
นางสาววรนุช สวยค้าข้าว ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม (สสล.) กทม. กล่าวถึงความคืบหน้าการขับเคลื่อนการดำเนินงานแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯ ว่า กทม. ได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขับเคลื่อนมาตรการตามแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯ ปี 2569 ภายใต้แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ "การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง" ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2568 - 2570 และระยะ 5 ปีต่อไป และแผนปฏิบัติการเพื่อลดและขจัดมลพิษในเขตควบคุมมลพิษภายใต้ประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เมื่อวันที่ 8 ก.ย. 68 ที่กำหนดให้ท้องที่เขตกรุงเทพฯ เป็นเขตควบคุมมลพิษ ในเดือน พ.ย. - มี.ค. ของทุกปี โดยในปีงบประมาณ พ.ศ.2569 กทม. ได้ยกระดับ 10 มาตรการ เพื่อลดและควบคุมปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 เพื่อบรรเทาความรุนแรงของสถานการณ์ และลดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ประกอบด้วย (1) มาตรการเขตมลพิษต่ำ (Low Emission Zone: LEZ) ขยายพื้นที่จากเดิมวงแหวนรัชดาภิเษกเป็นครอบคลุมทั้ง 50 เขตของกรุงเทพฯ โดยห้ามรถตั้งแต่ 6 ล้อขึ้นไปเข้าพื้นที่กรุงเทพฯ ภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด ยกเว้นรถที่ลงทะเบียนบัญชีสีเขียว (Green List) ที่สามารถเข้าพื้นที่ได้ โดยเปิดให้ลงทะเบียนทางเว็บไซต์ https://lez.bangkok.go.th ตั้งแต่บัดนี้ถึงเดือน มี.ค. 69 มีรถลงทะเบียนแล้วกว่า 30,000 คัน (2) โครงการ Green List Plus ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมลดฝุ่นจากยานพาหนะ โดยเปลี่ยนน้ำมันเครื่องและไส้กรองอากาศ พร้อมทั้งลงทะเบียน Green List Plus ที่ศูนย์รับบริการที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งจะได้รับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ จากภาคเอกชนที่ร่วมโครงการ ตั้งแต่บัดนี้ถึงเดือน ม.ค. 69 มีรถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 186,000 คัน (3) มาตรฐานควันดำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้ประกาศมาตรฐานค่าควันดำใหม่ ไม่เกินร้อยละ 20 จากเดิมร้อยละ 30 ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 พ.ย. 68 ที่ผ่านมา โดยได้เรียกตรวจรถควันดำตามมาตรฐานใหม่แล้วกว่า 34,000 คัน พบรถมีค่าเกินมาตรฐานและออกคำสั่งห้ามใช้ 534 คัน (4) การตรวจรถในไซต์ก่อสร้าง/สถานประกอบการ สำนักงานเขตและสำนักการโยธา (สนย.) ได้ดำเนินการสุ่มตรวจควันดำรถที่ใช้งานอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝุ่น และประชาสัมพันธ์ให้รถที่ใช้งานทุกคันต้องลงทะเบียนบัญชีสีเขียว (Green List) กับ กทม. (5) การจัดการมลพิษในโรงงานและสถานประกอบกิจการที่มีหม้อไอน้ำทุกแห่งในพื้นที่กรุงเทพฯ จะต้องติดตั้งระบบตรวจวัดมลพิษทางอากาศที่ปล่อยจากปล่องอัตโนมัติอย่างต่อเนื่อง (CEMS) และเพิ่มความเข้มข้นของมาตรฐานมลพิษจากปล่องหม้อน้ำ ได้แก่ ค่า TSP SO2 และ NOx ซึ่งกรมโรงงานอุตสาหกรรมอยู่ระหว่างยกร่างกฎหมาย เพื่อดำเนินการประกาศใช้ต่อไป
(6) ประสานงานและสนับสนุนจังหวัดข้างเคียง โดยทำข้อตกลงร่วมกันเพื่อสนับสนุนการลดการเผาชีวมวลในพื้นที่ และส่งเสริมให้เกษตรกรบริหารจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ทดแทนการเผา เพื่อลดปัญหาฝุ่นละออง (7) จัดทำห้องปลอดฝุ่น ประกอบด้วย ห้องเรียนระดับชั้นอนุบาลในโรงเรียนสังกัด กทม. 2,119 ห้อง ดำเนินการแล้วเสร็จ 1,075 ห้อง และศูนย์พัฒนาเด็กเล็กสังกัด กทม. 262 แห่ง ดำเนินการแล้วเสร็จ 115 แห่ง รวมทั้งในสถานรับเลี้ยงเด็กกลางวันสังกัด กทม. 12 แห่ง (8) มาตรการ Work From Home เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมจากภาครัฐ เอกชน และประชาชนในการลดฝุ่นละอองจากการจราจรและขนส่ง และป้องกันสุขภาพของบุคลากร โดยมีแนวทางการ WFH 2 รูปแบบ คือ WFH เมื่อผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครประกาศขอความร่วมมือภายใต้เกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด หรือ WFH อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 วัน ตั้งแต่เดือน ม.ค. - มี.ค. 69 ซึ่งได้ประกาศขอความร่วมมือ WFH ในวันที่ 4 ธ.ค. 68 และวันที่ 12-13 ม.ค. 69 มีผู้เข้าร่วม WFH กว่า 210,000 คน (9) ระบบแจ้งเตือนฝุ่นละออง PM2.5 แบบเรียลไทม์ ผ่านแอปพลิเคชัน AirBKK โดยเฝ้าระวังคุณภาพอากาศครอบคลุมทั้ง 50 เขต พร้อมพยากรณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ล่วงหน้าได้ 7 วัน เพื่อให้ประชาชนเตรียมตัวล่วงหน้าได้ทันท่วงที
ขณะเดียวกันได้รายงานสถานการณ์ฝุ่นในช่วงวิกฤตวันละ 3 ครั้ง เวลา 07.00 น., 11.00 น. และเวลา 15.00 น. พร้อมทั้งให้คำแนะนำการวิธีการป้องกันตนเองจากฝุ่นละออง PM2.5 ผ่านเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน AirBKK เพจเฟซบุ๊ก กรุงเทพมหานคร หรือศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศ กรุงเทพมหานคร และแจ้งเตือนผ่าน Linealert เมื่อฝุ่นมากกว่า 37.5 ไมโครกรัม (มคก.)/ ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) (ระดับสีส้ม) ทั้ง 50 เขต และผ่าน Cell Broadcast เมื่อค่าฝุ่นมากกว่า 75 มคก./ลบ.ม. (ระดับสีแดง) ในพื้นที่เขตนั้น ๆ และ (10) เพิ่มพื้นที่สีเขียว ด้วยการปลูกต้นไม้ล้านต้น เพิ่มเป้าหมายเป็น 3 ล้านต้น จากตอนนี้ปลูกไปแล้วกว่า 2.3 ล้านต้น และเพิ่มสวน 15 นาที ให้ครบ 500 แห่งตามเป้าหมาย ปัจจุบันเปิดให้บริการแล้ว 441 แห่ง
เมื่อวันที่ 9 ม.ค. 69 ปลัดกรุงเทพมหานคร ได้มีหนังสือสั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินมาตรการ เพื่อลดและควบคุมฝุ่นละอองที่แหล่งกำเนิด อาทิ เข้มงวดการตรวจสถานที่ก่อสร้างให้การฉีดพ่นน้ำ งดกิจกรรมก่อสร้างที่ก่อให้เกิดฝุ่นละออง และรถตั้งแต่ 6 ล้อขึ้นไปต้องลงทะเบียนบัญชีสีเขียว (Green List) ตรวจติดตามแหล่งกำเนิด PM2.5 ทุกประเภท ไม่ให้ปล่อยมลพิษอากาศเกินค่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนด เข้มงวดตรวจตราไม่ให้มีการเผาขยะ หรือการเผาในที่โล่ง ขอความร่วมมือให้บุคลากรภาครัฐและเอกชนปฏิบัติงานในที่พัก (Work From Home) ในวันที่ 12-13 ม.ค. 69 ผู้อำนวยการเขตพิจารณาออกประกาศพื้นที่ควบคุมเหตุรำคาญ ความถี่ในการล้างและดูดฝุ่นถนน ฉีดล้างต้นไม้ ใบไม้ ออกหน่วยบริการสาธารณสุขและหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ คลินิกมลพิษทางอากาศดูแลสุขภาพประชาชน และแจ้งโรงเรียน ศูนย์เด็กเล็กก่อนวัยเรียนในพื้นที่ งดกิจกรรมกลางแจ้งทุกประเภท และให้เด็กเล็กหรือกลุ่มเสี่ยงอยู่ในห้องปลอดฝุ่น ซึ่งสำนักงานเขตได้ดำเนินการตรวจแหล่งกำเนิดฝุ่นละออง PM2.5 ระหว่างวันที่ 10-14 ม.ค. 69 ประกอบด้วย สถานประกอบกิจการ 206 ครั้ง แพลนท์ปูน 151 ครั้ง สถานที่ก่อสร้าง 183 ครั้ง ถมดิน/ท่าทราย 13 ครั้ง และตรวจควันดำในสถานที่ต้นทาง 146 คัน พบรถปล่อยควันดำเกินมาตรฐานและขอให้ปรับปรุงแก้ไข 17 คัน