"microWAVE FILM FEASTival ภาค 3 จันทบุรี" เมื่อภาพยนตร์เชื่อม "อาหาร-ศิลปะ-ผู้คน-วิถีชีวิต" สู่เรื่องเล่าของเมือง ที่สร้างคุณค่าและโอกาสใหม่ให้เมืองจันท์

ข่าวทั่วไป Thursday September 10, 2026 15:04 —ThaiPR.net

เทศกาล "microWAVE FILM FEASTival เทศกาลรวมคลื่น~หนังเคลื่อน ภาค 3 จันทบุรี" โดย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA ร่วมกับกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม หน่วยงานพันธมิตร และนักสร้างสรรค์ แม้ตัวเทศกาลฯ ได้จบลงไปแล้ว แต่การขับเคลื่อนในพื้นที่ได้สร้างเรื่องราวบทใหม่ให้กับจันทบุรี และย่านชุมชนริมน้ำจันทบูร ซึ่งได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี ด้วยยอดผู้เข้าร่วมตลอดเทศกาลกว่า 7,000 คน ชี้ให้เห็นถึงความสำเร็จของโมเดลการเชื่อมโยงเทศกาลสร้างสรรค์ ผ่าน "คน-พื้นที่-ทุนวัฒนธรรม" ที่สามารถสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้เมืองรอง พร้อมนำสินทรัพย์ด้านอาหารมาเชื่อมโยงกับภาพยนตร์ ศิลปะ และศาสตร์สร้างสรรค์อื่น ๆ เพื่อสร้างโอกาส เพิ่มมูลค่าให้กับเมืองจันท์ต่อยอดสู่เมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารของยูเนสโก (UNESCO Creative City of Gastronomy)

เทศกาลในฐานะ "เครื่องมือ" ขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่น (Local Economy)

คุณพันธิตรา สินพิบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักภาคกลางและกรุงเทพมหานคร สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เปิดเผยว่า "การจัดเทศกาลฯไม่ได้เป็นเพียงการจัดงานรื่นเริงเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวเพียงเท่านั้น แต่การจัดเทศกาลฯ สำหรับ CEA คือ 'ยุทธศาสตร์และเครื่องมือ' ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับพื้นที่ (Local Economy) โดยให้เทศกาลมีบทบาทเป็นพื้นที่ทดลองในการใช้ความคิดสร้างสรรค์เข้ามาพัฒนา คน ธุรกิจ และเมือง ผ่านการนำสินทรัพย์ท้องถิ่นมาบูรณาการณ์ข้ามศาสตร์ เช่น เทศกาล "microWAVE FILM FEASTival" ภาค 3 จันทบุรี" ที่ได้นำ 'ภาพยนตร์' และ 'วัตถุดิบอาหารชั้นเลิศเมืองจันท์' มาตีความใหม่ พร้อมนำเสนอในรูปแบบเทศกาลภาพยนตร์โดยมีของดีเมืองจันท์เป็นแกนหลัก

ภายใต้แนวคิดของเทศกาล 'FEASTival' CEA และเครือข่ายนักสร้างสรรค์ จึงได้มุ่งยกระดับห่วงโซ่มูลค่า (Value Chain) ของอุตสาหกรรมในท้องถิ่นตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำเพื่อทำให้เกิดการกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานราก สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนให้กับผู้ประกอบการดั้งเดิม ทั้งร้านอาหาร ร้านค้าชุมชน เกษตรกรผู้ผลิตวัตถุดิบ ไปจนถึงธุรกิจการบริการต่าง ๆ ในจังหวัด ซึ่งทั้งหมดถือเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Creation) ให้กับทรัพยากรเดิมที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และพิสูจน์ให้เห็นว่าความคิดสร้างสรรค์สามารถแปรเปลี่ยนเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม"

"ดังนั้น CEA จึงคาดหวังว่าเมืองจะสามารถนำองค์ความรู้และประสบการณ์ที่เกิดขึ้นไปประยุกต์ใช้และต่อยอดเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับเมืองจากฐานรากได้ ผ่านการรวมพลังของเครือข่ายคนรุ่นใหม่และชุมชน ในการร่วมกันออกแบบและขับเคลื่อนอนาคตของเมืองด้วยความคิดสร้างสรรค์ของพวกเขาเอง" คุณพันธิตรา กล่าว

การพัฒนาเชิงลึกด้วยกลยุทธ์ Co-Creation และ Train the Maker

นอกจากมิติทางเศรษฐกิจ หัวใจสำคัญของการจัดเทศกาล คือ การพัฒนาระบบนิเวศสร้างสรรค์ (Creative Ecosystem) ในระยะยาว ซึ่งสอดคล้องกับภารกิจหลักของ CEA ในการพัฒนาพื้นที่แบบครบมิติ ทั้งด้านการพัฒนาบุคลากร (Creative People) ธุรกิจ (Creative Business) และพื้นที่ (Creative Place)

ความสำเร็จของเทศกาลฯ นี้ มาจากการวางรากฐานการทำงานในพื้นที่มาอย่างยาวนาน โดย CEA ได้ใช้กลยุทธ์ "Train the Maker" ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมและติดอาวุธทางความคิดให้ผู้จัดงานในระดับท้องถิ่น เช่น การทำงานร่วมกับกลุ่มเสน่ห์จันท์และคนรุ่นใหม่ที่กลับคืนถิ่น เพื่อให้เครือข่ายคนในพื้นที่สามารถลุกขึ้นมา บริหารจัดการ ต่อยอดกิจกรรม และพัฒนาย่านของตนเองได้ เกิดการถ่ายทอดองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญส่วนกลางสู่บุคลากรในท้องถิ่น ทำให้มั่นใจได้ว่าเมื่อเทศกาลฯ จบลง องค์ความรู้และเครือข่ายความร่วมมือนี้จะยังคงฝังรากลึกและเติบโตต่อไปได้โดยไม่ต้องพึ่งพาหน่วยงานจากภายนอกเพียงอย่างเดียว

ฟื้นฟูย่านเก่าสู่การสร้างแบรนด์เมือง (City Branding)

อีกหนึ่งมิติความสำเร็จที่โดดเด่น คือ การปรับโฉมพื้นที่ดั้งเดิม และพื้นที่ทิ้งร้างให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ผ่านการพัฒนาพื้นที่ระหว่างนักสร้างสรรค์และชุมชน เช่น โรงหนังเก่าจันทบุรีมัลติเพล็กซ์ ตลาดชุมชนเฉลิมจันท์ พื้นที่ริมน้ำจันทบูรให้เกิดเป็นพื้นที่สร้างสรรค์ใหม่ เช่น Micro Cinema พื้นที่ทำกิจกรรมร่วมกันของชุมชน และพื้นที่การจัดแสดงศิลปะร่วมสมัย โดยการพัฒนาพื้นที่สร้างสรรค์นี้จะช่วยยกระดับการเกิดกลุ่มนักสร้างสรรค์รุ่นใหม่ รวมถึงต่อยอด City Branding ให้กับจันทบุรี ผ่านการนำอัตลักษณ์ท้องถิ่นและศักยภาพของพื้นที่มาเชื่อมโยง สร้างคุณค่าใหม่

ก้าวต่อไปของจันทบุรีบนเวทีระดับสากล

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจากเทศกาล "microWAVE FILM FEASTival ภาค 3" เป็นเครื่องยืนยันถึงศักยภาพของจังหวัดจันทบุรีที่พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนผ่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และด้วยสินทรัพย์ทางภูมิปัญญา และวัตถุดิบอาหารที่หลากหลายจะเป็นรากฐานที่สำคัญในการผลักดันให้เมืองจันทบุรีก้าวสู่การเป็น "เมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารของยูเนสโก" (UNESCO Creative City of Gastronomy) ต่อไป ดังนั้นอนาคตของจันทบุรีจะถูกยกระดับจากเมืองรองสู่การเป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรม อาหาร และความคิดสร้างสรรค์ที่พร้อมเติบโตอย่างยั่งยืนบนเวทีระดับสากล


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ