 E-mail : div0704@mfa.go.th--จบ--

-พห-

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ