สำนักงาน กกพ. เผยความสำเร็จของการสรรหาและแต่งตั้งคณะกรรมการกองทุนพัฒนาไฟฟ้า (คพรฟ.) ทั่วประเทศที่ใกล้แล้วเสร็จ คาดตั้ง คพรฟ. ได้ครบถ้วนในเดือนพฤษภาคมนี้ พร้อมประกาศพื้นที่ จัดตั้งกองทุนพัฒนาไฟฟ้าประเภทโรงไฟฟ้าพลังน้ำ (ประเภท ข) เพิ่มเติมอีก 11 กองทุนฯ

ข่าวเศรษฐกิจ Monday May 14, 2012 16:26 —ThaiPR.net

กรุงเทพฯ--14 พ.ค.--สำนักงาน กกพ. สำนักงาน กกพ. เผยความสำเร็จของการสรรหาและแต่งตั้งคณะกรรมการกองทุนพัฒนาไฟฟ้า (คพรฟ.) ทั่วประเทศที่ใกล้แล้วเสร็จ คาดตั้ง คพรฟ. ได้ครบถ้วนในเดือนพฤษภาคมนี้ พร้อมประกาศพื้นที่ จัดตั้งกองทุนพัฒนาไฟฟ้าประเภทโรงไฟฟ้าพลังน้ำ (ประเภท ข) เพิ่มเติมอีก 11 กองทุนฯ นางสาวนฤภัทร อมรโฆษิต รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เปิดเผยว่า “ ขณะนี้ กกพ.ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า หรือ คพรฟ. ทั่วประเทศแล้ว 37 กองทุน จากจำนวน 38 กองทุนที่ได้มีการจัดตั้งในเดือนกรกฎาคม 2554 และยังคงเหลือกองทุนพัฒนาไฟฟ้าบริษัทไออาร์พีซี จำกัด ในพื้นที่ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง จำนวน 7 หมู่บ้าน ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จครบทั้ง 38 กองทุนภายในเดือนพฤษภาคม 2555 นี้ และขณะนี้ กกพ. ได้มีการประกาศจัดตั้งกองทุนพัฒนาไฟฟ้าประเภทโรงไฟฟ้าพลังน้ำเพิ่มเติมอีก 11 กองทุน ได้แก่ กองทุนพัฒนาไฟฟ้า โรงไฟฟ้าเขื่อนภูมิพล จังหวัดตาก กองทุนพัฒนาไฟฟ้า โรงไฟฟ้าเขื่อนสิริกิติ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ กองทุนพัฒนาไฟฟ้า โรงไฟฟ้าเขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น กองทุนพัฒนาไฟฟ้า โรงไฟฟ้าเขื่อนสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี กองทุนพัฒนาไฟฟ้า โรงไฟฟ้าเขื่อนลำตะคอง จังหวัดนครราชสีมา กองทุนพัฒนาไฟฟ้า โรงไฟฟ้าเขื่อนจุฬาภรณ์ จังหวัดชัยภูมิ กองทุนพัฒนาไฟฟ้า โรงไฟฟ้าเขื่อนวชิราลงกรณ์ จังหวัดกาญจนบุรี กองทุนพัฒนาไฟฟ้า โรงไฟฟ้าเขื่อนศรีนครินทร์และโรงไฟฟ้าเขื่อนท่าทุ่งนา จังหวัดกาญจนบุรี กองทุนพัฒนาไฟฟ้า โรงไฟฟ้าเขื่อนแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี กองทุนพัฒนาไฟฟ้า โรงไฟฟ้าเขื่อนรัชชประภา จังหวัด สุราษฎร์ธานี และกองทุนพัฒนาไฟฟ้า โรงไฟฟ้าเขื่อนบางลางและโรงไฟฟ้าเขื่อนบ้านสันติ จังหวัดยะลา ด้านแหล่งที่มาของเงินกองทุนพัฒนาไฟฟ้านั้น นางสาวนฤภัทร กล่าวว่า “เงินกองทุนพัฒนาไฟฟ้าในพื้นที่จะมาจากผู้รับใบอนุญาตผลิตไฟฟ้าที่นำส่งเงินเข้ากองทุนฯ ตามประเภทเชื้อเพลิงที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าในอัตรา 1-2 สตางค์/หน่วย ตั้งแต่การผลิตไฟฟ้าเดือนมกราคม 2554 เป็นต้นมา ซึ่งกรณีผู้ผลิตไฟฟ้าที่จำหน่ายไฟฟ้าเข้าระบบของการไฟฟ้าเงินในส่วนนี้จะถูกส่งผ่านเป็นต้นทุนค่าไฟฟ้าไปยังผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วประเทศ ทั้งนี้ ปัจจุบันสำนักงาน กกพ. มีเงินที่ได้เก็บรักษาไว้แล้วเกือบ 2,500 ล้านบาท ซึ่ง กกพ. ได้กระจายอำนาจการบริหารเงินกองทุนพัฒนาไฟฟ้าให้คณะกรรมการกองทุนพัฒนาไฟฟ้าในพื้นที่ประกาศที่มีตัวแทนภาคประชาชนไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 เป็นผู้ดำเนินการ โดยกองทุนประเภท ก จะมีคณะกรรมการในพื้นที่ 2 ชุด คือคณะกรรมการพัฒนาชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า จำนวน 15-35 คน และคณะกรรมการพัฒนาชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าตำบล (คพรต.) จำนวนไม่น้อยกว่า 7 คน สำหรับกองทุนประเภท ข จะมีคณะกรรมการเพียงชุดเดียว คือ คพรฟ. ซึ่งที่ผ่านมาการดำเนินงานสรรหา คพรฟ และ คพรต. ถือว่ามีประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง และเป็นที่สนใจและตอบรับจากประชาชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าเป็นอย่างดี สำหรับการใช้จ่ายเงินของ คพรฟ. นั้น จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลักตามที่ กกพ. กำหนด กล่าวคือ เป็นค่าบริหารจัดการของ คพรฟ. ไม่เกินร้อยละ 15 แล้วแต่ขนาดของกองทุน ซึ่งขณะนี้ได้มีการโอนเงินให้ คพรฟ. แล้ว 35 กองทุน คิดเป็นเงินกว่า 77 ล้านบาท สำหรับอีกหนึ่งส่วนคือค่าดำเนินโครงการชุมชนจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 ซึ่งจะรอจ่ายให้กับกองทุนฯ ที่มีการทำแผนงานประจำปีเข้ามาเพื่อนำไปพัฒนาพื้นที่ ตามความต้องการของประชาชนภายใต้กรอบการจัดสรรเงินใน 11 ด้าน ได้แก่ การส่งเสริมสุขภาพและสุขภาวะ การพัฒนาอาชีพ การพัฒนาการเกษตร การพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน การพัฒนาคุณภาพชีวิต การพัฒนาการศึกษา ศาสนา วัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่น การพัฒนาชุมชน การอนุรักษ์และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม การใช้จ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินและช่วยเหลือผู้ทุกข์ยากเดือดร้อน การพัฒนาศักยภาพของผู้ที่เกี่ยวข้องกับกองทุน และ โครงการและแผนงานอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาชุมชนในพื้นที่ประกาศตามที่ กกพ.เห็นชอบ โดยโครงการชุมชนดังกล่าวจะมาจากการประชาคมหมู่บ้านหรือตำบลและจะต้องผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการกองทุนในพื้นที่เพื่อเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดที่โรงไฟฟ้าตั้งอยู่เพื่อให้ความคิดเห็นประกอบก่อนที่จะนำมาเสนอต่อ กกพ. เพื่อพิจารณาอนุมัติในการจ่ายเงินให้กองทุนในพื้นที่บริหารงานต่อไป “โดยการดำเนินงานของกองทุนพัฒนาไฟฟ้าที่จัดตั้งขึ้นใหม่นี้ ประชาชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าจะมีส่วนร่วมในการดำเนินงานได้ในทุกขั้นตอน นับตั้งแต่การสมัครและคัดเลือกผู้แทนเป็นคณะกรรมการพัฒนาชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า การเสนอโครงการชุมชนเพื่อขอรับการสนับสนุนเงินจากกองทุนพัฒนาไฟฟ้าในพื้นที่ประกาศ รวมไปถึงการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการดำเนินงานของกองทุนพัฒนาไฟฟ้าในพื้นที่ได้อีกด้วย ทั้งนี้ เพื่อให้กองทุนพัฒนาไฟฟ้าเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาคุณภาพชีวิต สังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ได้ตรงใจตรงกับความต้องการของชุมชน มีประสิทธิภาพ โปร่งใสและตรวจสอบได้จากทั้งประชาชนรอบโรงไฟฟ้า สำนักงาน กกพ. และสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน” นางสาวนฤภัทร กล่าวทิ้งท้าย

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ