
นายจักรพงศ์ คำจันทร์ ผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) พร้อมคณะผู้บริหาร ลงพื้นที่จังหวัดสงขลา ติดตามความคืบหน้าการดำเนินโครงการก่อสร้างปรับปรุงขยาย กปภ.สาขาหาดใหญ่-สงขลา เดินหน้าสร้างสถานีผลิตน้ำแห่งใหม่ วางโครงข่ายน้ำประปา มุ่งยกระดับความมั่นคงการให้บริการน้ำประปา เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงน้ำสะอาดได้อย่างต่อเนื่อง
นายจักรพงศ์ คำจันทร์ ผู้ว่าการ กปภ. เปิดเผยว่า ได้ลงพื้นที่จังหวัดสงขลา ติดตามความคืบหน้าการดำเนินโครงการก่อสร้างปรับปรุงขยาย กปภ.สาขาหาดใหญ่-สงขลา เตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์อุทกภัย เพื่อป้องกันผลกระทบต่อระบบผลิตและจ่ายน้ำประปาให้บริการประชาชน และยกระดับความมั่นคงด้านน้ำสำหรับการอุปโภคบริโภคหลังจากเกิดมหาอุทกภัยภาคใต้ เมื่อปี 2568 โดย กปภ. มีแผนงานที่จะก่อสร้างสถานีผลิตน้ำแห่งใหม่ ขนาด 4,000 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ในพื้นที่อำเภอสะเดา ซึ่งได้ประสานขอใช้น้ำและที่ดินจากกรมชลประทาน บริเวณอ่างเก็บคลองสะเดา ซึ่งอ่างมีความจุ 56 ล้านลูกบาศก์เมตร ปริมาณน้ำสะสมมีเพียงพอสำหรับอุปโภคบริโภคและกรมชลประทานมีแผนที่จะขยายความจุอ่างเพิ่มเป็น 64 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะนี้ กปภ. อยู่ระหว่างขอเสนอปรับแผนงานและปรับเพิ่มกรอบวงเงินเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบ หากได้รับความเห็นชอบตามแผนงานที่วางไว้ คาดว่าจะดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2573 จะช่วยเพิ่มความมั่นคงและเสถียรภาพน้ำดิบที่จะนำมาใช้ผลิตน้ำประปาให้บริการประชาชนในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ เมืองสงขลา สิงหนคร ตลอดจนพื้นที่ใกล้เคียงมากขึ้น ซึ่งจากปัจจุบันที่ กปภ.สาขาหาดใหญ่และสงขลา มีสถานีผลิตน้ำเพียงแห่งเดียว ที่อำเภอหาดใหญ่ ใช้แหล่งน้ำดิบจากคลองอู่ตะเภา

ผู้ว่าการ กปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอให้ความมั่นใจกับประชาชนในพื้นที่ว่าระบบประปาในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่และเมืองสงขลา หากในอนาคตเกิดอุทกภัยรุนแรงขึ้นอีก กปภ. จะมีสถานีผลิตน้ำประปาอีกแห่งหนึ่งสำรองในการส่งน้ำประปาเพื่อให้บริการประชาชนในพื้นที่ได้อย่างต่อเนื่อง สร้างความมั่นคงและยั่งยืนในการให้บริการน้ำประปา นอกจากนี้ กปภ. มีแผนที่จะลงทุนวางระบบเชื่อมโยงโครงข่ายน้ำประปาระหว่าง กปภ. สาขา สะเดา-พังลา-หาดใหญ่-สงขลา ทำให้สามารถบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ได้อย่างยืดหยุ่นในช่วงที่เกิดวิกฤติภัยแล้งและอุทกภัย และสามารถให้บริการน้ำประปาตามความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้นจากการขยายตัวของชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ