5 เมกะเทรนด์ นิยามแห่งการเปลี่ยนผ่านเมือง สู่ Beyond the City เมื่อเมืองแห่งอนาคตไม่ใช่แค่เรื่องโครงสร้าง แต่คือการเชื่อม "คน-พื้นที่-คุณภาพชีวิต"

ข่าวทั่วไป Monday September 28, 2026 15:59 —ThaiPR.net

5 เมกะเทรนด์ นิยามแห่งการเปลี่ยนผ่านเมือง สู่ Beyond the City เมื่อเมืองแห่งอนาคตไม่ใช่แค่เรื่องโครงสร้าง แต่คือการเชื่อม

เมืองกำลังเปลี่ยนไป และการเปลี่ยนแปลงนั้นไม่ได้เกิดขึ้นเพียงจากการขยายตัวของอาคาร ถนน หรือโครงสร้างพื้นฐาน แต่กำลังเกิดขึ้นกับ "วิถีชีวิต" และ "แนวคิดของเมืองที่เชื่อมโยงผู้คนเข้าหากัน" prop2morrow จัดงานกรุงเทพจตุรทิศ : จตุรมหานคร Beyond the City สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของเมืองในรูปแบบที่คุ้นชินไปสู่ยุคใหม่ของเมืองในอนาคต ขับเคลื่อนด้วย "5 เมกะเทรนด์ใหม่ของเมือง"

  1. TOD กำลังกลายเป็น "ศูนย์กลางเมือง" เมื่อระบบขนส่งมวลชนขยายตัว Transit-Oriented Development หรือ TOD ไม่ได้แค่ทำให้คนเดินทางเร็วขึ้น แต่กำลังเปลี่ยน "ทิศทางการเติบโตของเมือง" โดยเฉพาะพื้นที่โดยรอบสถานีมีโอกาสพัฒนาเป็นศูนย์กลางใหม่ ประกอบด้วย ที่อยู่อาศัย สำนักงาน ร้านค้า บริการ และพื้นที่สาธารณะ ทำให้ภาพรวมจากเมืองที่เคยมีศูนย์กลาง เริ่มขยายตัวสู่ "เมืองเครือข่าย" (Network City) ที่มีศูนย์กลางเศรษฐกิจและพื้นที่เติบโตใหม่หลายจุดด้วยโครงข่าย
  2. 15 Minute City "เมืองแห่งการเข้าถึง" ที่ผ่านมา เมืองจำนวนมากถูกออกแบบโดยมี "การเดินทาง" เป็นศูนย์กลาง ส่วนของการอยู่อาศัย โรงเรียน ที่ทำงาน และพื้นที่พักผ่อน ถูกจัดวางไว้แยกออกจากกัน ทำให้ผู้คนในเมืองเสียเวลาเป็นจำนวนมากไปกับการเดินทางระหว่างจุดต่าง ๆ แนวคิด 15-Minute City จะทำให้การใช้เวลาของผู้คนในเมืองสั้นลง แต่เพิ่มคุณภาพชีวิตที่มากขึ้น ด้วยการออกแบบให้ร้านค้า โรงเรียน พื้นที่ทำงาน พื้นที่สีเขียว บริการสุขภาพ และกิจกรรมในชีวิตประจำวันอยู่ใกล้กัน เพื่อช่วยประหยัดเวลาในการเดินทางให้ลดลง
  3. Healthy City "เมืองอยู่แล้วดี" แนวคิด Healthy City กำลังมีความสำคัญมากขึ้น เมื่อเมืองที่น่าอยู่ในอนาคตอาจไม่ใช่เมืองที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากที่สุด แต่คือเมืองที่ ทำให้การมีสุขภาพดีเกิดขึ้นได้ง่ายที่สุดในชีวิตประจำวัน เช่น การมีสวนสาธารณะ ทางเดินเท้า พื้นที่สีเขียว คุณภาพอากาศ ความปลอดภัย บริการพื้นที่สาธารณะ และพื้นที่กิจกรรมทางสังคม
  4. Climate Resilience & ESG จุดเปลี่ยนสู่เมืองที่ยั่งยืน การเปลี่ยนแปลงที่กำลังหลีกเลี่ยงไม่ได้ คือสภาพภูมิอากาศ เมื่อเมืองต้องเผชิญกับความร้อน น้ำท่วม เหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรง การออกแบบเมืองจึงไม่สามารถมองเฉพาะ "วันนี้" ได้อีกต่อไป Climate Resilience จึงเป็นความยืดหยุ่นของเมืองที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ไม่ใช่แค่ป้องกันความเสี่ยง แต่สามารถในการคาดการณ์ล่วงหน้า พร้อมเตรียมแผนรับมือ และปรับตัวเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น
  5. Hybrid Work เมื่อ "ที่ทำงาน" ไม่ได้อยู่ที่เดียวอีกต่อไป หนึ่งในจุดเปลี่ยนที่ชัดเจนของเมืองยุคใหม่ คือการเปลี่ยนความหมายของคำว่า "ที่ทำงาน" เมื่อเทคโนโลยีทำให้ผู้คนสามารถทำงานได้จากหลากหลายสถานที่ ทำให้เส้นแบ่งระหว่าง บ้าน ที่ทำงาน และ เมือง แทบจะแยกกันไม่ออก สำหรับหลายๆ คน บ้านอาจเป็นทั้งพื้นที่พักผ่อนและพื้นที่ทำงาน คาเฟ่ กลายเป็นพื้นที่ทำงานชั่วคราว และ Co-working Space ที่เป็นพื้นที่สำนักงานรูปแบบใหม่ การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลกระทบไม่ใช่เฉพาะกับตลาดสำนักงานเท่านั้น แต่รวมถึงตลาดที่อยู่อาศัยที่ต้องรับตัวให้ทันกับความต้องการที่เปลี่ยนไป ดังนั้น เมืองในอนาคต ต้องรองรับชีวิตของผู้คนที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น ด้านเวลา พื้นที่ และรูปแบบการใช้ชีวิต

พลิกมุมมองใหม่รับเมืองเปลี่ยน

5 เมกะเทรนด์ ที่เกิดขึ้น ไม่ได้เปลี่ยนแค่ "รูปแบบ" เมืองเท่านั้น แต่กำลังจะเปลี่ยนวิธีคิด ภาครัฐ ดีเวลอปเปอร์ และผู้บริโภค เพื่อให้สอดรับกับเมืองในอนาคต

สิทธิพล กุสุมอรัญญา รองผู้อำนวยการสำนักการวางผังและพัฒนาเมือง กรุงเทพมหานคร มองการจัดผังเมืองใหม่ว่าถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเมืองในอนาคต เพราะศักยภาพของที่ดินแต่ละแปลงจะไม่ได้ดูแค่ว่า "ที่ดินอยู่สีอะไร" แต่ต้องใช้ปัจจัยพิจารณาด้าน FAR OSR ระบบคมนาคม พื้นที่โล่งสำหรับทำกิจกรรม สาธารณูปโภค ผังน้ำ และเงื่อนไขอื่นที่เกี่ยวข้อง

ขณะที่ ดร.มานะ นิมิตรวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) มองว่า "ศูนย์กลางของเมืองไม่ได้มีเพียงจุดเดียวอีกต่อไป" แต่เมืองกำลังเติบโตเป็น "Network City" เช่น พระราม 9-รัชดา ที่เรียกได้ว่าเป็น New CBD ขณะที่บางนา-สุวรรณภูมิ จะเป็น Eastern Business District นอกจากนี้ ยังมีส่วนขยายของเมืองที่เติบโตไปตามพื้นที่ตามแนวรถไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานใหม่ รวมถึงพื้นที่ชานเมืองที่เดินทางเชื่อมโยงได้สะดวกมากขึ้น

จาก "สร้างเพื่อขาย" เพียงอย่างเดียว สู่การสร้าง Ecosystem ให้เมืองมีพื้นที่รองรับการทำกิจกรรมและการใช้ชีวิต เป็นมุมมอง "Beyond the City" จาก อุรเสฏฐ นาวานุเคราะห์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการลงทุน โครงการ วัน
แบงค็อก ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเมืองที่ต้องจับมือกันเดินไปพร้อมกันทั้ง ภาครัฐ เอกชน และ ผู้บริโภค เพื่อประโยชน์ของทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นมิติของการจ้างงาน ความสำเร็จทางธุรกิจ และคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้อยู่อาศัยในเมือง

ทำความเข้าใจ พฤติกรรมการซื้อผู้บริโภค

เมืองยุคใหม่ที่กำลังขยาย ทำให้มุมมองการเลือกซื้อที่อยู่อาศัยของผู้บริโภคเปลี่ยนไป โดยไม่ตัดสินใจที่ขนาดพื้นที่เพียงอย่างเดียว แต่มีองค์ประกอบที่หลากหลายเข้ามาสนับสนุน เช่น Pet Friendly พื้นที่ความสุขร่วมกับสัตว์เลี้ยงแสนรัก รวมทั้งความยืดหยุ่นในการใช้ชีวิตที่มากขึ้น ไม่จำกัดเฉพาะขอสินเชื่อซื้อบ้านเพียงอย่างเดียว แต่ Flexible Ownership ในรูปแบบการเช่าระยะยาว (Leasehold) หรือ Rent to Own ที่เริ่มได้รับความสนใจมากขึ้นในกลุ่มคนรุ่นใหม่

การใช้เวลาศึกษาข้อมูลผ่าน Virtual Tour และโซเชียลมีเดียอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจชมโครงการจริง การให้ความสำคัญกับการรีวิว ค่าส่วนกลางระยะยาวและการประเมินความคุ้มค่า (Yield) มากกว่าโปรโมชันระยะสั้น และเทคโนโลยีที่ทันสมัยได้เข้ามาเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิต ทำให้ผู้บริโภคต้องการพื้นที่ยืดหยุ่นรองรับ Work from Anywhere และ Smart Living

เมื่อเมืองเปลี่ยน การเลือกซื้อบ้าน สถานที่ทำงาน การเดินทาง และการใช้ชีวิตก็จะเปลี่ยนตามไปด้วย และนี่อาจเป็นนิยามของเมืองในยุคต่อไป ที่ให้คุณค่ากับการเชื่อมต่อกันได้ดีขึ้น ใช้เวลาน้อยลง และเติบโตได้อย่างยั่งยืน


แท็ก นิยาม  

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ