หอศิลป พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติขอเชิญเที่ยวงานนิทรรศการภาพถ่ายหลังโศกนาฎกรรมวันที่ 11 กันยายน

ข่าวทั่วไป Monday May 20, 2002 11:16 —ThaiPR.net

กรุงเทพฯ--20 พ.ค.--หอศิลป พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ
นิทรรศการภาพถ่ายหลังโศกนาฎกรรมวันที่ 11 กันยายน โดย โจเอล ไมเยอร์โรวิตซ์
16-31 พฤษภาคม 2545 ที่กรุงเทพ ฯ
18-30 มิถุนายน 2545 ที่เชียงใหม่ เพื่อรำลึกถึงเหตุโศกนาฎกรรมวันที่ 11 กันยายน สถานทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทยและพิพิธภัณฑ์นครนิวยอร์ค ร่วมด้วยหอศิลป พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติและมหาวิทยาลัยเชียงใหม่จะจัด นิทรรศการภาพถ่ายฝีมือช่างภาพ ชื่อดัง โจเอล ไมเยอร์โรวิตซ์ ที่กรุงเทพฯ และเชียงใหม่
ผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมนิทรรศการดังกล่าวได้ที่ห้องอเนกประสงค์ หอศิลป พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ ถ. เจ้าฟ้า กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 16-31 พฤษภาคม และที่หอนิทรรศการศิลปและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 18-30 มิถุนายน ศกนี้
นาย แดร์ริล เอ็น. จอห์นสันจะเป็นประธานในพิธีเปิดนิทรรศการอย่างเป็นทางการที่กรุงเทพฯ ในวันที่ 22 พฤษภาคม
นิทรรศการดังกล่าวจัดขึ้นในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกโดยมีจุดประสงค์เพื่อให้เราทุกคนได้ตระหนักถึงความรุนแรงของการก่อการร้ายที่ อาคารเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ และเพื่อเป็นหลักฐานของความพยายามในการฟื้นฟูบริเวณความเสียหาย อีกทั้งเพื่อแสดงให้เราเห็นถึงภยันตรายจากการก่อการร้ายที่มีต่อประชาคมโลก
ประธานาธิบดีจอร์จ ดับบลิว. บุชกล่าวไว้เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2544 ว่า "ในไม่ช้านี้ เราอาจจะสร้างอนุสรณ์เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์วันที่ 11 กันยายนด้วยศิลา โลหะ หรืออะไรก็ได้ที่จะทำให้คนรุ่นลูกหลานเข้าใจถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในวินาทีนี้และในวันนี้ แต่สำหรับพวกเราที่ผ่านเหตุการณ์เหล่านี้มา เพียงแค่เสียงเข็มนาฬิกาเคลื่อนไปยังนาทีที่ 46 ของชั่วโมงที่ 8 ในวันที่ 11 ก็พอแล้วที่จะเตือนความทรงจำของเรา"
นอกจากนิทรรศการดังกล่าวแล้ว สถานทูตสหรัฐอเมริการ่วมกับอุปรากรกรุงเทพฯ (Bangkok Opera) จะจัดคอนเสิร์ตชื่อ "Remembrances: Music of Crisis and Healing" ที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยในวันที่ 20 พฤษภาคม ศกนี้ เวลา 20.00 น. คอนเสิร์ตดังกล่าวจะประกอบไปด้วยนักดนตรี 150 คนจาก 15 ประเทศ ภายใต้การอำนวยเพลงของสมเถา สุจริตกุล ท่านที่ประสงค์จะได้รายละเอียดเกี่ยวกับตั๋วการแสดง กรุณาติดต่อที่ เคาน์เตอร์เซอร์วิส โทร.
ความเป็นมาของนิทรรศการ
หลังเหตุก่อวินาศกรรมที่อาคารเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ที่นครนิวยอร์คเมื่อวันที่ 11 กันยายนไม่กี่วัน พิพิธภัณฑ์นครนิวยอร์คได้ว่าจ้างช่างภาพชื่อดัง โจเอล ไมเยอร์โรวิตซ์ให้ถ่ายภาพความเสียหายและกิจกรรมการกู้ภัยที่บริเวณเกิดหตุและบริเวณใกล้เคียง ไว้เป็นอนุสรณ์ ภาพเหล่านี้ซึ่งมีจำนวนกว่า 5,000 ภาพจะถูกเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์นครนิวยอร์คเป็นการถาวร โดยจะอนุญาตให้ประชาชนใช้ค้นคว้า จัดนิทรรศการ และตีพิมพ์ลงในหนังสือได้
กระทรวงการต่างประเทศได้ขอให้พิพิธภัณฑ์นครนิวยอร์คและนายไมเยอร์โรวิตซ์เลือกภาพจาก ประมวลภาพถ่ายดังกล่าวเพื่อส่งไปยังเมืองต่างๆ ทั่วโลก รวมทั้งกรุงเทพฯ และเชียงใหม่เพื่อจัดทำเป็นนิทรรศการพิเศษขี้นมา ทางพิพิธภัณฑ์ และไมเยอร์โรวิตซ์ได้เลือกภาพมาทั้งสิ้น 27 ภาพ และตั้งชื่อนิทรรศการว่า "นิทรรศการภาพถ่ายหลังโศกนาฎกรรมวันที่ 11 กันยายน" (After September 11: Images from Ground Zero)
นายไมเยอร์โรวิตซ์กล่าวว่า "การได้ทำงานที่บริเวณซากอาคารเวิลด์เทรด เซ็นเตอร์ถือเป็นเกียรติ ความศักดิ์สิทธิ์ของสถานที่แห่งนั้นได้ทำให้ทุกๆ คนเปลี่ยนไป ความสนิทสนมในหมู่เจ้าหน้าที่ซึ่งทำงานอยู่ตรงนั้นทำให้ข้าพเจ้านึกถึงเรื่องราวเกี่ยวกับ สงครามโลกที่ได้ฟังมา โดยเจ้าหน้าที่ทั้งชาย และหญิงทำงานร่วมกันเพื่อ มุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน พวกเขาเหล่านั้นร่วมทุกข์ร่วมสุข และผูกพันต่อกันจากการได้ร่วมงานกัน ส่วนตัวข้าพเจ้าเองนั้น มีหน้าที่เก็บหลักฐานทางภาพถ่ายหลังโศกนาฏกรรม ไม่ว่าจะเป็นความเสียหายที่น่าสะพรึงกลัว การแสดงความเคารพต่อผู้เสียชีวิต ความพยายามอย่างแน่วแน่และไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อยในการฟื้นฟูนิวยอร์ค หรือการสละชีวิตของเจ้าหน้าที่กู้ภัยซึ่งการกระทำของเขาได้ถูกจารึกไว้ในจิตสำนึกของพวกเรา ทุกคนในอเมริกาและทั่วโลก"
นายรูดอล์ฟ จูลิอานี นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์คกล่าวคำอุทิศสำหรับนิทรรศการไว้ว่า "ภาพถ่ายเหล่านี้ถ่ายทอดความน่าสะพรึงกลัวและความกล้าหาญเยี่ยงวีรบุรุษในวันที่ 11 กันยายนและห้วงเวลาหลังจากนั้น วันดังกล่าวเป็นวันที่เราไม่มีวันลืม ไม่ใช่เพราะความสูญเสียที่เราต้องประสบเท่านั้น แต่เพราะการกระทำอันหาญกล้าที่เราได้พบเห็น นี่เป็นการทำสงครามที่ปราศจากเหตุผล เป็นการกระทำที่คร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์ทั้งชาย หญิงและเด็กนับพันๆ คน คนเหล่านี้มาจากหลายเชื้อชาติ ศาสนาและเผ่าพันธุ์ การที่ผู้เสียชีวิตเหล่านี้เป็นประชาชนจาก 83 ประเทศเป็นสิ่งที่ยืนยันว่าการกระทำครั้งนี้มิใช่การโจมตีต่อนครนิวยอร์คหรือสหรัฐอเมริกาเท่านั้น แต่ถือเป็นการโจมตีต่ออุดมการณ์แห่งประชาสังคมที่เสรีและเปิดกว้าง การโต้ตอบของวิถีแห่งเสรีภาพต่อลัทธิก่อการร้ายได้สร้างแรงบันดาลใจให้เราและจะดำรงอยู่ตลอดไป ในวันนั้น ปฏิบัติการกู้ภัย ซึ่งประสบความสำเร็จ ที่สุดในประวัติศาสตร์ ของเราสามารถช่วยชีวิตคนไว้ได้ 25,000 คน เจ้าหน้าที่กู้ภัย ของเราต่อสู้กับความชั่วร้าย ที่สุดแห่งมวลมนุษยชาติด้วยความดีงามสูงสุด แห่งมวลมนุษยชาติ และพวกเขาได้สร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้รักเสรีภาพทั่วทุกหนทุกแห่ง
ภาพที่ทรงพลังเหล่านี้คือสิ่งที่จะเตือนให้เราระลึกถึงการต่อสู้และการเสียสละตลอดไป ภาพเหล่านี้จะเป็นเครื่องเตือนใจเราถึงพันธะหน้าที่ทางศีลธรรมต่อดวงวิญญาณของผู้กล้าหาญ ที่เราต้องสูญเสียไป บุคคลเหล่านี้คือเครื่องพิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งของประชาชนผู้เสรี การก่อการร้ายเมื่อวันที่ 11 กันยายนมีจุดประสงค์เพื่อทำลายขวัญกำลังใจของเรา แต่เรากลับเข้มแข็งและสามัคคีกันมากยิ่งขึ้น เรารู้สึกถึงการอุทิศตนเพื่อหลักการแห่งเสรีภาพทางการเมือง เศรษฐกิจ และศาสนา หลักนิติธรรม และการเคารพต่อชีวิตมนุษย์ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง และไม่เคยรู้สึกมุ่งมั่นที่จะดำรงชีวิตท่ามกลางเสรีภาพมากเช่นนี้มาก่อน"
ท่านสามารถเข้าไปชมนิทรรศการข้างต้นได้ที่ www.911exhibit.state.gov
ท่านที่ประสงค์จะได้รายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ พรเลิศ อ่วมพ่วง โทร. 02-205-4490 หรือ กัญชลี จิตต์แจ้ง โทร. 02-205-4597 หรือกฤติยา ทัศนกิจ สถานกงสุล จังหวัดเชียงใหม่ โทร. 053-252-629.--จบ--
-สส-

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ