
สมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) ลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เดินหน้าความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ด้านองค์ความรู้ เทคโนโลยี และการพัฒนากำลังคน โดยการสนับสนุนจากพันธมิตรระหว่างประเทศ เพื่อพัฒนาและทดลองเทคโนโลยีดักจับคาร์บอนในพื้นที่สระบุรีแซนด์บ็อกซ์ ก่อนต่อยอดสู่การใช้งานในระดับอุตสาหกรรมและการพัฒนาเชิงนโยบาย นับเป็นก้าวสำคัญในการวางรากฐานระบบนิเวศอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำของประเทศ และสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero 2050

นายสุรชัย นิ่มละออ นายก TCMA กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนบทบาทเชิงรุกของภาคอุตสาหกรรม ในการขับเคลื่อน Climate Commitment ผ่านกลไก Public-Private Partnership (PPP) ที่เชื่อมโยงภาคอุตสาหกรรม ภาควิชาการ ภาครัฐ และพันธมิตรระหว่างประเทศ ได้แก่ ECCC, UNIDO และ GCCA เพื่อผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ ตามแนวทาง Thailand 2050 Net Zero Cement and Concrete Roadmap
"ความร่วมมือกับจุฬาฯ เป็นการยกระดับสู่แพลตฟอร์มระยะยาว ตั้งแต่การพัฒนาองค์ความรู้ การเตรียมบุคลากร ไปจนถึงการทดลองเทคโนโลยีในระดับนำร่อง โดยต่อยอดผ่านผู้เชี่ยวชาญแคนาดา และการทดสอบจริงในสระบุรีแซนด์บ็อกซ์ ซึ่งจะเป็นพื้นที่เรียนรู้เพื่อพัฒนาแนวทางที่ขยายผลได้ในระดับอุตสาหกรรม" นายสุรชัย กล่าว
ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยในฐานะ Strategic Knowledge Partner ที่เชื่อมโยงองค์ความรู้สู่การใช้งานจริง พร้อมพัฒนา "Green Talent" รองรับการเปลี่ยนผ่านของภาคอุตสาหกรรม
"จุฬาฯ มุ่งให้ความร่วมมือนี้เป็นกลไกเชิงยุทธศาสตร์ในการเสริมสร้างฐานองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ ควบคู่การพัฒนากำลังคน เพื่อยกระดับขีดความสามารถให้สอดคล้องกับทิศทางการเปลี่ยนผ่าน และสนับสนุนเศรษฐกิจสีเขียวในระยะยาว" อธิการบดีจุฬาฯ กล่าว
นางสาวปิง กิดนิกร เอกอัครราชทูตแคนาดาประจำประเทศไทย กล่าวว่า แคนาดายินดีสนับสนุนความร่วมมือครั้งนี้ ซึ่งสะท้อนความร่วมมือด้านสภาพภูมิอากาศในระดับนานาชาติ และความสัมพันธ์อันยาวนานกว่า 65 ปีระหว่างสองประเทศ
"ความร่วมมือนี้ครอบคลุมการถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี และประสบการณ์ด้านการลดก๊าซเรือนกระจก โดยเฉพาะการสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญและการพัฒนาบุคลากร เพื่อเชื่อมโยงสู่การทดลองและใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรม โดยเทคโนโลยีดักจับคาร์บอนจะเป็นสะพานเชื่อมระหว่างนวัตกรรมและการใช้งาน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ" เอกอัครราชทูตปิง กล่าว
ด้านภาครัฐ โดย ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์เป็นภาคส่วนสำคัญต่อการลดก๊าซเรือนกระจก เพื่อมุ่งสู่ Net Zero 2050 ควบคู่กับการเสริมสร้าง Climate Resilience
"ความร่วมมือนี้เป็นกลไกเชิงนโยบายในการเชื่อมโครงการสู่ระดับประเทศ โดยใช้สระบุรีแซนด์บ็อกซ์เป็นฐานทดลองและพัฒนา เพื่อให้ผลลัพธ์สามารถต่อยอดสู่การกำหนดนโยบายและขยายผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ" ดร.พิรุณ กล่าว
นายธีรทัศน์ อิศรางกูร ณ อยุธยา รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม กล่าวว่า ความร่วมมือนี้สอดคล้องกับนโยบาย "One MIND อุตสาหกรรมหนึ่งเดียว" ที่บูรณาการการกำกับดูแลควบคู่การส่งเสริมอุตสาหกรรมสีเขียว
"กรมฯ พร้อมสนับสนุนให้ความร่วมมือนี้พัฒนาเป็นต้นแบบที่ขยายผลได้ในระดับอุตสาหกรรม เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ" นายธีรทัศน์ กล่าว
ดร.ชนะ ภูมี นายกกิตติมศักดิ์ TCMA และประธานสภาผู้ผลิตปูนซีเมนต์แห่งอาเซียน (AFCM) กล่าวว่า ความร่วมมือนี้เป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับประเทศไทยสู่ "ต้นแบบของภูมิภาค" ด้านการลดคาร์บอนในภาคอุตสาหกรรม
"การบูรณาการความร่วมมือผ่าน PPP ที่เชื่อมโยงทุกภาคส่วน เข้ากับการพัฒนาเทคโนโลยี องค์ความรู้ และกำลังคน ตั้งแต่นโยบายถึงการทดลองจริง จะเป็นรากฐานของ Low-Carbon Industrial Ecosystem และยกระดับสู่ต้นแบบเชิงระบบที่สามารถขยายผลได้" ดร.ชนะ กล่าว
ความร่วมมือนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาระบบนิเวศอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำของไทย โดยเชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม กำลังคน และนโยบาย เข้าสู่การใช้งานจริงและการต่อยอดเชิงพาณิชย์ เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ เสริมสร้าง Climate Resilience และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในบริบทเศรษฐกิจโลกที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น