รายงานภาวะเศรษฐกิจรายวันประจำวันที่ 16 กันยายน 2551

ข่าวเศรษฐกิจ Tuesday September 16, 2008 11:36 —กระทรวงการคลัง

Macro Morning Focus ประจำวันที่ 16 ก.ย. 2551 
SUMMARY:
- รมว. พาณิชย์ คาดการส่งออกไทยปีนี้ขยายตัวดี
- ราคาน้ำมันดิบสหรัฐปรับตัวลดลงต่ำสุดในรอบ 6 เดือนที่ 99 ดอลลาร์/บาร์เรล
- Lehman ล้มละลายกระทบตลาดหุ้นทั่วโลก
HIGHLIGHT:
1.รมว. พาณิชย์ คาดการส่งออกไทยปีนี้ขยายตัวดี
- รมว. กระทรวงพาณิชย์ เผยว่า การส่งออกของไทยปี 51 น่าจะยังขยายตัวได้ถึงร้อยละ 20 ต่อปี ผลจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้ายังดีอยู่ ประกอบกับครึ่งแรกการส่งออกขยายตัวดี โดย 7 เดือนแรกขยายตัวไปกว่าร้อยละ 26 โดยก่อนหน้านี้กระทรวงได้ตั้งเป้าหมายการส่งออกของปี 51 ไว้ที่ระดับร้อยละ 12-15 ต่อปี
- สศค. วิเคราะห์ว่า การส่งออกของไทยในปี 51 น่าจะยังขยายตัวดีอยู่ที่ประมาณร้อยละ 22-25 ต่อปี ทั้งนี้เนื่องจากการขยายตัวดีของการส่งออกในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี คาดว่าตัวเลขการส่งออกในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา (ส.ค. 51 และ ก.ย. 51) น่าจะขยายตัวลดลงเล็กน้อย เนื่องจากปัญหาการปิดท่าเรือคลองเตยและสนามบินบางแห่งที่ทำให้เกิดการขนส่งทางเรือและอากาศล่าช้า ในขณะที่ช่วงไตรมาส 4 ของปี การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกที่เริ่มขยายวงกว้างขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยบ้าง แต่ไทยอาจได้อานิสงส์จากการกระจายตลาดส่งออกไปยังประเทศเกิดใหม่ ประกอบการหันมาส่งออกน้ำมันสำเร็จรูป และอัญมณีและเครื่องประดับมากขึ้น ทั้งยังมีราคาข้าวในตลาดโลกที่อยู่ในระดับสูงเป็นตัวพยุงดัชนีราคาสินค้าออก อาจช่วยให้มูลค่าการส่งออกยังคงขยายตัวดีอย่างต่อเนื่อง
2. ราคาน้ำมันดิบสหรัฐปรับตัวลดลงต่ำสุดในรอบ 6 เดือนที่ 99 ดอลล่าร์/บาร์เรล
- ราคาซื้อขายน้ำมันดิบในตลาด NYMEX ณ วันที่ 15 ก.ย. ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 98.46 ดอลลาร์/บาร์เรล นับเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือน เนื่องจากมีรายงานว่าพายุเฮอร์ริเคนไอค์ได้สร้างความเสียหายเพียงเล็กน้อยต่อสาธารณูปโภคด้านการผลิตน้ำมัน ซึ่งเป็นสัญญาณถึงการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วของการผลิต ในขณะที่ บริษัทต่างๆเตือนว่ามีแนวโน้มว่าจะมีปัญหาด้านอุปทานน้ำมันในระยะอันใกล้
- สศค. วิเคราะห์ว่า การที่ราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงในช่วงที่ผ่านมานั้น สาเหตุหลักมาจากปริมาณความต้องการใช้น้ำมันดิบของโลกที่ลดลงเนื่องจากการชะลอตัวของภาวะเศรษฐกิจสหรัฐและยุโรป ปริมาณความต้องการใช้ดีเซลของจีนที่ลดลงหลังจบงานโอลิมปิก การพัฒนาพลังงานทดแทนที่มากขึ้น และการเก็งกำไรมีแนวโน้มลดลงจากค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น ประกอบกับสัญญาณที่ดีจากความเสียหายที่ไม่รุนแรงต่อสาธารณูปโภคด้านการผลิตน้ำมัน ทั้งนี้ สศค. คาดว่า ในช่วงครึ่งหลังของปีราคาน้ำมันดิบจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 100-110 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งจะช่วยบรรเทาปัญหาเงินเฟ้อให้ชะลอลงจากครึ่งปีแรก
3. Lehman ล้มละลายกระทบตลาดหุ้นทั่วโลก
- Lehman Brothers วานิชธนกิจขนาดใหญ่อันดับ 4 ของโลกประกาศขอพิทักษ์ทรัพย์จากภาวะล้มละลาย หลังจากได้ประกาศผลประกอบการไตรมาส 3 ที่ขาดทุนถึง 3.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และไม่สามารถหาผู้เข้ารับซื้อกิจการต่อได้ หลังจากที่การเจรจากับธนาคารBarclays ของอังกฤษประสบความล้มเหลวเนื่องจากทางการสหรัฐไม่สัญญาว่าจะเข้ากอบกู้กิจการหากประสบปัญหาดังเช่น Bear Stern, Fannie Mae และ Freddie Mac ซึ่งกระแสข่าวดังกล่าวทำให้ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลกโดยเฉพาะยุโรปตกต่ำลง โดยดัชนีหลักทรัพย์ยุโรป FTSE 300 ปรับลดลงประมาณร้อยละ 3 หลังจากเปิดตลาด ขณะที่ราคาหลักทรัพย์ธนาคารที่ซื้อขายในยุโรป เช่น UBS และ Lehman ตกต่ำตั้งแต่ร้อยละ 7 ถึงร้อยละ 80 ภายในวันเดียว
- สศค. วิเคราะห์ว่า ในระยะสั้นตลาดการเงินทั่วโลกน่าจะยังคงผันผวนสูง เนื่องจากกองทุนเก็งกำไร (Hedge Funds) ที่ถือหลักทรัพย์ของ Lehman จะต้องขายสินทรัพย์อื่น ๆ ที่ถือไว้ (Liquidate) เพื่อปิดความเสี่ยง (Stop Loss) นอกจากนั้นยังต้องเข้ากู้ในตลาดเงิน (LIBOR) เพื่อชดเชยการขาดทุนด้วย ทำให้อัตราดอกเบี้ยในตลาดเงินน่าจะปรับตัวสูงขึ้น ดังนั้นธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จึงได้เข้าอัดฉีดสภาพคล่องอย่างรุนแรง โดยประกาศยอมรับซื้อหลักทรัพย์จากธนาคารพาณิชย์ที่ประสบสภาพคล่องในปัจจุบันเพื่อป้องกันปัญหาสภาพคล่องตึงตัวรุนแรง (Credit Crunch) ทั้งนี้ สศค. คาดว่า Fed อาจมีการปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย และ/หรือ ดอกเบี้ยมาตรฐาน (Discount Rate) ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินในวันที่ 16 ก.ย. นี้
ที่มา: Macroeconomic Analysis Group: Fiscal Policy Office
Tel 02-273-9020 Ext 3665 : www.fpo.go.th

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ