กรุงไทย ผนึก ปตท.-กรมลดโลกร้อน ขับเคลื่อน "I-SPARK" เชื่อมทุนเอกชนสู่อุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ เสริมขีดแข่งขันประเทศไทย

ข่าวเศรษฐกิจ Tuesday November 3, 2026 13:54 —ThaiPR.net

กรุงไทย ผนึก ปตท.-กรมลดโลกร้อน ขับเคลื่อน

ธนาคารกรุงไทย ร่วมกับ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ประกาศความร่วมมือขับเคลื่อน I-SPARK โครงการริเริ่มด้านการลงทุนอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ ริเริ่มโดยกลุ่ม ปตท. บนเวทีความร่วมมือระหว่างรัฐบาล ธนาคารโลก และภาคเอกชนไทย หัวข้อ "Low Carbon Cities and Energy Security - Building System at Scale: Mobilizing Private Capital, Creating Jobs" ในการประชุม IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026 โดยผสานศักยภาพด้านอุตสาหกรรม การเงิน และนโยบาย เพื่อผลักดันโครงการในพื้นที่มาบตาพุด-ระยองให้พร้อมรับเงินทุนเอกชน เสริมความมั่นคงทางพลังงานและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

I-SPARK เป็นแพลตฟอร์มลดการปล่อยคาร์บอนในระบบนิเวศอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง มุ่งส่งเสริมการลงทุน 3 กลุ่มยุทธศาสตร์ ได้แก่ พลังงานและโซลูชันคาร์บอนต่ำ โครงสร้างพื้นฐานร่วมและอุตสาหกรรมเฉพาะทางอุตสาหกรรมชีวภาพและเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อเร่งการลงทุนในโครงการสำคัญ อาทิ ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) เทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) พลังงานสะอาด และห่วงโซ่คุณค่าอุตสาหกรรมชีวภาพและเศรษฐกิจหมุนเวียน

โดยภายในปี 2578 คาดว่าจะปลดล็อกการลงทุนกว่า 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สร้างงานกว่า 13,000 ตำแหน่ง และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกประมาณ 9 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี พร้อมเป็นต้นแบบขยายผลสู่อุตสาหกรรมพื้นที่อื่น โดยทั้งสามหน่วยงานจะศึกษาการเชื่อมโยง I-SPARK กับโครงการพัฒนาเมืองคาร์บอนต่ำและตลาดคาร์บอน (LCC) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากธนาคารโลก เพื่อให้โครงการที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเข้าถึงกลไกการเงินคาร์บอน พร้อมศึกษาแนวทาง การเงินแบบผสมผสาน (Blended Finance) ที่ผสานเงินทุนภาครัฐหรือเงินทุนเงื่อนไขผ่อนปรนกับเงินทุนเชิงพาณิชย์ เพื่อเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งทุน ดึงดูดการลงทุนภาคเอกชน และเร่งการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมไทยสู่คาร์บอนต่ำ

นายบุรณิน รัตนสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจใหม่และความยั่งยืน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า I-SPARK สะท้อนความมุ่งมั่นของกลุ่ม ปตท. ในการยกระดับพื้นที่มาบตาพุด จังหวัดระยอง สู่ระบบนิเวศอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ ผ่านการบูรณาการศักยภาพด้านพลังงานและอุตสาหกรรมเข้ากับพลังงานสะอาด เทคโนโลยีแห่งอนาคต และโครงสร้างพื้นฐานร่วม เพื่อปลดล็อกศักยภาพการลงทุนและเร่งขับเคลื่อนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคอุตสาหกรรม ความร่วมมือกับธนาคารกรุงไทยและกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมในครั้งนี้ เป็นการผสานความเชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรม นวัตกรรมทางการเงิน และการสนับสนุนเชิงนโยบาย เพื่อส่งเสริมการระดมทุนจากภาคเอกชน เสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทย ควบคู่กับการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

นายพิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า การบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยต้องอาศัยการดำเนินงานที่ประสานกันระหว่างภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และภาคการเงิน ความร่วมมือภายใต้ I-SPARK เป็นโอกาสในการเชื่อมการลงทุนกับทิศทางนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศของประเทศ พร้อมศึกษาความเป็นไปได้ในการเชื่อมโยงกับโครงการเมืองคาร์บอนต่ำและการพัฒนาตลาดคาร์บอน เพื่อเปิดโอกาสให้โครงการที่เข้าเกณฑ์เข้าถึงกลไกการเงินคาร์บอน สนับสนุนการลดก๊าซเรือนกระจกที่น่าเชื่อถือ ควบคู่กับการเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

สำหรับการดำเนินงานต่อไป ทั้งสามฝ่ายจะร่วมศึกษาความเป็นไปได้ในการบูรณาการ I-SPARK เข้ากับ โครงการเมืองคาร์บอนต่ำและการพัฒนาตลาดคาร์บอน (Low Carbon Cities and Carbon Market Development Project: LCC) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากธนาคารโลก เพื่อให้โครงการอุตสาหกรรมที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์สามารถเข้าถึงกลไกการเงินคาร์บอนของโครงการ LCC ควบคู่กับการศึกษาแนวทางเงินทุนแบบผสมผสานที่เหมาะสมกับการลงทุน

นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย กล่าว กรุงไทยมุ่งเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมเงินทุนสู่โอกาสการลงทุนในเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ โดยผสานความเชี่ยวชาญด้านการเงินกับศักยภาพ ของพันธมิตร เพื่อพัฒนาโครงการให้พร้อมเข้าถึงเงินทุน ช่วยภาคธุรกิจลงทุนปรับตัว เพิ่มประสิทธิภาพ และสร้างความแข็งแกร่งในระยะยาว โดยความร่วมมือภายใต้ I-SPARK เป็นอีกก้าวในการเชื่อมเงินทุนภาครัฐและภาคเอกชน ผ่านการวางโครงสร้างการลงทุนอย่างรอบคอบ พร้อมพัฒนาแนวทางที่สามารถต่อยอดสู่ภาคอุตสาหกรรมอื่น เพื่อขยายผลในวงกว้าง กรุงไทยพร้อมร่วมขับเคลื่อนให้การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ สร้างทั้งโอกาสทางธุรกิจ การจ้างงาน และขีดความสามารถในการแข่งขัน เปลี่ยนเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมให้เป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการเติบโตครั้งใหม่ของประเทศไทย

"ความร่วมมือนี้สะท้อนการต่อยอดแนวทางจากเวที IMF-World Bank สู่การขับเคลื่อนในพื้นที่มาบตาพุด-ระยอง โดยมุ่งเชื่อมการพัฒนาอุตสาหกรรมเข้ากับพลังงานสะอาดและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ วางรากฐานให้ไทยก้าวสู่ฐานการผลิตคาร์บอนต่ำที่พร้อมรองรับการลงทุนแห่งอนาคต"


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ