
บล. โกลเบล็ก (GBS) ประเมินทิศทางหุ้นไทยเดือนกันยายน 2569 ยังแกว่งตัวผันผวน ให้กรอบดัชนี 1,550 - 1,620 จุด รับแรงกดดันจากราคาน้ำมัน WTI ที่พุ่งสูงขึ้นตามความตึงเครียดในตะวันออกกลาง เสี่ยงดันเงินเฟ้อและหนุน FED คุมเข้มนโยบายการเงิน พร้อมแนะลงทุนหุ้นที่ได้รับปัจจัยหนุนจากมาตรการรัฐอุดหนุน Solar Roof ชู GUNKUL- GULF- SOLAR-COM7-KUMWEL-ASEFA เด่น
นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดหุ้นไทยในเดือนกันยายน 2569 ว่า มีแนวโน้มแกว่งตัวผันผวน โดยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีไว้ที่ 1,550 - 1,620 จุด จากปัจจัยกดดันสำคัญราคาน้ำมันดิบ WTI ในเดือนสิงหาคมที่ปรับตัวขึ้นผันผวนแบบ Sideways-Up จากระดับ 74-75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ไต่ขึ้นมาปิดที่แตะระดับ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในต้นเดือนกันยายนจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ระลอกใหม่ในตะวันออกกลางและการควบคุมกำลังการผลิตของกลุ่ม OPEC+ ซึ่งอาจส่งผลให้แรงกดดันด้านเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น ทำให้นักลงทุนกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ยังคงดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวด หลังการประชุมล่าสุดมีมติ 9-3 ให้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.50% - 3.75% โดยมีกรรมการ 3 ท่านลงมติเห็นต่างให้ขึ้นดอกเบี้ยเพื่อคุมเงินเฟ้อ ล่าสุดเควิน วอร์ช ประธาน FED ส่งสัญญาณพร้อมปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายหากอัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ ไม่ย่อตัวลงสู่เป้าหมายที่ 2% ได้เร็วพอ
นอกจากนี้ ตลาดยังเผชิญปัจจัยลบจากมาตรการภาษีรอบใหม่ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเรียกเก็บภาษีศุลกากรใหม่ภายใต้มาตรา 301 กับ 60 ประเทศคู่ค้า ซึ่งประเทศไทยถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่โดนอัตราภาษีสูงสุด 12.5% ร่วมกับจีนและเวียดนาม รวมถึงรายงานภาวะเศรษฐกิจไตรมาส 2/2569 ของ ธปท. ที่ชะลอลงเป็น "จุดต่ำสุดของปี (Bottom Out)" และความกังวลเรื่องการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ที่อาจใช้เวลานานกว่าจะสร้างผลตอบแทน
อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นไทยยังได้รับปัจจัยบวกสนับสนุนจากการส่งออกในเดือน ก.ค. 69 ที่ขยายตัวแรงถึง 21.6% YoY คิดเป็นมูลค่า 34,789.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเติบโตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 25 จากอุปสงค์สินค้าเทคโนโลยี AI โครงสร้างพื้นฐาน Data Center และการกลับมาขยายตัวของสินค้าเกษตรหลักหนุนให้ 7 เดือนแรก (ม.ค.-ก.ค.) ขยายตัวรวม 18.2%YoY ขณะเดียวกันตลาดต่างประเทศเริ่มคลายความกังวลเรื่อง AI Bubble หลังงบการเงินและคาดการณ์รายได้ของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ นำโดย Nvidia ออกมาแข็งแกร่งเกินคาด
นอกจากนี้ยังได้แรงหนุนจากภาคการท่องเที่ยวที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสมขยับขึ้นแตะ 20.6 ล้านคนสร้างรายได้สะสมทลายระดับ 980,000 ล้านบาท ผสานแรงกระตุ้นจากโครงการ "ไทยเที่ยวไทยพลัส 2569" ซึ่งเป็นมาตรการ Co-payment ช่วยอุดหนุนค่าที่พัก 50% สูงสุด 3,000 บาท/สิทธิ มอบคูปองดิจิทัล 500 บาท และเตรียมเปิดลงทะเบียน 1,000,000 สิทธิในวันที่ 1 ต.ค. นี้ เพื่อเริ่มเดินทางในเดือน ธ.ค. 2569
สำหรับประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาในเดือนกันยายนนี้ มีทั้งปัจจัยในประเทศ เช่น การรายงานความเชื่อมั่นทางธุรกิจโดย ธปท. (1 ก.ย.), การประชุม กกร. (2 ก.ย.) และงาน Bangkok Business Summit 2026 (3 ก.ย.), การเปิดขายพันธบัตรออมพลัสวงเงิน 4,000 ล้านบาท (4 ก.ย.), การแถลงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน สรุปภาวะตลาดหลักทรัพย์ฯ ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม และภาวะการค้าระหว่างประเทศ รวมถึงศาลรัฐธรรมนูญนัดฟังคำวินิจฉัยกรณีบาร์โค้ดและ QR Code บนบัตรเลือกตั้ง (28 ก.ย.) ตลอดจน ธปท. รายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงิน (30 ก.ย.) ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศที่ต้องติดตาม ได้แก่ การรายงานดัชนี PMI ภาคการผลิตและบริการของสหรัฐฯ จีน อียู และญี่ปุ่น, รายงาน Fed Beige Book (เช้า 3 ก.ย.), ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราว่างงานของสหรัฐฯ (4 ก.ย.) รวมถึงประมาณการครั้งที่ 3 ของ GDP ไตรมาส 2/2569 ของอียู (7 ก.ย.)
ด้านนายวัชเรนทร์ จงยรรยง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล. โกลเบล็ก แนะนำการลงทุนแนะนำหุ้นชูโรงที่น่าลงทุน โดยเน้นกลุ่มที่ได้รับปัจจัยหนุนจากมาตรการรัฐอุดหนุน Solar Roof ได้แก่ GUNKUL GULF SOLAR COM7 KUMWEL ASEFA