
CH เผยงบ Q1/69 รายได้รวม 438.30 ล้านบาท ทิศทางธุรกิจปรับตัวดีขึ้นจากคำสั่งซื้อต่อเนื่อง แม้ช่วง Low Season แรงกดดันต้นทุนวัตถุดิบ สงครามราคา และความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง เดินหน้าควบคุมต้นทุนเข้มงวด พร้อมขยายตลาด พัฒนาสินค้าใหม่รองรับดีมานด์ผู้บริโภค คาดครึ่งปีหลังเห็นสัญญาณฟื้นตัวชัดเจน
นายประวิทย์ ศรีแสงนาม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจริญอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ CH ผู้ผลิตและจำหน่ายผลไม้และอาหารแปรรูป ได้แก่ ผลไม้อบแห้ง ปลากระป๋อง และขนมเพื่อสุขภาพเปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทมีรายได้รวม 438.30 ล้านบาท และขาดทุนสุทธิ 0.13 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาส 4/68 ที่ขาดทุนสุทธิ 23.28 ล้านบาท จำนวน 23.14 ลบ.หรือลดลง 99.44 % เป็นผลจากหลายปัจจัย ทั้งสงครามราคา ปัญหาวัตถุดิบขาดแคลน สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อโลจิสติกส์และการขนส่งสินค้า นอกจากนี้ยังเป็นช่วง Low Season ของธุรกิจ ซึ่งถือเป็นปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้ แต่บริษัทยังสามารถรักษาระดับคำสั่งซื้อไว้ได้อย่างต่อเนื่องจากทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม บริษัทรักษาความแข็งแกร่งของฐานลูกค้าเดิมได้อย่างต่อเนื่อง โดยลูกค้าส่วนใหญ่ยังคงสั่งซื้อสินค้าในรูปแบบ Bulk และ Private Label อย่างสม่ำเสมอ พร้อมต่อยอดและขยายไลน์สินค้าใหม่เพิ่มขึ้น จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่มองหาสินค้าอาหารและขนมขบเคี้ยวที่มีความหลากหลาย คุณภาพดี และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ ส่งผลให้บริษัทมีโอกาสขยายฐานรายได้และสร้างการเติบโตได้ต่อเนื่องในระยะยาว
นอกจากนี้ บริษัทมุ่งผลักดันแบรนด์ Bangkok Tasty by Chinhuay เจาะตลาดต่างประเทศ โดยปัจจุบันสามารถขยายตลาดไปหลายประเทศในโซนยุโรป ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดี อีกทั้งยังช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ แบรนด์ไทยสามารถแข่งขันในตลาดต่างประเทศได้มากขึ้น
ขณะเดียวกัน บริษัทเดินหน้าควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างเคร่งครัด ผ่านการปรับกระบวนการทำงานแบบ Lean เพื่อลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และลดต้นทุนการดำเนินงาน รวมถึงการขยายพื้นที่จัดเก็บสินค้าเพื่อลดความแออัดภายในโรงงานท่าฉลอม ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์และการบริหารจัดการสินค้าในระยะยาว
สำหรับทิศทางธุรกิจไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัทเริ่มปรับใช้วัตถุดิบภายในประเทศมากยิ่งขึ้น เพื่อลดปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบทั้งจากผลไม้และบรรจุภัณฑ์ ส่งผลให้การผลิตกลับมาเดินหน้าได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังมุ่งให้ความสำคัญกับการขยายตลาดภายในประเทศมากยิ่งขึ้น ผ่านการจัดโปรโมชัน และออกผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อรองรับความต้องการของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น
"บริษัทยังคงติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและปัจจัยเสี่ยงต่างๆ อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะต้นทุนวัตถุดิบ ราคาพลังงาน และต้นทุนด้านบรรจุภัณฑ์ที่ยังมีความผันผวน แต่ด้วยการบริหารจัดการต้นทุนอย่างรัดกุม ทำให้บริษัทสามารถรักษาความสามารถในการดำเนินธุรกิจไว้ได้อยู่ โดยคาดว่าจะเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจนมากขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง" นายประวิทย์ กล่าว