รายงานภาวะเศรษฐกิจรายวันประจำวันที่ 28 ตุลาคม 2551

ข่าวเศรษฐกิจ Tuesday October 28, 2008 15:02 —กระทรวงการคลัง

Macro Morning Focus ประจำวันที่ 28 ต.ค. 2551

SUMMARY:
  • วิกฤติเศรษฐกิจส่งผลให้การจ้างงานไทยลดลง 1 ล้านคน
  • เศรษฐกิจชะลอตัวทำให้บริษัทเอกชนยื่นขอสินเชื่อล่วงหน้า
  • เศรษฐกิจโลกกระทบหุ้นไทยลดลงกว่าร้อยละ 10
HIGHLIGHT:
1. วิกฤติเศรษฐกิจส่งผลให้การจ้างงานไทยลดลง 1 ล้านคน
  • สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) รายงาน ปัญหาการเมืองจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวที่ลดลงแล้วร้อยละ 50 (จากการประเมินของธนาคารโลก ผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจโลกจะกระทบภาคการท่องเที่ยวร้อยละ 4.5เท่านั้น) นอกจากนี้ จากการตรวจสอบข้อมูลทั่วประเทศพบว่าบางอุตสาหกรรรม เช่น เสื้อผ้า ไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์ เซรามิก ลดกำลังการผลิตลงร้อยละ 20-30 จากปัญหาคำสั่งซื้อที่ลดลง ซึ่งจะส่งผลต่อการจ้างงานในปีหน้าที่คาดว่าจะลดลง 1 ล้านคน
  • สศค. วิเคราะห์ว่า จำนวนผู้ว่างงานของไทยล่าสุด (ณ เดือน ส.ค. 2551) มีจำนวน 446.6 พันคน จากกำลังแรงงานรวม 38.36 ล้านคน คิดเป็นอัตราการว่างงานที่ร้อยละ 1.4 ทั้งนี้ หากการจ้างงานลดลง 1 ล้านคนจริง ในกรณีที่แย่ที่สุด (worse case) จะทำให้อัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นได้ถึงร้อยละ 3.7 ซึ่งจะเป็นอัตราว่างงานที่สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2528 อย่างไรก็ตาม แรงงานไทยมีความยืดหยุ่นและเคลื่อนย้ายระหว่างภาคเศรษฐกิจได้ ซึ่งจะช่วยบรรเทาผลกระทบได้ในระดับหนึ่ง โดยเห็นได้ว่าในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจไทยปี 2540-41 อัตราการว่างงานสูงสุดที่ร้อยละ 2.8
2. เศรษฐกิจชะลอตัวทำให้บริษัทเอกชนยื่นขอสินเชื่อล่วงหน้า
  • ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ภาวะเศรษฐกิจในปีหน้าจะเกิดปัญหาเงินตึงตัว และกระทบต่อภาคเอกชนที่ต้องการลงทุนและขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินยากลำบากขึ้น ซึ่งแผนการปล่อยสินเชื่อปีหน้าของธนาคารตั้งเป้าเติบโตอยู่ที่ร้อยละ 10-16 โดยจะ มุ่งไปที่สินเชื่อรายย่อย เติบโตกว่าร้อยละ 20 ขณะที่สินเชื่อรายใหญ่จะเติบโตตามภาวะเศรษฐกิจอยู่ที่ร้อยละ 7-12 และสินเชื่อขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) จะเติบโตน้อยกว่าปีนี้ โดยจะขยายตัวประมาณร้อยละ 5-10
  • สศค. วิเคราะห์ว่า ปัจจุบันสภาพคล่องส่วนเกินของระบบสถาบันการเงินของไทยยังคงอยู่ในระดับสูงที่ประมาณ 1 ล้านล้านบาท ซึ่งจะช่วยบรรเทาผลกระทบหากเกิดภาวะตึงตึงทางการเงินรุนแรงขึ้น นอกจากนี้ ภาครัฐได้มีนโยบายเพิ่มสภาพคล่องให้ระบบเศรษฐกิจ (มาตรการวันที่ 14 ต.ค. 51) ที่ให้สถาบันการเงินปล่อยสินเชื่อในปี 52 เพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่าร้อยละ 5 หรือประมาณ 4 แสนล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะส่งผลให้ภาคธุรกิจของไทยโดยรวมจะสามารถดำเนินธุรกิจได้คล่องตัวมากขึ้น
3. เศรษฐกิจโลกกระทบหุ้นไทยลดลงกว่าร้อยละ 10
  • ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ใช้มาตรการ circuit breaker สั่งให้หยุดทำการซื้อขายหุ้นชั่วคราว 30 นาทีเมื่อเวลา 16.04 น. วานนี้ (27 ต.ค.51) เนื่องจากดัชนี SET ปรับลงแรงถึง 10% ที่ 389.58 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.05 หมื่นล้านบาท ซึ่งถือเป็นครั้งที่ 2 ในรอบปี และเป็นครั้งที่ 3 นับตั้งแต่เปิดดำเนินการปี 2518 โดยครั้งแรกใช้เมื่อวันที่ 19 ธ.ค.2549 ที่ดัชนีลดลง 10.14% เป็นผลจากการประกาศใช้มาตรการสำรองเงินทุนระยะสั้นร้อยละ 30 และครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 10 ต.ค.ที่ผ่านมา ทั้งนี้ การหยุดทำการซื้อขายหลักทรัพย์เป็นการ ชั่วคราวเป็นไปตามเกณฑ์ของ ตลท. ซึ่งในระดับที่ 1 เมื่อดัชนีหุ้นลดลงเท่ากับหรือมากกว่า 10% จะหยุดทำการซื้อขายชั่วคราว 30 นาที สำหรับระดับที่ 2 เมื่อดัชนีหุ้นลดลงเท่ากับหรือมากกว่า 20% ของดัชนีราคาวันทำการก่อนหน้า จะหยุดทำการซื้อขายอีกครั้งหนึ่งเป็นเวลา 1 ชั่วโมง
  • สศค. วิเคราะห์ว่า ตลาดหลักทรัพย์ไทยได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์การเงินโลกเช่นเดียวกับตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลก อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้มีมาตรการรองรับผลกระทบที่ประกาศเมื่อวันที่ 14 ต.ค. 51 เช่น มาตรการจัดตั้งกองทุน Matching Fund โดยตลาดหลักทรัพย์ร่วมกับสถาบันการเงิน และขยายวงเงินหักลดหย่อนภาษีจากการลงทุน RMF/LTF โดยมีเป้าหมายในการเพิ่มการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ต่อไป

ที่มา: Macroeconomic Analysis Group: Fiscal Policy Office

Tel 02-273-9020 Ext 3665 : www.fpo.go.th


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ