AIT ร่วมมือ สวทช. และ วช. พัฒนา "ระบบคัดกรองรถควันดำอัจฉริยะ" ช่วยแก้ปัญหา PM2.5 จากรถดีเซล

ข่าวทั่วไป Thursday February 19, 2026 15:55 —ThaiPR.net

AIT ร่วมมือ สวทช. และ วช. พัฒนา

มลพิษทางอากาศจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ยังคงเป็นหนึ่งในปัญหาสิ่งแวดล้อมและสาธารณสุขที่สำคัญที่สุดของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย หนึ่งในแหล่งกำเนิดมลพิษหลักในเมืองคือรถยนต์ดีเซล โดยเฉพาะรถบรรทุก รถโดยสาร และรถกระบะที่ปล่อย "ควันดำ" อย่างเห็นได้ชัด แม้ว่าวิธีการตรวจวัดตามมาตรฐานจะมีความแม่นยำสูง แต่ก็มีต้นทุนสูง ใช้เวลานาน และไม่เหมาะกับการตรวจคัดกรองรถจำนวนมากในสภาพการจราจรจริง

สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชียโดยภาควิชาวิศกรรมสิ่งแวดล้อมและการจัดการและ ศูนย์วิจัยปัญญาประดิษฐ์ ได้พัฒนานวัตกรรม "ระบบคัดกรองรถควันดำอัจฉริยะ" โดยร่วมมือกับศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ ภายใต้สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.), และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) โดยระบบคัดกรองรถควันดำอัจฉริยะ ถูกพัฒนาขึ้นด้วยกระบวนการ Computer Vision โดยการผสมผสานเทคโนโลยีกล้อง CCTV / DSLR การประมวลผลภาพ และ Generative AI ที่ทำงานร่วมกัน ซึ่งระบบคัดกรองรถควันดำอัจฉริยะนี้จะแปลงภาพถ่ายให้กลายเป็นข้อมูลเชิงปริมาณ ที่สามารถนำไปใช้ในการประเมินควันดำจากไอเสีย โดยระบบจะแปลงข้อมูลรูปภาพที่ได้เป็นค่าความทึบแสงและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM) ซึ่งวิธีการนี้สามารถนำไปใช้คัดกรองรถดีเซลที่ระบายมลพิษสูงและ PM2.5 ได้อย่างรวดเร็ว ไม่กระทบการจราจรจากการตั้งด่านตรวจ ซึ่งการนำ "ระบบคัดกรองรถควันดำอัจฉริยะ" ไปใช้จะช่วยลดต้นทุนในการตรวจจับรถควันดำ และช่วยคัดกรองรถที่ระบายมลพิษสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

AIT ร่วมมือ สวทช. และ วช. พัฒนา

ด้าน รศ.ดร.เอกบดินทร์ วินิจกุล อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมและการจัดการ และ ศ.ดร. มงคล เอกปัญญาพงศ์ ผู้อำนวยการ ศูนย์วิจัยปัญญาประดิษฐ์ (AIT AI Center) สองนักวิจัยของสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า นวัตกรรมนี้เป็นวิธีใหม่ที่ประยุกต์ใช้กล้องความละเอียดสูงร่วมกับการวัดสภาพแสงและเทคโนโลยี Computer Vision เพื่อระบุควันจากปลายท่อไอเสียโดยไม่ต้องหยุดรถหรือสัมผัสยานพาหนะ โดยที่ระบบ AI จะทำหน้าที่ตรวจจับกลุ่มควัน ประเมินค่าความทึบแสง (Opacity) และแปลงผลลัพธ์เป็นค่าประมาณความเข้มข้นของ PM2.5 และจากผลการทดสอบภาคสนามยืนยันว่าระบบสามารถคัดกรองรถที่มีแนวโน้มที่จะมีควันดำเกินมาตรฐานได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว โดยระบบสามารถจำแนกรถที่ "ผ่าน" และ "ไม่ผ่าน" เกณฑ์มาตรฐานควันดำในประเทศไทย โดยมีความแม่นยำมากกว่า 85-90% ในสถานการณ์ที่เหมาะสม เหมาะสำหรับใช้เป็นเครื่องมือคัดกรองเบื้องต้น (Pre-screening Tool) ในพื้นที่จริง เช่น จุดพักรถ ศูนย์กระจายสินค้า ท่าเรือ หรือการตรวจสอบริมถนน ก่อนส่งรถที่มีความเสี่ยงว่าควันดำจะเกินมาตรฐานไปตรวจซ้ำด้วยวิธีมาตรฐานต่อไป

"ระบบคัดกรองรถควันดำอัจฉริยะ" เป็นเครื่องมือที่ช่วยลดต้นทุนเป็นอย่างมากสำหรับการตรวจวัดควันดำ เมื่อเทียบกับราคาเครื่องตรวจวัดควันดำนำเข้าจากต่างประเทศที่มีราคาสูงมาก ซึ่งเครื่องตรวจวัดทางไกลบางประเภทราคาสูงต้องใช้งบประมาณหลักหลายล้านบาทต่อเครื่อง ในขณะที่ "ระบบคัดกรองรถควันดำอัจฉริยะ" ที่นำมาประยุกต์ใช้มีต้นทุนในการติดตั้งเพียงหลักแสนเท่านั้น ช่วยเพิ่มโอกาสให้หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องสามารถนำไปใช้เพื่อขยายพื้นที่ควบคุมการตรวจจับรถควันดำที่ก่อให้เกิดมลพิษ และช่วยลดปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 ได้อีกด้วย นอกจากนี้นักวิจัยยังคงเดินหน้าทำงานวิจัยพัฒนาเทคโนโลยี "ระบบคัดกรองรถควันดำอัจฉริยะ" ให้มีความแม่นยำในการตรวจวัดและสามารถนำไปใช้งานได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการจราจรหนาแน่นในกรุงเทพมหานคร


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ