สหการประมูลเผยทิศทางธุรกิจประมูลรถยนต์มือสองปี 54 ประมูลรถตจว.หด 50% เร่งขยายตลาดรถบ้าน-รถไฟแนนซ์

ข่าวยานยนต์ ThaiPR.net -- พุธที่ 12 มกราคม 2554 16:13:08 น.
กรุงเทพฯ--12 ม.ค.--สหการประมูล

สหการประมูลเผยทิศทางธุรกิจประมูลรถยนต์มือสองปี 2554 ยังคงแข่งขันรุนแรง งัดกลยุทธ์สร้างความพึงพอใจและตอบสนองความต้องการลูกค้าทุกเซกเม้นท์ ยอมรับตลาดประมูลรถต่างจังหวัดหดตัว 50% เร่งขยายตลาดรถบ้าน-รถไฟแนนซ์ เพิ่มทางเลือกลูกค้ารถมือสอง

นางสาวเสาวลักษณ์ ชัยเดชสุริยะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สหการประมูล จำกัด เปิดเผยถึงทิศทางของตลาดประมูลรถยนต์มือสองในปี 2554 ว่า ธุรกิจนี้ยังคงมีการแข่งขันกันอย่างรุนแรงมากขึ้น เนื่องจากผู้ให้บริการทุกรายมีเป้าหมายที่จะสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า ทำให้ต้องใช้กลยุทธ์ต่าง ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มผู้ซื้อและผู้ขายทุกกลุ่ม เชื่อว่าการแข่งขันดังกล่าวจะทำให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์ทั้งในเรื่องการให้บริการ รวมถึงคุณภาพของรถยนต์มือสองซึ่งจะต้องตอบโจทย์ลูกค้าให้มากขึ้น สำหรับการให้บริการของสหการประมูลซึ่งเป็นบริษัทที่คนไทยรู้จักกันเป็นอย่างดี เนื่องจากเปิดให้บริการลูกค้ามากว่า 20 ปี จะเน้นกิจกรรมที่สามารถทำให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจ ในขณะเดียวกันก็จะไม่หยุดค้นหาว่าอะไรคือสิ่งที่ลูกค้าคาดหวังและต้องการมากที่สุด ที่สำคัญได้ให้ความสำคัญกับนโยบายในการปรับปรุงและพัฒนาบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องกับการแข่งขันของตลาด

สำหรับการประมูลต่างจังหวัดนั้น นางสาวเสาวลักษณ์ให้ความเห็นว่า ตลาดยังคงมีแนวโน้มว่าจะขยายตัวมากกว่าในกรุงเทพฯ แต่เชื่อว่าการประมูลสัญจรในภูมิภาคต่าง ๆ ของสหการประมูลน่าจะมีความถี่น้อยลงจากปีที่ผ่านมา ซึ่งในแต่ละเดือนเคยจัดประมูลทั้งรถยนต์และจักรยานยนต์มือสองกว่า 30 รอบ ในปีนี้น่าจะหดตัวลงร้อยละ 50 เหลือเพียง 15 รอบ เนื่องจากการแข่งขันของตลาดทำให้ไฟแนนซ์มีทางเลือกในการส่งรถประมูลขายทอดตลาดมากขึ้น ที่สำคัญสถาบันการเงินที่เป็นเจ้าของรถยนต์มือสองเริ่มกระจายส่งสินทรัพย์ไปหลาย ๆ บริษัท ซึ่งในอดีตนั้นมักเลือกที่ใดที่หนึ่งเป็นผู้ดำเนินการประมูล เพราะต้องการกระจายความเสี่ยงให้มีผู้ประมูลขายที่หลากหลายยิ่งขึ้น

“รถยนต์มือสองเป็นสินค้าที่มีกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างจากรถยนต์ใหม่ เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่ต้องการซื้อในราคาประหยัดกว่า กลยุทธ์ด้านราคาที่ยุติธรรมและคุณภาพที่ตรงกับความต้องการของลูกค้า คือปัจจัยหลักที่ธุรกิจประมูลจะนำมาใช้ในการทำงานต่อจากนี้ไป ในขณะเดียวกันก็ต้องให้ความสำคัญกับการบริหารด้านอื่น ๆ เพื่อทำให้สถาบันการเงินที่ส่งรถเข้ามาขายได้ประโยชน์สูงสุด เช่น เรื่องระบบการรักษาความปลอดภัย การสร้างมูลค่าให้กับสินทรัพย์ที่นำมาประมูลขาย” นางสาวเสาวลักษณ์ให้ความเห็นและเปิดเผยเพิ่มเติมว่า ตลาดรถยนต์มือสองก็มีความละเอียดอ่อนมาก เมื่อเทียบกับสินค้าประเภทอื่น ๆ เมื่อใดก็ตามที่สิ่งแวดล้อมทางการตลาดทั้งสังคม เศรษฐกิจ การเมืองฯลฯ ไม่เอื้ออำนวยก็มักจะกระทบต่อความมั่นใจของผู้บริโภคย่อมส่งผลกระทบต่อธุรกิจ เชื่อว่าหากปีนี้ประเทศไทยมีปัญหาต่าง ๆน้อยลง ก็น่าจะทำให้ธุรกิจประมูลที่กำลังร้อนแรงอยู่ในขณะนี้อยู่รอดได้อย่างแน่นอน

สอบถามได้ที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ โทรศัพท์ 0-2934-7344 หรือwww.union-auction.com
ข่าวที่เกี่ยวข้อง