
- ผลการดำเนินงานช่วงหน้าร้อนดีเกินคาด: เอมิเรตส์ให้บริการผู้โดยสารกว่า 8.6 ล้านคนในช่วงระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคมที่ผ่านมา ขณะที่จำนวนผู้โดยสารที่เดินทางเข้าสู่ดูไบด้วยเที่ยวบินของเอมิเรตส์ในช่วงครึ่งหลังของเดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้นถึง 7% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568
- ฝูงบินและเครือข่ายอันแข็งแกร่ง: ปรับโฉมเครื่องบินเอมิเรตส์ 104 ลำ ในขณะที่ชั้นประหยัดพรีเมียม (Premium Economy) พร้อมให้บริการแล้วบนเครื่องบิน 137 ลำ รับมอบเครื่องบินแล้ว 18 ลำนับตั้งแต่เดือนมกราคม และเตรียมรับมอบเครื่อง Airbus A350 เพิ่มอีก 6 ลำก่อนสิ้นปี พร้อมเปิดเส้นทางสู่เฮลซิงกิในวันที่ 1 ตุลาคมนี้
- การลงทุนด้านผลิตภัณฑ์: เอมิเรตส์ได้เปิดตัวนวัตกรรมใหม่ในปีนี้ ได้แก่ พนักพิงศีรษะ U-dream สำหรับชั้นประหยัด (Economy Class) เป็นครั้งแรกของอุตสาหกรรมการบิน รวมถึงที่นั่งชั้นประหยัดพรีเมียมพร้อมฉากกั้นส่วนตัว และห้องรับรอง Emirates Lounge รุ่นใหม่

เอมิเรตส์ส่งท้ายฤดูกาลท่องเที่ยวช่วงหน้าร้อนด้วยผลการดำเนินงานที่สูงเกินความคาดหมาย ก้าวเข้าสู่ช่วงหน้าหนาวด้วยยอดจองอันแข็งแกร่งในหลายตลาด ขณะที่สายการบินเดินหน้าลงทุนกับฝูงบินและผลิตภัณฑ์ชั้นนำในภาคอุตสาหกรรม ขยายเครือข่ายทั่วโลก พร้อมมอบความยืดหยุ่นในการสำรองบัตรโดยสารให้แก่ลูกค้ามากยิ่งขึ้น
ในระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม เอมิเรตส์ได้ให้บริการผู้โดยสารมากกว่า 8.6 ล้านคน พร้อมรักษาอัตราบรรทุกผู้โดยสารในระดับที่แข็งแกร่งทั่วทั้งเครือข่าย โดยปัจจุบันสายการบินให้บริการที่ระดับประมาณ 93% ของขีดความสามารถเดิม ซึ่งความต้องการเดินทางยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องก่อนเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวในช่วงหน้าหนาว
ยอดจองตั๋วเครื่องบินสำหรับช่วงหน้าหนาว ซึ่งจะเริ่มต้นตั้งแต่ช่วงปลายเดือนตุลาคมเป็นต้นไป มีแนวโน้มเป็นไปในทางบวก แม้พฤติกรรมของลูกค้าโดยรวมจะเปลี่ยนไปเป็นการตัดสินใจเดินทางใกล้กับวันออกเดินทางมากขึ้น โดยประเทศแอฟริกาใต้ บราซิล อินเดีย โปรตุเกส อียิปต์ กานา โคลอมเบีย ซาอุดีอาระเบีย และปากีสถาน เป็นตลาดที่มีความต้องการเดินทางสูงกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า ขณะที่ความต้องการเดินทางสำหรับตลาดประเทศเนปาลมีแนวโน้มที่แข็งแกร่งผ่านความร่วมมือระหว่างสายการบินเอมิเรตส์และ flydubai
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ยังคงเป็นตลาดต้นทางที่แข็งแกร่ง ขณะที่ความต้องการเดินทางบนชั้นโดยสารระดับพรีเมียมของเอมิเรตส์ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ความต้องการเดินทางช่วงหน้าร้อนอันแข็งแกร่ง
เที่ยวบินของเอมิเรตส์ที่ให้บริการไปและกลับจากภูมิภาคเอเชียตะวันตก ยุโรป ตะวันออกกลาง ทวีปอเมริกา และแอฟริกา มีอัตราบรรทุกผู้โดยสารสูงกว่า 75% ตลอดช่วงหน้าร้อน โดยเส้นทางไปและกลับจากประเทศอินโดนีเซีย
โกตดิวัวร์ และทั่วสหราชอาณาจักรมีผลการดำเนินงานที่โดดเด่นเป็นพิเศษ
ความต้องการเดินทางบนชั้นประหยัดพรีเมียมเพิ่มขึ้นทั่วทั้งเครือข่าย โดยทวีปอเมริกามีอัตราการเติบโตของความต้องการใช้บริการสำหรับห้องโดยสารชั้นนี้สูงสุด
ดูไบยังสามารถดึงดูดผู้โดยสารขาเข้าได้อย่างแข็งแกร่ง โดยมีลูกค้ามากกว่า 500,000 คนในช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่เดินทางเข้าสู่ดูไบด้วยเที่ยวบินของเอมิเรตส์ เพิ่มขึ้น 7% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ครอบคลุมทั้งผู้พำนักที่เดินทางกลับก่อนเปิดภาคเรียนใหม่ ผู้พำนักรายใหม่ที่ย้ายมายังดูไบเพื่ออยู่อาศัยและทำงาน รวมถึงนักท่องเที่ยวที่เลือกดูไบเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับการพักผ่อนในช่วงปลายหน้าร้อน
ตลอดช่วงหน้าร้อน เอมิเรตส์ยังเพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่ลูกค้าในการวางแผนการเดินทาง โดยมอบสิทธิ์เปลี่ยนวันเดินทางได้ฟรี 1 ครั้งสำหรับทุกจุดหมายปลายทางทั่วทั้งเครือข่าย และเปลี่ยนวันเดินทางสู่ดูไบได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งโดยไม่มีค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ สายการบินยังปรับลดค่าธรรมเนียมการขอคืนเงินสำหรับการเดินทางสู่ดูไบอีกด้วย
เดินหน้าปรับโฉมฝูงบินและลงทุนด้านผลิตภัณฑ์
นับตั้งแต่เดือนมกราคม 2569 ที่ผ่านมา เอมิเรตส์ได้รับมอบเครื่องบินใหม่เป็นจำนวน 18 ลำ ประกอบด้วย Airbus A350 จำนวน 11 ลำ และเครื่องบินขนส่งสินค้า Boeing 777 จำนวน 7 ลำ พร้อมเตรียมรับมอบเครื่อง Airbus A350 เพิ่มอีก 6 ลำภายในช่วงสิ้นเดือนธันวาคมนี้
ปัจจุบัน สายการบินเอมิเรตส์ได้ดำเนินการปรับโฉมเครื่องบินจำนวน 104 ลำเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ประกอบไปด้วยเครื่อง Boeing 777 จำนวน 53 ลำ และเครื่อง Airbus A380 จำนวน 51 ลำ ส่งผลให้จำนวนเครื่องบินที่ให้บริการชั้นประหยัดพรีเมียมและห้องโดยสารของเอมิเรตส์เพิ่มขึ้นเป็น 137 ลำ และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 155 ลำภายในช่วงสิ้นเดือนธันวาคมนี้
การขยายผลิตภัณฑ์ดังกล่าวช่วยให้ลูกค้ามีโอกาสสัมผัสห้องโดยสารรุ่นล่าสุดของเอมิเรตส์ได้มากขึ้น โดยปัจจุบันชั้นประหยัดพรีเมียมพร้อมให้บริการบนเที่ยวบินสู่จุดหมายปลายทางทั้งหมด 90 แห่ง และเตรียมขยายไปยังอีก 6 จุดหมายปลายทางก่อนสิ้นปีนี้ ซึ่งรวมถึงปารีส เดลี สตอกโฮล์ม และจุดหมายปลายทางอื่น ๆ อีกมากมาย
เอมิเรตส์ยังเดินหน้ายกระดับเครือข่ายการเชื่อมต่อบนเครื่องบิน โดยปัจจุบันมีเครื่องบินเกือบ 50 ลำที่ติดตั้งเครือข่ายอินเทอร์เน็ต Starlink และกำลังดำเนินการติดตั้งเพิ่มเติมควบคู่ไปกับโครงการปรับโฉมฝูงบิน เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงบนเที่ยวบินได้มากยิ่งขึ้น
ในปีนี้ เอมิเรตส์ยังได้เปิดตัวนวัตกรรมพนักพิงศีรษะ U-dream บนเครื่องบิน A350 สำหรับผู้โดยสารชั้นประหยัด รวมถึงที่นั่งชั้นประหยัดพรีเมียมพร้อมฉากกั้นส่วนตัว ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในอุตสาหกรรมการบิน และห้องรับรอง (Lounge) อันเป็นเอกลักษณ์ของเอมิเรตส์รุ่นใหม่ โดยห้องรับรองแห่งใหม่ได้เปิดให้บริการแก่ลูกค้าในมิวนิก แฟรงก์เฟิร์ต และแมนเชสเตอร์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
เพิ่มจุดหมายปลายทาง เที่ยวบิน และการเชื่อมต่อทั่วโลก
เอมิเรตส์จะเดินหน้าขยายเครือข่ายอย่างต่อเนื่องก่อนเข้าสู่ช่วงหน้าหนาว ทั้งการเพิ่มจุดหมายปลายทางใหม่ เพิ่มความถี่ของเที่ยวบิน และนำเครื่องบินรุ่นล่าสุดไปให้บริการในตลาดสำคัญต่าง ๆ
เฮลซิงกิจะเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในจุดหมายปลายทางของเครือข่ายเส้นทางบินของเอมิเรตส์ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ โดยจะเริ่มให้บริการด้วยเครื่องบิน Airbus A350 ซึ่งปัจจุบันให้บริการจากดูไบสู่จุดหมายปลายทาง 30 แห่ง และจะเพิ่มขึ้นเป็น 36 แห่งภายในสิ้นปีนี้
เอมิเรตส์ยังเพิ่มขีดความสามารถในหลายเส้นทางเพื่อรองรับความต้องการเดินทาง โดยจุดหมายปลายทางอย่างอักกรา โตเกียว นาริตะ โฮจิมินห์ซิตี้ และฮานอย จะได้รับการเพิ่มเป็น 2 เที่ยวบินต่อวัน ขณะที่หนึ่งในเที่ยวบินประจำวันบนเส้นทางสู่เดลีจะปรับมาให้บริการด้วยเครื่องบิน Airbus A380
เครื่องบิน A350 ของสายการบินเอมิเรตส์จะเริ่มให้บริการสู่ลาร์นากา มอลตา ไนโรบี และฮัมบูร์กตั้งแต่ช่วงปลายเดือนตุลาคมเป็นต้นไป ตามด้วยมอริเชียสในเดือนพฤศจิกายน ขณะที่เครื่องบิน Boeing 777 ที่ผ่านการปรับโฉมจะเริ่มให้บริการสู่สตอกโฮล์มในเดือนตุลาคม และแฟรงก์เฟิร์ตในเดือนพฤศจิกายนนี้ เพื่อขยายผลิตภัณฑ์บนเครื่องบินรุ่นล่าสุดของเอมิเรตส์ไปยังตลาดต่าง ๆ มากยิ่งขึ้น
นอกเหนือจากเครือข่ายของสายการบินแล้ว ข้อตกลงการบินแบบใช้รหัสเที่ยวบินร่วมกัน (codeshare), อินเตอร์ไลน์ (interline) และการเชื่อมต่อการขนส่งต่อเนื่อง (intermodal) จำนวน 168 โครงการของเอมิเรตส์ ยังช่วยให้ลูกค้าสามารถเดินทางเชื่อมต่อไปยังเมืองต่าง ๆ เพิ่มเติมอีกกว่า 1,750 แห่ง โดยในแต่ละวันมีลูกค้าของเอมิเรตส์โดยเฉลี่ยมากกว่า 13,000 คนที่เดินทางต่อไปยังจุดหมายปลายทาง ด้วยเที่ยวบินที่ให้บริการโดยสายการบินพันธมิตร
ความร่วมมือระหว่างเอมิเรตส์และ flydubai ได้กลายเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของประสบการณ์การเดินทางผ่านศูนย์กลางการบินดูไบ โดยปัจจุบันทั้งสองสายการบินได้ร่วมกันเชื่อมต่อจุดหมายปลายทางมากกว่า 214 แห่ง ในกว่า 100 ประเทศ พร้อมมอบทางเลือกในการเชื่อมต่อเที่ยวบินผ่านดูไบมากกว่า 4,600 รูปแบบ
ลูกค้าของเอมิเรตส์สามารถเดินทางต่อไปยังจุดหมายปลายทางของ flydubai ได้มากกว่า 100 แห่ง ขณะที่ผู้โดยสารของ flydubai สามารถเชื่อมต่อไปยังจุดหมายปลายทางของเอมิเรตส์ได้มากกว่า 140 แห่ง โดยกาฐมาณฑุ แซนซิบาร์ กระบี่ และเบลเกรด ถือเป็นจุดหมายปลายทางของ flydubai ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในกลุ่มลูกค้าเอมิเรตส์
นับตั้งแต่การเริ่มต้นความร่วมมือในปี 2560 ทั้งสองสายการบินได้ให้บริการผู้โดยสารรวมแล้วมากกว่า 28 ล้านคนทั่วทั้งเครือข่ายร่วมกัน
นอกเหนือจากการเปิดเส้นทางใหม่ของเอมิเรตส์สู่เฮลซิงกิในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า flydubai ยังได้เพิ่มจุดหมายปลายทางสู่เมืองจิตตะกอง ประเทศบังกลาเทศ เข้าเป็นส่วนหนึ่งในเครือข่ายการบินในเดือนเมษายน 2569 ตามด้วยเบงกาซี ประเทศลิเบีย ในเดือนมิถุนายน อะเลปโป ประเทศซีเรีย และกรุงเทพฯ ผ่านท่าอากาศยานดอนเมืองในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา พร้อมทั้งเตรียมเดินหน้าขยายเครือข่ายเพิ่มเติมในเดือนกันยายนด้วยเส้นทางสู่โปขรา ประเทศเนปาล อีกด้วย