
กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เผยผลสำเร็จการนำผู้ประกอบการสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เข้าร่วมจัดแสดงและเจรจาการค้าในงาน THAIFEX - ANUGA ASIA 2026 ระหว่างวันที่ 26 - 30 พฤษภาคม 2569 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยสามารถสร้างมูลค่าการเจรจาซื้อขายรวมได้กว่า 778 ล้านบาท สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้ซื้อทั้งในประเทศและต่างประเทศที่มีต่อคุณภาพ มาตรฐาน และอัตลักษณ์เฉพาะถิ่นของสินค้า GI ไทย

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กรมฯ ได้คัดสรรสินค้า GI คุณภาพในกลุ่มอาหารจากทั่วประเทศจำนวน 28 รายการ อาทิ ข้าว ผลไม้ เนื้อสัตว์ และวัตถุดิบสำหรับการปรุงอาหาร เข้าร่วมจัดแสดงในโซน GI Pavilion ภายใต้แนวคิด "The Authentic Signature of Thai GI" เอกลักษณ์และลายเซ็นจากแหล่งกำเนิดเฉพาะถิ่นสู่เวทีอาหารระดับโลก เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้ซื้อ ผู้นำเข้า และผู้ประกอบการทั้งในและต่างประเทศได้รู้จักสินค้า GI ไทย ทั้งในด้านคุณภาพ ความเป็นเอกลักษณ์ และความเชื่อมโยงกับแหล่งผลิตในแต่ละพื้นที่ ตลอดจนส่งเสริมโอกาสในการเจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการ GI ไทยโดยตรง ซึ่งการนำสินค้า GI เข้าร่วมในงาน THAIFEX ครั้งนี้สามารถสร้างมูลค่ากว่า 778,852,940 บาท สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้ซื้อและผู้นำเข้าที่มีต่อสินค้า GI ไทย และมีแนวโน้มที่จะต่อยอดสู่ความร่วมมือทางการค้าและการสั่งซื้ออย่างต่อเนื่องภายหลังการจัดงาน
สำหรับสินค้า GI ที่ได้รับความสนใจและสร้างมูลค่าการเจรจาซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ในงาน THAIFEX - ANUGA ASIA 2026 ได้แก่ 1) ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ สร้างมูลค่า 679 ล้านบาท โดดเด่นด้วยเนื้อแน่นละเอียด สีเหลืองสวย รสชาติหวานมัน เมล็ดลีบ และมีกลิ่นอ่อนเป็นเอกลักษณ์จากการปลูกในพื้นที่ดินภูเขาไฟเก่า 2) ข้าวหอมใบเตยนครสวรรค์ สร้างมูลค่า 20.1 ล้านบาท เป็นข้าวเจ้าคุณภาพดีที่มีเมล็ดเรียวยาว หุงขึ้นหม้อนุ่ม และมีกลิ่นหอมคล้ายใบเตย 3) กล้วยหอมทองพบพระ (จังหวัดตาก) สร้างมูลค่า 12.7 ล้านบาท มีผลขนาดสม่ำเสมอ เปลือกสีเหลืองทองสวยงาม เนื้อแน่นละเอียด รสหวาน และมีกลิ่นหอมโดดเด่น 4) มะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้ว (จังหวัดสมุทรสาคร) สร้างมูลค่า 12.1 ล้านบาท น้ำมะพร้าวมีรสหวานละมุน กลิ่นหอมคล้ายใบเตย และเนื้อมะพร้าวอ่อนนุ่มรับประทานง่าย และ 5) เกลือภูเขาบ่อเกลือน่าน สร้างมูลค่า 11.3 ล้านบาท เป็นเกลือที่ได้จากน้ำเกลือธรรมชาติใต้ดิน มีผลึกสีขาวสะอาด รสเค็มกลมกล่อม และอุดมด้วยแร่ธาตุตามธรรมชาติ
ทั้งนี้ สินค้า GI ที่สร้างมูลค่าสูงสุดทั้ง 5 รายการ ล้วนเป็นผลไม้และวัตถุดิบอาหารที่มีศักยภาพทางการตลาดสูง สะท้อนถึงความต้องการของผู้ซื้อและผู้นำเข้าที่มุ่งเน้นสินค้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะแหล่งผลิต สามารถสร้างความแตกต่างจากสินค้าทั่วไป และตอบสนองความต้องการของตลาดพรีเมียมได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพสินค้า ความปลอดภัยทางอาหาร และมาตรฐานการผลิตมากยิ่งขึ้น
อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวว่า THAIFEX - ANUGA ASIA ถือเป็นเวทีแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่ใหญ่และสำคัญที่สุดงานหนึ่งของเอเชีย และเป็นงานระดับนานาชาติที่รวมผู้ซื้อ ผู้นำเข้า และผู้ประกอบการจากทั่วโลกไว้ในที่เดียว ซึ่งผลสำเร็จของการเข้าร่วมงานในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของสินค้า GI ไทยที่ได้รับการยอมรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในตลาดโลก โดยผู้ซื้อและผู้นำเข้าจากหลายประเทศให้ความสนใจสินค้า GI ไทยในหลากหลายกลุ่ม ทั้งสินค้าเกษตร อาหาร และวัตถุดิบคุณภาพสูง ซึ่งมีจุดเด่นด้านอัตลักษณ์เฉพาะถิ่น คุณภาพที่เชื่อมโยงกับแหล่งผลิต และระบบการควบคุมการผลิตที่สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคทั่วโลก นับเป็นโอกาสสำคัญในการต่อยอดสินค้า GI ไทยสู่ตลาดมูลค่าสูง ขยายโอกาสทางการค้าในต่างประเทศ และช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร ผู้ผลิต และชุมชนต้นกำเนิดสินค้า
นอกจากนี้ กิจกรรมภายใน GI Pavilion ยังได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้เข้าชมงาน โดยเฉพาะกิจกรรม Cooking Show ที่นำวัตถุดิบ GI จากทั่วประเทศมารังสรรค์เป็นเมนูร่วมสมัยโดยเชฟชื่อดังและเชฟมือรางวัลระดับประเทศ ช่วยสะท้อนศักยภาพของสินค้า GI ไทยในฐานะวัตถุดิบคุณภาพสำหรับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ตลอดจนสร้างการรับรู้ถึงคุณค่า เรื่องราว และอัตลักษณ์ของสินค้า GI ให้เข้าถึงผู้บริโภคและผู้ประกอบการทั้งในและต่างประเทศมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยขยายโอกาสทางการตลาดและเพิ่มมูลค่าให้แก่สินค้า GI ไทยในระยะยาว
ทั้งนี้ การดำเนินงานดังกล่าวเป็นนโยบายสำคัญของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นางศุภจี สุธรรมพันธุ์) ที่มุ่งส่งเสริมสินค้าอัตลักษณ์ท้องถิ่นและยกระดับสินค้าเกษตรไทยสู่สินค้าเกษตรมูลค่าสูง โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญาจะเดินหน้าผลักดันสินค้า GI ไทยอย่างต่อเนื่องและครบวงจร ตั้งแต่การส่งเสริมการขึ้นทะเบียน GI รายการใหม่ การควบคุมและรักษามาตรฐานคุณภาพสินค้า การต่อยอดผลิตภัณฑ์และนวัตกรรม การพัฒนาศักยภาพผู้ผลิต ตลอดจนการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจและขยายช่องทางการตลาดทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้สินค้าอัตลักษณ์ท้องถิ่นไทย สร้างรายได้ที่มั่นคงแก่เกษตรกรและชุมชนผู้ผลิต เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน