แคสเปอร์สกี้เผย Gen Z เข้าใจ AI ดีกว่าคนรุ่นอื่น และเริ่มมอง AI เป็นเสมือนเพื่อนมากขึ้น

ข่าวทั่วไป Tuesday September 15, 2026 12:43 —ThaiPR.net

แคสเปอร์สกี้เผย Gen Z เข้าใจ AI ดีกว่าคนรุ่นอื่น และเริ่มมอง AI เป็นเสมือนเพื่อนมากขึ้น

ผลวิจัยล่าสุดของแคสเปอร์สกี้ระบุว่า Gen Z เป็นกลุ่มคนที่ใช้งาน AI มากที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยจำนวนครึ่งหนึ่งใช้งาน AI ทุกวันหรือเกือบทุกวัน และจำนวนหนึ่งในสามมองว่าการโต้ตอบกับ AI เปรียบเสมือนการพูดคุยกับเพื่อน

สำหรับคนรุ่น Gen Z (หรือ Zoomers) จำนวนมาก AI ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรประจำวันไปแล้ว โดยผู้ตอบแบบสอบถาม Gen Z ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก 50% ใช้งาน AI ทุกวันหรือเกือบทุกวัน ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่สูงที่สุดเมื่อเทียบกับกลุ่มประชากรอื่นๆ ในจำนวนนี้ 57% ใช้ AI เพื่อค้นหาข้อมูล 54% ใช้เพื่อการเรียน และ 50% ใช้เพื่อสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ๆ

แคสเปอร์สกี้เผย Gen Z เข้าใจ AI ดีกว่าคนรุ่นอื่น และเริ่มมอง AI เป็นเสมือนเพื่อนมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม Gen Z ไม่ได้มองว่า AI เป็นเพียงเครื่องมือที่ใช้ประโยชน์ได้จริงเท่านั้น แต่ Gen Z ในภูมิภาคนี้จำนวนเกือบหนึ่งในสาม (32%) ระบุว่าใช้ AI ในฐานะเพื่อน ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงกว่าคนรุ่นอื่นๆ พฤติกรรมดังกล่าวพบได้ในหลายประเทศ เช่น อินโดนีเซีย (39%) เวียดนาม (35%) ไทย (34%) มาเลเซีย (33%) และอินเดีย (32%) สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงบทบาทของ AI จากเดิมที่เป็นเพียงเทคโนโลยีสำหรับขอคำแนะนำในงานเฉพาะด้าน มาสู่การเป็นสิ่งที่ผู้ใช้บางส่วนหันมาพูดคุยด้วยเพื่อระบายความรู้สึกหรือคลายเหงา

การนำ AI มาใช้ในเรื่องส่วนตัวสะท้อนให้เห็นว่าระบบสนทนานั้นเข้ากับพฤติกรรมทางดิจิทัลของ Gen Z ได้อย่างลงตัวและเป็นธรรมชาติ ผลสำรวจระบุว่าGen Z ในภูมิภาคนี้ 34% ใช้ AI เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวที่ไม่ต้องการเปิดเผยกับผู้อื่น โดยเวียดนามมีสัดส่วนสูงสุดที่ 42% ตามด้วยอินเดีย (37%) และอินโดนีเซีย (36%) แม้ว่า AI อาจให้ความรู้สึกถึงความเป็นส่วนตัวและการสนับสนุนทางอารมณ์ แต่ AI ก็ไม่ใช่เพื่อนที่เป็นมนุษย์ คำตอบที่ได้อาจมีความคลาดเคลื่อนหรือไม่เหมาะสม อีกทั้งผู้ใช้อาจเผลอเปิดเผยข้อมูลที่ละเอียดอ่อนได้ง่ายกว่าการใช้งานบริการออนไลน์ทั่วไป

  • การพึ่งพาสูงไม่ได้หมายถึงการใช้ AI ที่ปลอดภัยเสมอไป

แม้ว่า Gen Z จะมีกิจกรรมออนไลน์และความมั่นใจในระดับสูง แต่ผู้ตอบแบบสอบถามจำนวนมากกลับประเมินความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับ AI ต่ำไป ในขณะที่ผู้ตอบแบบสอบถาม Gen Z ในเอเชียแปซิฟิก 45% กล่าวว่าตนใช้มาตรการป้องกันอย่างสม่ำเสมอเมื่อโต้ตอบกับบริการ AI แต่มากกว่าครึ่ง (51%) ใช้มาตรการป้องกันเป็นครั้งคราวเท่านั้น ความไม่สอดคล้องกันนี้เห็นได้ชัดเจนโดยเฉพาะในมาเลเซีย โดย 54% ของผู้ตอบแบบสอบถามกล่าวว่าได้ใช้ความระมัดระวังเป็นครั้งคราวเท่านั้น ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงเป็นอันดับสองในบรรดาตลาดเอเชียแปซิฟิกที่สำรวจรองจากจีน 60% ในขณะที่อินโดนีเซียมีสัดส่วนต่ำสุดที่ 43%

มาตรการป้องกันเหล่านี้สามารถทำได้ง่ายๆ เพียงตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้อื่นๆ และหลีกเลี่ยงการเปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับหรือข้อมูลที่ละเอียดอ่อน สิ่งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งเมื่อ AI เข้ามามีส่วนร่วมในการศึกษา การสื่อสาร และการตัดสินใจส่วนบุคคล ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องที่สร้างโดยระบบ AI อาจส่งผลกระทบต่องานวิชาการหรือตัวเลือกในชีวิตประจำวัน ในขณะที่ข้อมูลที่แบ่งปันในการสนทนาอาจรวมถึงเอกสารส่วนตัว พาสเวิร์ด รายละเอียดทางการเงิน ข้อมูลด้านสุขภาพ หรือข้อความส่วนตัว ยิ่งการโต้ตอบกลายเป็นเรื่องส่วนตัวมากขึ้นเท่าใด ผู้ใช้ก็ยิ่งสำคัญมากขึ้นเท่านั้นที่ต้องจำไว้ว่าข้อมูลที่ป้อนในบริการ AI ควรได้รับการพิจารณาว่าไม่เป็นความลับโดยอัตโนมัติ

  • การสร้างนิสัยการใช้งาน AI อย่างปลอดภัยควรควบคู่ไปกับการพัฒนาทักษะด้าน AI

เพื่อให้ใช้งาน AI ได้อย่างปลอดภัยยิ่งขึ้น ผู้ใช้ควรตรวจสอบข้อมูลสำคัญแทนที่จะเชื่อถือคำตอบที่ AI สร้างขึ้นมาเพียงคำตอบเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา การเงิน กฎหมาย การแพทย์ หรือประเด็นละเอียดอ่อนอื่นๆ ซึ่งคำตอบที่ไม่ถูกต้องอาจนำไปสู่ผลกระทบร้ายแรงได้

นอกจากนี้ ผู้ใช้ควรหลีกเลี่ยงการเปิดเผยพาสเวิร์ด ข้อมูลการชำระเงิน เอกสารยืนยันตัวตน การสื่อสารส่วนตัว และข้อมูลที่เป็นความลับอื่นๆ แก่บริการ AI ก่อนเริ่มใช้งานแพลตฟอร์มใหม่ สิ่งสำคัญคือต้องทำความเข้าใจว่าแพลตฟอร์มนั้นมีการเก็บรวบรวมข้อมูลอะไรบ้าง และข้อมูลดังกล่าวจะถูกนำไปประมวลผลหรือจัดเก็บอย่างไร

โซลูชันความปลอดภัยที่ครอบคลุมอย่าง Kaspersky Premium สามารถช่วยปกป้องอุปกรณ์จากการโจมตีแบบฟิชชิง มัลแวร์ และเว็บไซต์หลอกลวงที่อาจแอบอ้างเป็นแพลตฟอร์ม AI ของจริงหรือโฆษณาเครื่องมือ AI ปลอม อีกทั้งยังช่วยเพิ่มเกราะป้องกันอีกชั้นหนึ่งในขณะที่ผู้ใช้ทดลองใช้งานบริการดิจิทัลใหม่ๆ

การพัฒนาทักษะด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ในภาพรวมก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน หลักสูตร "Cyberhygiene" (สุขอนามัยทางไซเบอร์) ของ Kaspersky Academy ช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจความเสี่ยงทางดิจิทัลที่พบบ่อย และสร้างนิสัยที่นำไปปฏิบัติได้จริงเพื่อปกป้องบัญชีผู้ใช้ อุปกรณ์ และข้อมูลส่วนบุคคล ทักษะเหล่านี้มีความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ ในยุคที่เครื่องมือ AI ถูกนำมาใช้ทั้งในการเรียน การทำงาน และการสื่อสารในชีวิตประจำวัน

สำหรับกลุ่ม Gen Z โดยเฉพาะ แคสเปอร์สกี้ได้เปิดตัวเกมออนไลน์เชิงโต้ตอบที่มีชื่อว่า "Case 404" ในเกมแนวสืบสวนสอบสวนทางไซเบอร์นี้ ผู้เล่นจะได้สวมบทบาทไขคดีสมมติที่ได้รับแรงบันดาลใจจากภัยคุกคามทางดิจิทัลที่มีอยู่จริง พร้อมเรียนรู้วิธีสังเกตกลโกง การหลอกลวงแบบฟิชชิง และรูปแบบการฉ้อโกงที่ซับซ้อน ผ่านเกม "Case 404" นี้ แคสเปอร์สกี้ไม่เพียงแค่สร้างความตระหนักรู้เท่านั้น แต่ยังช่วยเสริมสร้างทัศนคติและทักษะที่จำเป็นเพื่อให้ผู้เล่นสามารถใช้งานโลกดิจิทัลได้อย่างปลอดภัยในขณะที่ทำสิ่งที่ตนเองชื่นชอบอีกด้วย

วลาดิสลาฟ ทุชคานอฟ ผู้จัดการกลุ่ม ศูนย์วิจัยเทคโนโลยี AI แคสเปอร์สกี้ กล่าวว่า "คนรุ่น Gen Z มีความเข้าใจในแนวโน้มของเทคโนโลยี AI ที่กำลังมาแรงได้ดีกว่าคนรุ่นอื่น ๆ และเริ่มหาวิธีใหม่ ๆ ในการนำเทคโนโลยีนี้มาปรับใช้กับการเรียน การสื่อสาร และชีวิตประจำวันแล้ว การที่คนหนุ่มสาวบางส่วนมองว่า AI เป็นเสมือนเพื่อน สะท้อนให้เห็นว่าความสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้งานกับเทคโนโลยีนั้นกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วเพียงใด อย่างไรก็ตาม ปฏิสัมพันธ์ที่ให้ความรู้สึกใกล้ชิดเป็นส่วนตัวเช่นนี้ ไม่ควรถูกเข้าใจผิดว่าเป็นบทสนทนาที่เป็นเรื่องส่วนตัวหรือเชื่อถือได้ทั้งหมด ผู้ใช้งานรุ่นใหม่จำเป็นต้องผสานความมั่นใจและความอยากรู้อยากเห็นเข้ากับนิสัยการตรวจสอบข้อมูล การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล และการคิดวิเคราะห์คำตอบที่ได้รับอย่างรอบคอบ"

เอเดรียน เฮีย กรรมการผู้จัดการ ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก แคสเปอร์สกี้ กล่าวว่า "สิ่งที่น่าสนใจจากผลสำรวจนี้คือ การที่ AI ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของคนรุ่นใหม่ได้อย่างเป็นธรรมชาติ การที่ผู้ใช้งาน Gen Z ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจำนวนถึง 1 ใน 3 มองว่า AI เป็นเพื่อน แสดงให้เห็นชัดเจนว่า AI กำลังกลายเป็นมากกว่าแค่เครื่องมือทั่วไป และเมื่อความสัมพันธ์นี้มีความใกล้ชิดเป็นส่วนตัวมากขึ้น การรู้ว่าสิ่งใดควรเชื่อถือ สิ่งใดควรแบ่งปัน และควรมีขอบเขตอย่างไร จึงเป็นกุญแจสำคัญในการใช้งาน AI อย่างปลอดภัยและมีความรับผิดชอบ"

การศึกษานี้จัดทำขึ้นโดยศูนย์วิจัยตลาดของแคสเปอร์สกี้ในเดือนมีนาคม 2026 โดยมีผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 7,200 คนจาก 18 ประเทศ (ได้แก่ บราซิล จีน โคลอมเบีย อียิปต์ ฝรั่งเศส เยอรมนี อินเดีย อินโดนีเซีย อิตาลี มาเลเซีย เม็กซิโก รัสเซีย ซาอุดีอาระเบีย สเปน แอฟริกาใต้ ไทย ตุรกี และเวียดนาม)


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ