"ลดจอ เพิ่มใจ" สสส.ผนึกพลังท้องถิ่น-ครอบครัว 3 ดี นิเวศสื่อสุขภาวะเด็กปฐมวัยริมปิงหละปูน

ข่าวทั่วไป Friday September 18, 2026 12:03 —ThaiPR.net

เมื่อหน้าจอสี่เหลี่ยมและโลกดิจิทัลแทรกซึมเข้าสู่ชีวิตประจำวันของเด็กเล็กเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนส่งผลกระทบต่อพัฒนาการและพฤติกรรมของเด็กปฐมวัย การดึงเด็กๆ กลับคืนสู่โลกแห่งความจริงที่มีชีวิตชีวาจึงกลายเป็นเรือ่งท้าทายของพ่อ แม่ผู้ปกครอง และผู้เกี่ยวข้องกับเด็กปฐมวัย

นายรุ่งโรจน์ สุนทร ท้องถิ่นจังหวัดลำพูน ได้นำทีมลงพื้นที่ร่วมกับคณะผู้บริหารเทศบาลตำบลริมปิง เพื่อร่วมกิจกรรม "ตลาดนัดสื่อสร้างสรรค์" ภายใต้โครงการ "ลดจอ เพิ่มใจ นิเวศสื่อสุขภาวะเด็กปฐมวัยหละปูน" ของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลริมปิง ซึ่งเป็นการขับเคลื่อนภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) นิเวศสื่อสุขภาวะเพื่อการพัฒนาเด็กปฐมวัย จังหวัดลำพูน

งานนี้เกิดขึ้นจากพลังการบูรณาการระหว่าง กลุ่ม Wearehappy องค์กรสาธารณประโยชน์ ร่วมกับ สำนักสร้างเสริมระบบสื่อและสุขภาวะทางปัญญา (สำนัก 11) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่จับมือเหนียวแน่นกับ สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดลำพูน, ชมรมครูและบุคลากรทางการศึกษาท้องถิ่นจังหวัดลำพูน และ เทศบาลตำบลริมปิง

"ตลาดนัดสื่อสร้างสรรค์" สัญจรเปลี่ยนชุมชนด้วยแนวคิด 3 ดี

ภาพบรรยากาศในตลาดนัดสื่อสร้างสรรค์เต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของเด็กๆ ปู่ย่าตายาย และพ่อแม่ผู้ปกครอง กิจกรรมสัญจรนี้ไม่ได้เป็นเพียงงานนิทรรศการทั่วไป แต่เป็น "ห้องเรียนกลางแจ้ง" ที่จำลองและสาธิตการนำแนวคิด 3 ดี (สื่อดี พื้นที่ดี ภูมิดี) มาใช้ในวิถีชีวิตจริง:

  1. สื่อดี นำเสนอพลังของ "สื่อทำมือ" จากธรรมชาติ วัสดุเหลือใช้ และของหาง่ายรอบบ้าน เช่น หน้ากากกระดาษ นิทานทำมือ และของเล่นสร้างสรรค์ ที่พิสูจน์แล้วว่าสามารถดึงดูดความสนใจของเด็กเล็กได้ดีไม่แพ้จอโทรศัพท์
  2. พื้นที่ดี ( จำลองลานเล่นธรรมชาติ มุมนิทาน และพื้นที่ปลอดภัยที่กระตุ้นให้เด็กได้ขยับร่างกาย กระโดด วิ่งเล่น และมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมรอบตัว
  3. ภูมิดี ถ่ายทอดรากเหง้าภูมิปัญญาท้องถิ่นผ่านกิจกรรมจริง เช่น การละเล่นพื้นบ้าน นิทานเล่าปากเปล่าจากผู้สูงอายุ และผลผลิตจากแปลงผักสวนครัวปลอดสารพิษที่เด็กๆ ได้ร่วมลงมือดูแล

เปลี่ยนผู้ปกครองสู่ "นักสื่อสารสุขภาวะประจำบ้าน" หัวใจของ "ครอบครัว 3 ดี"

หัวใจสำคัญที่ทำให้เทศบาลตำบลริมปิงโดดเด่น คือการสร้างกระบวนการ "ครอบครัว 3 ดี" ซึ่งไม่ใช่เพียงการปล่อยให้ครูดูแลเด็กที่ศูนย์ฯ ฝ่ายเดียว แต่เป็นการขยายผล "ระบบนิเวศสุขภาวะ" เข้าสู่ประตูบ้านของเด็กทุกคน

โครงการนี้ช่วยพลิกบทบาทของพ่อแม่และสมาชิกในครอบครัว จากการเป็นเพียง "ผู้ดูแล" ไปสู่การเป็น "นักสื่อสารสุขภาวะประจำบ้าน" ผู้ที่เข้าใจพัฒนาการของลูก สามารถเลือกและประดิษฐ์กิจกรรมสร้างสรรค์จากทรัพยากรใกล้ตัว ช่วยลดเวลาอยู่หน้าจอลง และแทนที่ด้วยความอบอุ่นผ่านการกิน กอด เล่น และเล่าอย่างมีคุณภาพ ส่งผลให้เด็กมีพัฒนาการสมวัยรอบด้าน ทั้งร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา

ก้าวต่อไปของ "หละปูน" สู่ความยั่งยืน

นายรุ่งโรจน์ สุนทร ท้องถิ่นจังหวัดลำพูน สะท้อนให้เห็นว่า ความร่วมมือครั้งนี้คือตัวอย่างที่ชัดเจนของการใช้พลังนโยบายท้องถิ่นหนุนเสริมชุมชน การลงมือทำจริงของครูและครอบครัวในตำบลริมปิงกำลังจับมือร่วมกับระหว่างสถานศึกษา บ้าน-วัด/ชุมชน-ท้องถิ่น ปกป้องเด็กปฐมวัยจากภัยจอ ความสำเร็จจาก "ตลาดนัดสื่อสร้างสรรค์" ของริมปิงในวันนี้ จึงไม่ใช่เพียงกิจกรรมชั่วคราว แต่คือก้าวสำคัญของการสร้างโมเดลต้นแบบนิเวศสื่อสุขภาวะ ที่พร้อมขยายผลและส่งต่อแรงบันดาลใจไปยังสถานศึกษาและชุมชนอื่นๆ ทั่วทั้งจังหวัดลำพูน เพื่อให้เด็กๆ ทุกคนได้เติบโตในสภาพแวดล้อมที่อบอุ่น ปลอดภัย และมีสุขภาวะที่ดีอย่างแท้จริง

นางสาวสายใจ คงทน หัวหน้าโครงการพัฒนาระบบสื่อสุขภาวะเพื่อการพัฒนาเด็กปฐมวัย กลุ่ม We are happy สะท้อนแนวคิดสำคัญในการทำงานว่า

"หัวใจของ 'นิเวศสื่อสุขภาวะ' คือการเข้าใจว่าเด็กปฐมวัย เรียนรู้จากสิ่งแวดล้อมรอบตัว ทั้งสื่อที่มองเห็น พื้นที่ที่เขาวิ่งเล่น และปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง การแก้ปัญหาเด็กติดจอจึงไม่ใช่แค่สั่งให้เด็กวางมือถือ แต่เราต้องร่วมกันสร้าง '3 ดี' คือ มีสื่อดีที่ชวนให้ลงมือทำ มีพื้นที่ดีที่ปลอดภัยให้ได้เล่น และมีภูมิดีที่เชื่อมโยงกับครอบครัวและชุมชน MOU ฉบับนี้ เป็นสัญญาใจของทุกภาคส่วนในลำพูน ที่จะเปลี่ยนบ้าน ชุมชน และศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ให้กลายเป็นระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้ร่วมกัน"

คุณครูอารี วันมาละ ครูศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลริมปิง ในฐานะผู้ขับเคลื่อนกิจกรรมหลักในพื้นที่ ได้เปิดเผยถึงเบื้องหลังการทำงานและความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นว่า

"จุดเริ่มต้นของการทำงานเริ่มจากที่เราเห็นเด็กๆ มาศูนย์ฯ ด้วยอาการสมาธิสั้น อารมณ์ร้อน และสื่อสารน้อยลงเพราะอยู่กับหน้าจอมากเกินไป เราจึงนำแนวคิด 3 ดีมาประยุกต์ใช้ โดยเริ่มต้นจากการชวนพ่อแม่เปลี่ยนบทบาทตัวเอง จากเดิมที่ให้มือถือเป็นพี่เลี้ยง มาเป็น 'นักสื่อสารสุขภาวะประจำบ้าน' ครูไม่ได้ให้การบ้านที่ซับซ้อน แต่เราชวนทำเรื่องง่ายๆ รอบตัว เช่น สื่อทำมือจากใบไม้ กิ่งไม้ กล่องกระดาษ ชวนปลูกแปลงผัก หรือทำขนมพื้นบ้านกับคุณตาคุณยาย สิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนคือ แววตาของเด็กๆ ที่มีความสุขและกระตือรือร้นเมื่อได้ลงมือทำจริง และผู้ปกครองเองก็ส่งภาพความผูกพันในครอบครัวกลับมาให้ครูดูอย่างต่อเนื่อง กลายเป็นความร่วมมือที่เกิดขึ้นจากความรักและความเข้าใจ ไม่ใช่การบังคับ"

การขับเคลื่อนครั้งนี้ไม่ได้มองการแก้ปัญหาเด็กติดจอด้วยการ "ห้าม" หรือ "ยึดโทรศัพท์" เพียงอย่างเดียว แต่มุ่งเน้นการสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีรอบตัวเด็กชื่อสื่อสร้างสรรค์เข้ามาทดแทนหน้าจอ พร้อมสร้างความร่วมมกับเป็นนิเวศสื่อสุขภาวะเพื่อการเรียนรู้ร่วมกัน


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ