กกพ.อนุมัติพื้นที่ประกาศโรงไฟฟ้าพลังน้ำแล้ว 11 กองทุน พร้อมโอนเงินค่าบริหารให้กองทุนฯที่สรรหากรรมการแล้ว 35 กองทุน กว่า 77 ล้านบาท

ข่าวเศรษฐกิจ Monday May 21, 2012 15:27 —ThaiPR.net

กรุงเทพฯ--21 พ.ค.--สำนักงาน กกพ. คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เห็นชอบให้สำนักงานกกพ. ประกาศจัดตั้งกองทุนพัฒนาไฟฟ้าเพิ่มเติม 11 กองทุน จาก 13 แห่ง เร่งสรรหาคณะกรรมการให้แล้วเสร็จภายในกรกฎาคม ศกนี้ ขณะที่กองทุนพัฒนาไฟฟ้าในกลุ่มเชื้อเพลิงอื่นๆ ขณะนี้ กกพ. ดำเนินการสรรหาและจัดตั้งคณะกรรมการเสร็จแล้ว 37 กองทุน จากทั้งหมด 38 กองทุน พร้อมทั้งโอนเงินค่าบริหารจัดการให้กองทุนในพื้นที่ประกาศแล้วกว่า 77 ล้านบาท จากจำนวน 35 กองทุน เร่งรัดให้คณะกรรมการกองทุนฯ จัดทำประชาคม และนำเสนอโครงการชุมชนต่อกกพ. โดยเร็ว พร้อมเปิดให้ประชาชนในพื้นที่ประกาศรอบโรงไฟฟ้ามีส่วนร่วมในการดำเนินงานของกองทุนพัฒนาไฟฟ้าได้ในทุกขั้นตอน ทั้งการเสนอโครงการชุมชน การติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผล นางสาวนฤภัทร อมรโฆษิต รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เปิดเผยว่า คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้เห็นชอบให้สำนักงาน กกพ. ประกาศจัดตั้งกองทุนพัฒนาไฟฟ้าเพิ่มเติม จำนวน 11 กองทุน สำหรับเขื่อนต่างๆ ทั่วประเทศรวม 13 แห่ง พร้อมเร่งดำเนินการสรรหาคณะกรรมการพัฒนาชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าให้แล้วเสร็จภายในกรกฏาคมนี้ เพื่อให้ประชาชนโดยรอบโรงไฟฟ้าพลังน้ำสามารถนำเงินกองทุนพัฒนาไฟฟ้าไปพัฒนาคุณภาพชีวิตและสร้างประโยชน์ให้กับชุมชนต่อไป กองทุนพัฒนาไฟฟ้าประเภทโรงไฟฟ้าพลังงน้ำทั้ง 11 กองทุน เป็นกองทุนประเภท ข ที่ได้รับการจัดสรรเงินมากกว่า 1 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 50 ล้านบาทต่อปี โดยผู้ผลิตไฟฟ้าพลังน้ำจะต้องส่งเงินเข้ากองทุนฯอัตรา 2 สตางค์ต่อหน่วยไฟฟ้าที่ผลิตได้ ส่วนประชาชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าพลังน้ำจากเขื่อนที่สามารถนำเงินไปใช้ประโยชน์ส่วนรวมได้นั้นเบื้องต้นจะกำหนดให้ประชาชนที่อาศัยอยู่โดยรอบโรงไฟฟ้าในรัศมี 5 กิโลเมตร และเพิ่มเติมในส่วนของพื้นที่ริมอ่างเก็บน้ำและพื้นที่ลำน้ำไหลผ่านด้วย เนื่องจากประชาชนที่อยู่ริมอ่างเก็บน้ำและทางน้ำไหลผ่านอาจได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าพลังน้ำได้เช่นกัน ส่วนความคืบหน้ากองทุนพัฒนาไฟฟ้าในกลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้าเชื้อเพลิงประเภทอื่นๆ นั้นขณะนี้กกพ.ดำเนินการสรรหาและจัดตั้งคณะกรรมการได้เสร็จแล้ว 37 กองทุน จากทั้งหมด 38 กองทุน โดยล่าสุดสำนักงาน กกพ. ได้โอนเงินค่าบริหารจัดการให้กองทุนในพื้นที่ประกาศแล้วกว่า 77 ล้านบาท จำนวน 35 กองทุน ได้แก่ กองทุนขนาดใหญ่ 10 กองทุน และกองทุนขนาดกลาง 25 กองทุน อาทิ กองทุนพัฒนาไฟฟ้าโรงไฟฟ้าจะนะ จังหวัดสงขลา กองทุนพัฒนาไฟฟ้าโรงไฟฟ้ากระบี่ จังหวัดกระบี่ กองทุนพัฒนาไฟฟ้าบริษัท กัลฟ์ ยะลา กรีน จำกัด กองทุนพัฒนาไฟฟ้าขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช กองทุนพัฒนาไฟฟ้าจังหวัดราชบุรี 1 กองทุนพัฒนาไฟฟ้าจังหวัดสระบุรี กองทุนพัฒนาไฟฟ้าบริษัท ไตร เอน เนอจี้ จำกัด จังหวัดราชบุรี กองทุนพัฒนาไฟฟ้าบริษัท ด่านช้างไบโอ-เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นต้น เพื่อให้คณะกรรมการในพื้นที่นำไปใช้ในการจัดทำแผนประจำปีของกองทุนพัฒนาไฟฟ้าในพื้นที่ประกาศสำหรับการพัฒนาหรือฟื้นฟูท้องถิ่นรอบโรงไฟฟ้า ซึ่งค่าใช้จ่ายสำหรับการบริหารนี้จะมีสัดส่วน 5-15 เปอร์เซ็นต์ ของงบที่ได้รับการจัดสรรในแต่ละปี ส่วนงบประมาณอีก 85 เปอร์เซ็นต์ จะถูกนำไปใช้ในการดำเนินโครงการชุมชนตามความต้องการของประชาชนในแต่ละพื้นที่ผ่านการประชาคมในระดับหมู่บ้านหรือตำบลภายใต้กรอบการดำเนินงานที่ กกพ.กำหนดใน 11 ด้าน ได้แก่ โครงการส่งเสริมสุขภาพและสุขภาวะ พัฒนาอาชีพ พัฒนาการเกษตร พัฒนาเศรษฐกิจชุมชน พัฒนาคุณภาพชีวิต พัฒนาด้านการศึกษา ศาสนา วัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่น ด้านการพัฒนาชุมชน ด้านการอนุรักษ์และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม กรณีฉุกเฉิน และช่วยเหลือผู้ทุกข์ยากเดือดร้อน ด้านการพัฒนาศักยภาพ และสุดท้ายแผนงานอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์กับชุมชน เป็นต้น ทั้งนี้ประชาชนในพื้นที่ประกาศรอบโรงไฟฟ้า สามารถมีส่วนร่วมในการดำเนินงานของกองทุนพัฒนาไฟฟ้าได้ในทุกขั้นตอน นับตั้งแต่การรับสมัครและคัดเลือกผู้แทนเข้ามาเป็นคณะกรรมการพัฒนาชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า การเสนอโครงการชุมชนเพื่อขอรับการสนับสนุนจากเงินกองทุนพัฒนาไฟฟ้าในพื้นที่ประกาศ การติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการดำเนินงานกองทุนพัฒนาไฟฟ้าในพื้นที่ประกาศ ทั้งนี้เพื่อให้กองทุนพัฒนาไฟฟ้าเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาคุณภาพชีวิต สังคม ชุมชนและสิ่งแวดล้อมรอบโรงไฟฟ้าได้ตรงใจ ตรงกับความต้องการของชุมชน มีประสิทธิภาพ โปร่งใสและตรวจสอบได้จากทั้งประชาชนรอบโรงไฟฟ้าและสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ซึ่ง กกพ.คาดว่าจะเริ่มพิจารณาอนุมัติแผนงานประจำปีที่คณะกรรมการฯ ในระดับพื้นที่เสนอภายในกลางปีนี้

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ