สจล. มุ่งสู่ต้นทางอุตสาหกรรมแห่งอนาคต หนุนแนวคิด Innovation Incubator เปลี่ยนคน-ความรู้-งานวิจัย สู่เทคโนโลยีที่ประเทศใช้ได้จริงผ่าน "KMITL EXPO 2026"

ข่าวทั่วไป Wednesday September 2, 2026 13:18 —ThaiPR.net

สจล. มุ่งสู่ต้นทางอุตสาหกรรมแห่งอนาคต หนุนแนวคิด Innovation Incubator เปลี่ยนคน-ความรู้-งานวิจัย สู่เทคโนโลยีที่ประเทศใช้ได้จริงผ่าน

โชว์ 400 นวัตกรรมไฮไลต์ ต่อยอดวิจัยจากห้องแล็บสู่ตลาดจริง

  • รวมเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกไว้ที่ลาดกระบังกับ 10 พาวิลเลียนแห่งอนาคต ครบ Nuclear-AI-Quantum-Space-Health-AgriTech พร้อมโชว์ศักยภาพนวัตกรรมฝีมือคนไทย
  • ชวนสัมผัสอนาคตก่อนใคร! "รถยนต์พลังงานแสงอาทิตย์ระดับแชมป์" พร้อม SMR-AMR เครื่องมือแพทย์ไทย และ AgriTech แห่งอนาคต ดันของดีจากนักวิจัยไทยออกจาก Lab สู่ชีวิตจริง

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เดินหน้ายกระดับบทบาทมหาวิทยาลัยสู่ "Innovation Incubator" มุ่งเชื่อมคน องค์ความรู้ งานวิจัย และเทคโนโลยี เข้ากับโจทย์จริงของประเทศ พร้อมผลักดันนวัตกรรมจากห้องปฏิบัติการสู่การใช้งานจริงและต่อยอดเชิงพาณิชย์ เพื่อสร้างอุตสาหกรรมและโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจ โดยนำ KMITL EXPO 2026 - ลาดกระบังนิทรรศน์ 2569 เป็นพื้นที่โชว์ศักยภาพผ่านกว่า 400 นวัตกรรม ใน 10 พาวิลเลียนแห่งอนาคต ครอบคลุมตั้งแต่ Nuclear, AI, Quantum, Space, Health ไปจนถึง AgriTech พร้อมเปิดให้ประชาชนสัมผัสเทคโนโลยีแห่งอนาคต อาทิ SMR-AMR เครื่องมือแพทย์ฝีมือไทย นวัตกรรมเกษตร และไฮไลท์ "รถยนต์พลังงานแสงอาทิตย์" โดยความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยโตไก สะท้อนศักยภาพงานวิจัยไทยที่พร้อมก้าวจาก Lab สู่ชีวิตจริงและตลาดจริง พร้อมด้วยกิจกรรมทอล์ค เวิร์คชอป และ Open House ตลอดวันที่ 1-6 กันยานี้ที่ สจล.

รศ. ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยยุคใหม่ไม่ได้มีบทบาทเพียงการสร้างองค์ความรู้และพัฒนากำลังคน แต่ต้องทำหน้าที่เป็น "ตัวเชื่อม" ระหว่างห้องปฏิบัติการกับโลกจริง เพื่อให้งานวิจัยสามารถพัฒนาไปสู่เทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์ บริการ และโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจ สจล. จึงได้นำแนวคิด "From Lab to Life : จากนวัตกรรมการเรียนรู้สู่ชีวิตที่ยั่งยืน" มาเป็นแกนหลักของ "KMITL EXPO 2026 - ลาดกระบังนิทรรศน์ 2569" ที่จัดขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 66 ปีแห่งการสถาปนา สจล. และเป็นการกลับมาจัดงานลาดกระบังนิทรรศน์ครั้งใหญ่อีกครั้งในรอบ 30 ปี เพื่อทำให้ประชาชนและภาคธุรกิจได้เห็นว่า งานวิจัยที่เกิดขึ้นภายในมหาวิทยาลัยสามารถเข้าไปตอบโจทย์ชีวิตและอุตสาหกรรมแห่งอนาคตได้อย่างไร ตั้งแต่สุขภาพ อาหารและการเกษตร ที่อยู่อาศัย ไปจนถึงเทคโนโลยีขั้นสูงที่กำลังเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจโลก

โดยสจล. ยังวางเป้าหมายยกระดับสถาบันฯ จากการเป็นแหล่งรวมบุคลากรและผลงานวิจัย สู่การเป็น Innovation Incubator ที่ทำหน้าที่บ่มเพาะทั้ง "คนและความคิด" สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้เกิดการทดลอง พัฒนา และต่อยอดนวัตกรรม พร้อมเชื่อมศักยภาพเหล่านั้นไปสู่การใช้ประโยชน์จริง เพื่อทำให้มหาวิทยาลัยเป็นหนึ่งในต้นทางของเทคโนโลยี ธุรกิจ และอุตสาหกรรมใหม่ที่จะช่วยสร้างฐานเศรษฐกิจแห่งอนาคตให้กับประเทศ

รศ.ดร.คมสัน กล่าวเสริมว่า "KMITL EXPO 2026 - ลาดกระบังนิทรรศน์ 2569 มุ่งนำเสนอผลงานวิจัยและนวัตกรรมกว่า 400 ผลงานจากคณาจารย์ นักวิจัย บุคลากร และนักศึกษา ผ่าน 10 พาวิลเลียนแห่งอนาคต ครอบคลุมเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ ได้แก่ พาวิลเลียนสุขภาพและคุณภาพชีวิต (Health & Wellness Pavilion) พาวิลเลียนอาหารแห่งอนาคต (NextGen Food Pavilion) พาวิลเลียนเทคโนโลยีการเกษตร (AgriTech Pavilion) พาวิลเลียนกราฟีน (Graphene Pavilion) พาวิลเลียนปัญญาประดิษฐ์และอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (AI-IoT Pavilion) พาวิลเลียนนวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัยอัจฉริยะ (SMART living Pavilion) พาวิลเลียนเทคโนโลยีอวกาศ (Space Pavilion) พาวิลเลียนเทคโนโลยีควอนตัมและนาโน (Quantum & Nanotech Pavilion) พาวิลเลียนนิวเคลียร์ Nuclear Pavilion และพาวิลเลียนองค์ความรู้และการเรียนรู้แห่งอนาคต (Knowledge Pavilion)

โดยทั้ง 400 นวัตกรรมในปีนี้ถือเป็นไฮไลท์สำคัญ ซึ่งสจล.พร้อมนำผลงานเหล่านี้เชื่อมต่อกับภาครัฐ เอกชน และภาคธุรกิจอุตสาหกรรมเพื่อร้างผลกระทบในวงกว้างและสามารถต่อยอดได้จริง อาทิ

กลุ่มนวัตกรรมพลังงานแห่งอนาคต ไฮไลต์เช่น โมเดลเตาปฏิกรณ์ SMR และ AMR ชนิด High-Temperature Gas-Cooled Reactor เปิดมุมมองต่อเทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์รูปแบบใหม่ ซึ่งกำลังได้รับความสนใจในฐานะหนึ่งในทางเลือกของระบบพลังงานคาร์บอนต่ำในอนาคต จากศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์ขนาดเล็ก ที่ สจล. มุ่งพัฒนาเป็นฐานการเรียนรู้ การวิจัย และการสร้างบุคลากรรองรับอุตสาหกรรมพลังงานนิวเคลียร์ในอนาคต ระบบบูรณาการพลังงานแสงอาทิตย์ ไฮโดรเจน แบตเตอรี่ และไบโอดีเซล ที่นำพลังงานจากเซลล์แสงอาทิตย์มาเป็นแหล่งพลังงานหลัก ใช้แบตเตอรี่รองรับความผันผวนระยะสั้น และเปลี่ยนไฟฟ้าส่วนเกินเป็นไฮโดรเจนเพื่อกักเก็บพลังงานระยะยาว ก่อนนำกลับมาผลิตไฟฟ้าผ่านเซลล์เชื้อเพลิงเมื่อพลังงานหมุนเวียนไม่เพียงพอ โดยมีระบบจัดการพลังงานอัจฉริยะบริหารการผลิต การใช้ และการกักเก็บพลังงานแบบเรียลไทม์ เพื่อเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล และนวัตกรรมรถยนต์พลังงานแสงอาทิตย์ ผลงานความร่วมมือระหว่าง สจล. และมหาวิทยาลัยโตไก ประเทศญี่ปุ่น ที่สามารถคว้าชัยชนะจากการแข่งขัน World Solar Challenge ได้ 2 สมัยติดต่อกัน โดยครั้งนี้จะนำเอารถโมเดล Tokai Challenger 2019 มาร่วมแสดง โดยรถรุ่นนี้ ติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์ขนาดพื้นที่ 4 ตารางเมตร สามารถผลิตกำลังไฟฟ้าได้ประมาณ 950 วัตต์ ภายใต้สภาวะแสงแดดที่เหมาะสม และสามารถขับเคลื่อนด้วยพลังงานแสงอาทิตย์เพียงอย่างเดียวที่ความเร็วประมาณ 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และเมื่อใช้พลังงานร่วมกับแบตเตอรี่ที่ติดตั้งภายในรถ จะสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ประมาณ 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

กลุ่มนวัตกรรมการแพทย์และสุขภาพ พบกับ ต้นแบบ CT Scan องค์ความรู้ที่ สจล. เริ่มศึกษามาตั้งแต่ช่วง พ.ศ. 2523-2533 ก่อนต่อยอดร่วมกับนักวิจัยไทยจนสามารถพัฒนาเครื่องต้นแบบได้สำเร็จ และแตกแขนงเป็นเทคโนโลยีที่ใช้งานจริงในปัจจุบัน ทั้ง DentiiScan สำหรับงานทันตกรรมและการปักรากฟันเทียม ซึ่งติดตั้งแล้วกว่า 90 แห่งทั่วประเทศ ให้บริการผู้ป่วยมากกว่า 60,000 ครั้ง และสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจกว่า 4,000 ล้านบาท ตลอดจน MobiiScan สำหรับตรวจใบหน้าและกะโหลกศีรษะ สำหรับการตรวจความผิดปกติบนใบหน้า และ MiniiScan สำหรับตรวจชิ้นเนื้อเต้านม สะท้อนศักยภาพของประเทศไทยในการพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องมือแพทย์ขั้นสูงด้วยตนเอง เพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยีนำเข้าและเพิ่มโอกาสการเข้าถึงบริการสุขภาพ และ KidneyScan+ นวัตกรรมที่นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพิ่มโอกาสเข้าถึงการคัดกรองโรคไตเรื้อรัง และโรคนิ่วโดยวิเคราะห์ Biomarkers สำคัญจากปัสสาวะ ให้ผลเชิงปริมาณใกล้เคียงห้องปฏิบัติการ และออกแบบให้รองรับการตรวจ ณ จุดดูแลผู้ป่วย (Point-of-Care Testing: POCT) เพื่อขยายการเข้าถึงการคัดกรองเชิงป้องกันและลดความเหลื่อมล้ำด้านสุขภาพ

ปิดท้ายด้วย กลุ่มนวัตกรรมการเกษตรแห่งอนาคต นำเสนอเครื่องล้างไข่ผำด้วยเทคโนโลยีพลาสมา ที่นำระบบบำบัดน้ำด้วยพลาสมามาเชื่อมต่อกับเครื่องล้างไข่ผำอัตโนมัติ สามารถล้างไข่ผำได้สูงสุด 50 กิโลกรัม พร้อมสลัดน้ำให้แห้งภายใน 5 นาที ช่วยลดแรงงานและเวลาในการทำความสะอาด ขณะเดียวกันยังช่วยลดโลหะหนักและกำจัดจุลินทรีย์ก่อโรคโดยไม่ใช้สารเคมี พร้อมรักษารูปทรงและรสชาติของวัตถุดิบ ซึ่งมีศักยภาพต่อยอดไปยังการทำความสะอาดพืช ผัก และผลไม้ชนิดอื่นได้ รวมถึง นวัตกรรมปุ๋ยอินทรีย์และชีวภัณฑ์เพื่อเกษตรอินทรีย์ยุคใหม่ ที่พัฒนาปุ๋ยเทียบสูตรเสมอ N-P-K จากวัสดุธรรมชาติ ใช้จุลินทรีย์ช่วยย่อยสลายและค่อย ๆ ปลดปล่อยธาตุอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อพืช มีอินทรียวัตถุ 20% ช่วยปรับโครงสร้างดินและส่งเสริมกิจกรรมของจุลินทรีย์ในดิน เพื่อเป็นอีกทางเลือกสำหรับการยกระดับการผลิตทางการเกษตรอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้แล้ว KMITL EXPO 2026 - ลาดกระบังนิทรรศน์ 2569 ยังถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่เชื่อมต่อมหาวิทยาลัยกับประชาชน เยาวชน ภาคธุรกิจ และอุตสาหกรรม ผ่านกิจกรรมตลอด 6 วัน ระหว่างวันที่ 1-6 กันยายน 2569 ทั้งกิจกรรมทอล์คบนเวทีกลางที่เปิดพื้นที่ให้ผู้เชี่ยวชาญ นักวิจัย บุคลากรจากแวดวงต่าง ๆ และบุคคลที่สร้างแรงบันดาลใจ มาร่วมแลกเปลี่ยนความรู้และมุมมองต่ออนาคต กิจกรรม เวิร์กชอปกว่า 140 กิจกรรม ที่เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้เรียนรู้และทดลองด้วยตัวเอง รวมถึง Open House จาก 14 คณะ 3 วิทยาลัย 1 วิทยาเขต ครอบคลุมกว่า 100 สาขาวิชาและหลักสูตร เพื่อให้เยาวชนและผู้ปกครองได้สัมผัสการเรียนรู้และค้นหาเส้นทางการศึกษาที่สอดคล้องกับโลกอาชีพแห่งอนาคต โดยการจัดงานในครั้งก่อนมีผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 50,000 คน และในปีนี้ สจล. คาดว่าจะได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นจากทั้งนักเรียน นักศึกษา ประชาชน ผู้ประกอบการ และภาคอุตสาหกรรม

"ในปีนี้เราวางเป้าหมายให้ KMITL EXPO 2026 - ลาดกระบังนิทรรศน์ 2569 เป็นมากกว่างานนิทรรศการประจำปี แต่เป็น "พื้นที่เชื่อมต่อโอกาส" ที่ทำให้คนรุ่นใหม่ได้เห็นอนาคตของการเรียนรู้ ประชาชนได้สัมผัสเทคโนโลยีที่กำลังจะเข้ามาเปลี่ยนชีวิต และภาคธุรกิจได้ค้นพบองค์ความรู้ บุคลากร และนวัตกรรมที่มีศักยภาพต่อยอดสู่การใช้งานจริง ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการทำให้มหาวิทยาลัยทำหน้าที่เป็น Innovation Incubator ที่สร้างทั้งคน สร้างนวัตกรรม และสร้างขีดความสามารถใหม่ให้กับประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม" รศ.ดร.คมสัน กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับงาน KMITL EXPO 2026 - ลาดกระบังนิทรรศน์ 2569 ในปีนี้ได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรสำคัญ ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย กลุ่มธุรกิจ TCP และบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่ https://expo.kmitl.ac.th


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ